MatiTalk คุยโมเดลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านสายตา อดีตประธานสภา โภคิน พลกุล
รายงานพิเศษ
MatiTalk คุยโมเดลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ผ่านสายตา อดีตประธานสภา
โภคิน พลกุล
“ตอนเลือกตั้งครั้งที่แล้วทุกคนพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองทุกพรรคสัญญาว่าจะไปแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญถือเป็นกติกาที่กำหนดการได้มาซึ่งอำนาจ ทั้งการใช้และการตรวจสอบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีแล้วปากท้องดีไม่ได้หรอก” รศ.ดร.โภคิน พลกุล ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศพรรคไทยสร้างไทย และอดีตประธานรัฐสภา เปิดเผยผ่านรายการ MatiTalk มติชนสุดสัปดาห์ ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
อาจารย์โภคินมองว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ภายใต้รัฐบาล 4 เดือนนั้นการแก้ทั้งฉบับปิดประตูไปก่อน เพราะมีเวลา 4 เดือน ถ้าจะแก้ทั้งฉบับจะมี ส.ส.ร.หรือไม่มีก็ตามแต่สมมุติจะแก้ทั้งฉบับโดยไม่ใช้ ส.ส.ร. ก็ใช้รัฐสภานี่ล่ะ ประเด็นแรกเถียงกันก่อนว่าจะแตะหมวด 1-2 ไหม แค่ตรงนี้ก็ยุ่งแล้ว
เรื่องนี้ผมยืนยันมาตลอดว่าไม่แตะหมวด 1-2 เริ่มตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไปในเรื่องของประชาชน เรื่องการใช้อำนาจ รัฐบาล สภา ภาคประชาชนทำตรงนี้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุดก่อน
ดังนั้น ผมจึงคิดว่าสิ่งที่ควรทำร่วมกันและทุกคนได้ประโยชน์คือแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในบางประเด็น ที่ผลลัพธ์ที่ออกมาหรือการบริหารงานต่างๆ น่าจะดีขึ้น
โดยเฉพาะ 4-5 ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก นายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส.ไม่ใช่มาจากบัญชีของพรรคการเมือง และกำหนดให้ต้องเป็น ส.ส.เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตที่เรามีนายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส.ก็เพราะมาจากยุคเผด็จการเขียนไว้เป็นคนนอก จนกระทั่งแก้กันต่อมาเป็นนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งฉบับ 2560 ประหลาดไปเป็นบัญชีของพรรคการเมืองไปเลย
ประเด็นที่ 2 เราต้องแก้ปัญหางูเห่า เพราะบางพรรคอาจจะไม่ต้องไปลงทุนมาก แต่ลงทุนซื้อตอนได้ ส.ส.มาแล้ว ซึ่งคนก็พอใจเป็นงูเห่าต่อรองได้มาก เอาลูกหลาน พี่น้องเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยทั้งที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน นี่คือผลของงูเห่า ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยเจตนารมณ์ เน้นความสุจริต จริยธรรม คุณธรรม
ฉะนั้นควรนำรูปแบบรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งกำหนดว่า พรรคการเมืองสามารถขับ ส.ส.ออกจากการเป็นสมาชิกภาพได้ หากมีมติ 3 ใน 4 ของ ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค แต่สามารถไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ถ้าศาลเห็นว่าการขับไม่ชอบก็สามารถหาพรรคใหม่อยู่ได้ ทำให้พรรคมีความหมายมากขึ้น
ประเด็นที่ 3 การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน รัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรค 2 สิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้นั้น ได้รับความคุ้มครองทันที แม้จะยังไม่มีการออกกฎหมายลูกมารองรับก็ตาม
ซึ่งผมคิดว่าเวลานี้ที่คนเดือดร้อนหนักแล้วแก้ไม่ได้ก็คือมาตรา 77 ไปพูดในแนวนโยบายแห่งรัฐว่ารัฐมีหน้าที่ไปขจัดกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินต่อการดำรงชีวิต แต่ไม่ได้ทำเพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาต ระเบียบสิ่งเหล่านี้สร้างภาระให้ประชาชนใช่ไหม ตรงนี้ที่คนตัวเล็กๆ รู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าคนตัวใหญ่ไม่ค่อยเกิดปัญหานะ ขนาดมิจฉาชีพยังคบคนตัวใหญ่ คนตัวใหญ่ก็ปกป้องมิจฉาชีพ แต่คนตัวเล็กไม่มีใครปกป้อง มีแต่คนรีดไถ ดังนั้น ถ้าถือตรงนี้เป็นหลัก กฎหมายใดที่เข้าข่ายเป็นอุปสรรคต่อการทำหากินต่อชีวิตถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อถือว่าขัดก็แสดงว่าไม่มี ถ้าอยากจะออกกฎหมายที่ไม่ขัด แต่ให้ต้องมีหลักเกณฑ์ที่สะดวก รวมถึงประกาศต่างๆ ของ คสช.
ประการที่ 4 คนรู้สึกอึดอัดกับองค์กรอิสระว่าไม่ยุติธรรม ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น ควรเขียนให้ประชาชนมีสิทธิ์ภาคประชาชนที่จะตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระในรายละเอียดต่างๆ หรืออาจจะมีสิทธิถอดถอน อย่างน้อยให้คนรู้สึกว่าก็ฉันเลือก ส.ส.ไปฉันเป็นเจ้าของอำนาจเป็นเจ้าของประเทศ
แต่ฉันเหมือนกับเด็กในบ้านที่ถูกกดทับตลอดเวลา ผมว่าต้องให้เขารู้สึกภูมิใจที่เป็นคนไทยว่าเขาคือคนกำหนดประเทศนี้
ผมว่าถ้าแก้สัก 4-5 ประการนี้มันดีขึ้นและเป็นไปได้ เพราะว่าแก้ธรรมดาไม่ต้องถามประชามติ ถ้าเห็นด้วยก็ยกร่างไป ประชุมปรึกษาหารือกัน ทำจริงๆ 2 เดือนจบ อย่างน้อยมีรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ปลดล็อกในบางเรื่อง
การเลือกตั้งครั้งหน้าคนก็ยังพูดง่ายๆ ว่ากับดักน้อยลง อันอื่นเอาไว้ก่อนนะ เพราะถ้าทำเยอะยิ่งเสียเวลาไปกันใหญ่ ส่วนเรื่องอื่นก็ไปรอทำใหม่ทั้งฉบับ
ผมคิดว่าน่าจะเป็น 2 ขยัก เป็น 2 ขั้นตอนแบบนี้จะเกิดประโยชน์ ถ้าจริงใจควรจะให้ผมยกร่างฯ ส่งไปให้ก็ได้ อย่าไปกังวล ทำได้ทั้งนั้นถ้าจะทำจริงๆ

สุดท้าย อดีตประธานสภามองว่า การเมืองต้องเป็นการเมืองสุจริต
ต้องหลีกเลี่ยงการทุจริตในทุกรูปแบบให้มากที่สุด
แล้วมาดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พูดถึงเรื่องสุจริต เรื่องปราบโกง เรื่องคุณธรรมจริยธรรม อาจจะมีคนโดนบ้างเรื่องคุณธรรม เรื่องซื่อสัตย์สุจริตไม่เป็นที่ประจักษ์ แต่แปลว่าคนที่เหลือนี่เขาสุจริตเหรอ ผมว่าไม่ใช่
แสดงว่าระบบต้องมีปัญหา
ที่สำคัญฉบับนี้เป็นฉบับที่ประหลาดที่สุดว่าผลงานของใครก็ไม่รู้ ที่ทำให้ทุกคนติดกับดักหมด ตอนแรกคิดจะไปล็อกพรรคเพื่อไทยเขาไม่ให้เป็นรัฐบาล คือให้ชนะมา 500 ก็เป็นไม่ได้นะ แต่สุดท้ายเขาก็เป็นรัฐบาล ไม่ได้ผล
เหมือนกรณี ส.ว.ก็เช่นกัน เขียนไว้ว่าต้องมาจากกลุ่มอาชีพ แต่ก็ฮั้วได้หมด
คุณบอกโอ้โหนี่ของคุณสุดยอดปราบโกง คือไร้สาระที่พวกคุณคิดกันขึ้นมา เพราะคุณไม่ยืนบนพื้นฐานความจริงและเชื่อใจประชาชน
ใช่ อาจจะมีถูกหลอกถูกล่อถูกอะไรบ้าง แต่คุณต้องเชื่อว่าคนส่วนหนึ่งเขาไม่ใช่ และเขาจะเป็นผู้ที่นำความคิดเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ถูกต้องจริงๆ แต่คุณไม่เชื่อ คุณไปกลัวนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง
ชมคลิป
