bg-single

MatiTalk ผศ.ดร.ศิวพล ชมภูพันธุ์ 2 ทศวรรษที่สูญเปล่า รัฐเร้นลึก – ผีทักษิณ และอนุรักษนิยมใหม่

26.09.2025

รายงานพิเศษ

MatiTalk ผศ.ดร.ศิวพล ชมภูพันธุ์

2 ทศวรรษที่สูญเปล่า

รัฐเร้นลึก – ผีทักษิณ และอนุรักษนิยมใหม่

“การเมืองไทยตั้งแต่หลังปี 2549 เป็นการเดินที่พยายามจะทำให้สิ่งที่เรียกว่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ – ‘ระบอบทักษิณ’ และผู้ที่เกี่ยวข้องหายไปจากการเมืองไทย ซึ่งความพยายามที่กำจัดนั้น สำเร็จเป็นช่วงๆ แต่สำหรับวันนี้น่าจะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญ ที่ทำให้แผนที่วางไว้ตลอด 20 ปี เริ่มกลับเข้าที่เข้าทาง ซึ่ง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็นการสูญเปล่า สำหรับการเมืองไทย” ผศ.ดร.ศิวพล ชมภูพันธุ์ จากภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ฉายภาพสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบันผ่าน MatiTalk ทางมติชนสุดสัปดาห์

ผศ.ดร.ศิวพลอธิบายต่อว่า หลายพาดหัวข่าวบอกว่า “อวสานชินวัตร” แต่ผมว่าแค่ชั่วคราวไม่ถึงอวสาน ทำให้รู้สึกว่า 20 ปี จบลงด้วยการจำคุก คุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ออกนอกประเทศ ครอบครัวชินวัตรยังอยู่เมืองไทย พรรคเพื่อไทยดำเนินต่อไป

ผมไม่ได้มองว่านี่คือจุดจบของชินวัตร แต่สิ่งที่ถูกเรียกว่าระบอบทักษิณอาจจะหายไปจากการบริหารประเทศ

เพราะจากเดิมรัฐธรรมนูญ 2550 พยายามกำจัดพรรคพลังประชาชน ทำให้รู้สึกว่าผีที่สังคมชนชั้นนำไม่ชอบยังอยู่ แต่วันนี้สามารถเอา BIG BOSS เข้าคุกได้ตามกระบวนการ ในด้านหนึ่งเขาก็คิดว่าจบแล้ว และอีกด้านหนึ่งภูมิใจไทยก็บอก มันจบแล้วครับนายอีกก็ได้ แต่ผมมองว่าเดี๋ยวเขาไปต่อ คนเก่งในพรรคนี้มีเยอะ เพียงแต่เขาอาจจะต้องปั้นใครสักคนหนึ่งขึ้นมาเป็นแคนดิเดตคนต่อไป

แต่ตอนนี้ชินวัตรหมดแล้ว ผมยังมองไม่ออกเลยจะเป็นใคร

: รัฐเร้นลึก มีจริง?

มีอยู่จริง เพียงแต่ว่าเราจะปฏิเสธหรือปิดหูปิดตา หากย้อนกลับไปอ่านบทความคลาสสิคอย่างรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทย ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ “ตราบใดก็ตามที่คุณมีลายลักษณ์อักษรเกิดขึ้น แต่ระหว่างบรรทัดมันซ่อนจารีตประเพณีรวมถึงระบบความคิดต่างๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญ และกลายเป็นสิ่งที่กำหนดความเป็นไปของสังคมการเมืองไทยได้ด้วยซ้ำ”

แต่ 2560 รัฐเร้นลึก หรือรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยในทศวรรษ 2530 อย่างที่อาจารย์นิธิเคยเขียนไว้ แน่นอนคือ สถาบัน กองทัพ ศาสนา รวมถึงระบบราชการเริ่มไม่ฟังก์ชั่นอีกต่อไป

ดังนั้น รัฐเร้นลึก จึงต้องปรับตัวใน 2560 โดยมีตัวละครที่โดดเด่น คือศาลรัฐธรรมนูญกลายมาเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้องการเป็นองค์กรในการตรวจสอบอำนาจรัฐ แต่สุดท้ายกลายเป็นสถาบันการกำหนดทิศทางการเมืองไทย ผมเลยคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยให้กลายมาเป็นคำว่ารัฐเร้นลึกที่เห็นชัดได้ยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีคำวินิจฉัยเรื่อง “การแก้รัฐธรรมนูญ” ของศาลรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุด “ที่ไม่ได้ถามแต่แถม” วันนี้กลายเป็นสิ่งที่เราต้องฟังเขา บางอย่างที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา เช่น อำนาจของรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี ควรจะเป็นไปตามอย่างที่ควรเป็น แต่เรากลับใช้สิ่งนี้โยนไปให้สถาบันตุลาการ ซึ่งสังคมไทยมีความมั่นใจในสถาบันนี้สูงมาก และที่สำคัญสถาบันนี้ถึงจะเป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตยแต่อำนาจที่ว่าไม่ได้มาจากประชาชน แต่กลับมาใช้ในการกำหนดทิศทางของอำนาจที่มาจากประชาชน

คำถามคือ ตกลงแล้วสิ่งที่คุณเคยพูดว่าอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน แต่พอคุณบอกว่ามันไม่ได้มาจากประชาชนนะ มันเกิดความย้อนแย้ง

แต่ต้องดูต่อไปว่ารัฐบาลคุณอนุทิน ชาญวีรกูล จะทำอย่างไร เพราะการดึงตัวอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หนึ่งในมือกฎหมายมหาชนระดับมือฉมังมาอยู่ในคณะรัฐมนตรี ผมคิดว่าน่าสนใจ

: รัฐบาลอนุทิน จะทำตามสัญญาไหม

แน่นอนว่าสิ่งที่เป็น MOA ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็น “สัญญาหน้าประชาคม” เกิดจากการตกลงกันระหว่างกลุ่มการเมือง 2 กลุ่ม ที่มีความคิดทางการเมืองแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งฝ่ายหนึ่งปรารถนาเห็นการผ่าทางตัน อีกฝ่ายหนึ่งได้จังหวะในการเป็นรัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคตัวแปร แต่อาจจะไม่ใช่พรรคตัวแสดงหลัก การเมืองเรามาถึงจุดนี้ เป็นสิ่งที่พรรคเบอร์ 3 ได้ขึ้นเป็นรัฐบาล แล้วพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาส

ดังนั้น วันนี้ย้อนกลับไปถามว่า MOA หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นยังไงต่อไป ผมคิดว่าเราต้องรอดูนะ

แต่ถ้าเขาทำตามสัญญาหน้าประชาคม เขาจะเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อคนชอบและคนไม่ชอบได้พอสมควร

ซึ่งผมว่าเป็นโอกาสในการรีแบรนด์พรรคได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสิ่งที่เขาพยายามทำวันนี้คือการนำภาพบุคคลภายนอกที่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมเข้ามาใน ครม. ทั้งที่ความจริงเรารู้ๆ กันอยู่ ทั้งเรื่องการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี ภาพลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนนั้นที่คุณอยู่มาทุกยุคเลย แต่การที่นำอาจารย์บวรศักดิ์ และท่านอื่นๆ ร่วมรัฐบาล ทำให้คนมองว่าต้องให้โอกาสเขานะ

: พรรคภูมิใจไทยคือตัวแทนใหม่ของอนุรักษนิยม?

ความเป็นอนุรักษนิยมในเมืองไทยฝังแน่นจนกลายเป็นเสาหลักฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น มาตรฐานที่อนุรักษนิยมวางไว้ กลายเป็นสิ่งที่ใครก็ตามถ้าไม่ปฏิบัติตามกติกาหรือบรรทัดฐานที่วางไว้ถือว่าไม่อยู่ในฟากฝั่งของเราทันที

แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอตัวเองมาตลอดตั้งแต่ปี 2550 เขาอิงอยู่กับเสาหลักนี้ตลอด เช่น การแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน การแสดงความเป็นชาตินิยม การพูดถึงค่านิยมแบบไทย หรือเห็นได้ชัดในวันที่รัฐสภาโหวตคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคภูมิใจไทยเล่นเรื่องนี้อย่างรุนแรงมาก ไปย้อนดูคำอภิปรายคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้เลยว่าขนาดไหน

ดังนั้น พรรคนี้อาจจะเป็นอนุรักษนิยมหรือไม่ ไม่ทราบ แต่โดยพื้นฐานเขาอยู่กับตรงเสาหลักนี้ได้อย่างเหมาะสม

: มีโอกาสสูงที่จะขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 ในอนาคต?

ผมมองว่าการที่ศาลตัดสินให้คุณทักษิณ ชินวัตร จำคุกไม่ได้เป็นการปิดฉากพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์ เพราะพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน รวมถึงเพื่อไทยปัจจุบันต่อให้วันนี้คุณทักษิณไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม แต่เขาคือ symbolic ที่สำคัญที่ทำให้พรรคนี้ขายได้

ความพยายามในการนำตระกูลชินวัตรและคนที่เกี่ยวข้องขึ้นมาเป็นบทบาทนำสุดท้ายจบที่คุณอุ๊งอิ๊งที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมเชื่อว่าความศรัทธาต่อพรรคยังมีอยู่แต่อาจจะน้อยลง

ซึ่ง ณ วันนี้ความเนื้อหอมไปกองที่คุณหนู อนุทินหมดแล้ว การดูด ส.ส.เกิดขึ้นแน่นอน นักการเมืองเขาคำนวณแล้วว่าใครจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ความจงรักภักดีต่อพรรคเดิม ถ้ายังมีอยู่คุณก็อยู่ต่อไปนะ แต่บางคนรู้สึกว่าไม่ได้เป็นที่ทางของข้าพเจ้าอีกต่อไป เขาก็พร้อมที่จะไปอยู่เสมอ

ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนถือว่าเสียงข้างมากแต่ก็บอกตรงๆ ว่าโอกาสที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลยากมาก ด้วยชนักที่มี คราวนี้สมมุติว่าเลือกตั้งกันใหม่ ผมกลับมองว่าจะเป็นการแย่งกันระหว่างภูมิใจไทยกับประชาชน แต่เพื่อไทยอาจจะเป็นพรรคเบอร์ 3 ก็ได้นะ

และที่สำคัญ สิ่งที่ผมว่าเป็นจุดเด่นของภูมิใจไทยคือมีความสามารถในการยึดหัวหาดกระทรวงหลักๆ และมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับข้าราชการและระดับท้องถิ่น

: ระหว่างส้มกับน้ำเงินมีโอกาสสืบทอดเจตนารมณ์ไปจับมือกันได้อีก?

ไม่ได้ ถ้าจุดยืนของทั้ง 2 พรรคแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่วันนี้อาจจะใช้คำว่าเลือดเป็นอาหารนักการเมือง การกลืนเลือด ที่สำคัญกลายมาเป็นโจทย์ที่ว่า กูให้แล้วนะ อาจจะเป็นสัญญาใจเล็กๆ ในอนาคตว่าถ้าพรรคประชาชนกลับมาครองตำแหน่ง ส.ส.ได้มากที่สุด แล้ววันนี้เราปลด ส.ว.ออกได้จากสมการการเมืองแล้ว โอกาสพรรคประชาชนเป็นนายกฯ ก็มีสูงนะ แต่ก็อยู่ที่ว่าพรรคน้ำเงินจะร่วมหรือเปล่า

ซึ่งกลายเป็น 3 ก๊ก สังเกตว่าหลังปีเลือกตั้ง 2566 แบ่งกันเป็น 2 ฟาก คือเอากับไม่เอาลุง สุดท้ายก็พลิกไปพลิกมาอย่างที่เราเห็น แต่ในรอบนี้เกิดเป็น 3 ขั้วแล้วดันเป็น 3 ขั้วขนาดใหญ่มากๆ พรรคเล็กพรรคน้อยผมว่ามีสิทธิ์ล่มสลายยุบไปรวมกับภูมิใจไทยด้วยซ้ำ แต่ถ้าพรรคประชาชนไปจับมือภูมิใจไทยจริงจังในฐานะร่วมบริหารประเทศ จะโดนครหาจากฐานเสียงจำนวนมหาศาล

ซึ่งทุกวันนี้พรรคส้มเสียคะแนนไปก็ไม่น้อย แต่ผมว่าไม่ขนาดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เสียแต่ก็เหมือนกับว่าผิดหวัง แต่คนเข้าใจก็มี อันนี้เป็นเรื่องปกติ ต่อให้วันนี้เขาจะทำให้ดีให้ตายก็มีคนด่า มีคนอกหัก ขณะเดียวกันมีทั้งคนที่แบกจะมีความเข้าใจแล้วก็พยายามหาเหตุผลจิตวิทยาหาเหตุผลบางอย่างเพื่อรองรับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าบางคนที่เขารู้สึกอกหักเขาอาจจะเปลี่ยนไปได้

อย่าลืมว่าบางทีคนมันรักก็พูดยาก

: พรรคประชาชนจะกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้?

ถ้าเกิดเขายังรักษาจุดยืนได้ พลังของความเป็น ส.ส.รุ่นใหม่ และการไม่เอาตัวเองไปอิงกับอะไรที่เขาเห็นว่าไม่สมควร ผมว่าเขาเดินต่อไปได้ การสูญเสียคะแนนนิยมระหว่างทางเกิดขึ้นแน่นอน แต่คิดว่าจะไม่ถูกเทแบบคว่ำ เพราะทุกวันนี้เขาทำของเขาดีแล้ว แต่บังเอิญว่ายังไม่ถูกจังหวะเวลาและยังไม่มีโอกาสทำให้เป็นจริง

เราก็ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่าวันนี้พรรคประชาชนยังไม่มีโอกาสในการบริหาร แต่สิ่งที่เขาพยายามจะทำคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ทัชใจคนจำนวนมาก แต่ก็อย่าลืมว่าบ้านนี้เมืองนี้เปลี่ยนยาก

แต่เปลี่ยนได้

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร
การไล่ล่าหาความจริง จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (1)