bg-single

‘ประชามติ MOU 43-44’ มีไว้ทำไม? | ปราปต์ บุนปาน

03.10.2025

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

ส่วนตัว มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า “ระบอบประชาธิปไตย” นั้น จะดำรงอยู่ได้ด้วยการรับฟังเสียงของประชาชนคนส่วนใหญ่

ด้วยเหตุนี้ “การเลือกตั้ง” รวมถึง “การทำประชามติ” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตย

กระนั้นก็ดี ความเชื่อมั่นต่อ “การเลือกตั้ง” และ “การทำประชามติ” ของผม ยังวางอยู่บนฐานคิดที่ว่า กระบวนการทางประชาธิปไตยเหล่านั้นต้องเป็นการเชิญชวนประชาชนพลเมืองเข้ามาร่วมกันตัดสินใจกำหนดชะตากรรมของตนเองและประเทศชาติ ใน “เรื่องที่ใหญ่มากๆ” ผ่านการตั้งโจทย์หรือคำถามที่ “เรียบง่ายมากๆ”

เช่น คุณอยากเลือกพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ? คุณอยากให้ใครเป็นผู้แทนราษฎรของตัวเอง? หรือคุณคิดว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่? เป็นต้น

เพื่อให้ประชาชนที่มากมายและหลายหลาก (รู้มากรู้น้อยแตกต่างกัน มีประสบการณ์ชีวิตผิดแผกกัน) สามารถกำหนด “ฉันทมติ” ร่วมกันได้อย่าง “ถูกต้องแม่นยำ”

อย่างไรก็ตาม การทำประชามติเพื่อสอบถามประชาชนว่าควรยกเลิก “MOU 43-44” หรือไม่? ตามที่รองนายกรัฐมนตรี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เปิดโรดแม็ปเอาไว้ ระหว่างการแถลงนโยบายของ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ต่อรัฐสภานั้น ดูจะเป็นโจทย์ที่ไม่เหมาะสมกับกระบวนการลงประชามติเอาเสียเลย

เพราะเรื่องจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก “MOU 43-44” คือปัญหาเชิงเทคนิคอันยิบย่อยซับซ้อน ที่ผู้ตัดสินใจจะต้องมีความรู้ในเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ ตลอดจนการทำแผนที่-กำหนดเขตแดน

กระทั่งนักการเมืองมากประสบการณ์ อดีตนายกฯ หรือรัฐมนตรีส่วนใหญ่ นักธุรกิจ ผู้บริหารภาคเอกชนระดับสูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนพลเมืองผู้เฉลียวฉลาดจำนวนมาก ก็อาจไม่มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะตัดสินใจในประเด็นนี้

ที่สำคัญที่สุด การตัดสินใจดังกล่าวควรเป็นภาระที่ยุ่งยาก หนักหนาสาหัส และต้องคิดใคร่ครวญทบทวนให้รอบคอบ ของรัฐบาลที่เป็น “ตัวแทนของประชาชน” ในระบอบประชาธิปไตย

มิใช่ผลักภาระให้ประชาชนมาทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องยุ่งยากละเอียดอ่อนเช่นนี้

กระบวนการผลักภาระให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจว่าจะยกเลิก “MOU 43-44” หรือไม่? ยังเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์-บริบททางสังคมที่ “บิดเบี้ยว” อยู่ไม่น้อย

เช่น บางท่านน่าจะทราบว่าเวลาพูดคุยเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา กับผู้มีอำนาจทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐด้านความมั่นคงหรือการระหว่างประเทศหลายคนใน “วงสนทนาแบบปิด” แทบทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า การยกเลิก “MOU 43-44” จะส่งผลให้ไทย “เสียเปรียบ” กัมพูชา ในเกมการเมืองระหว่างประเทศทันที

ทว่า สังคมไทยกลับปล่อยปละละเลยให้ “สื่อสายบ้าเอนเกจเมนต์” และ “อินฟลูเอนเซอร์หาแสง” จำนวนมาก พากันปั่นกระแสสังคมอย่างเมามัน จนประชาชนคนทั่วไปประเมินเรื่องนี้อย่างผิดฝาผิดตัวไปหมด และตรงกันข้ามกับความวิตกกังวลและการประเมินสถานการณ์ของบุคลากรภาครัฐอย่างสิ้นเชิง

ด้วย “กระแสลมที่กำลังหันเหไปผิดทิศทาง” ในลักษณะนี้ จึงน่าเป็นห่วงว่า การจัดเลือกตั้งทั่วไป พ่วงการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วแนบท้ายด้วยการลงประชามติเรื่อง “MOU 43-44” ในวันเดียวกัน

จะกลายสภาพเป็น “กระบวนการทางประชาธิปไตย” ซึ่งมีการออกแบบ-จัดวาง “หางเสือ” เอาไว้ เพื่อพยายามโน้มน้าวประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงให้ตัดสินใจอนาคตของประเทศอย่าง “เอียงขวา” มากขึ้น

ทั้งยังมีโอกาสสูงมาก ที่ “การเอียงขวาในประเด็นเรื่อง MOU” จะส่งอิทธิพลและผลกระทบไปสู่ “การตัดสินใจเลี้ยวขวา” ของประชาชน ในบัตรเลือกตั้ง-บัตรลงประชามติใบอื่นๆ ด้วย

นี่อาจเป็นคำตอบที่มีต่อคำถามว่า “ประชามติ MOU 43-44” มีไว้ทำไม?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | บรรทัดฐาน ของ ศาลยุติธรรม เบื้องหน้า การฮั้ว และการโกง
รัฐราชการไทย ต้องหยุดคิดเป็น ‘เดอะแบก’ กับทุกๆ เรื่องในสังคม
“บิ๊กเกรียง” นำชาวสุราษฎร์ฯ ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ ๖ เปิดกิจกรรม ๑๑๑ ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน
E-DUANG | การเมือง แห่ง ความหวานชื่น ในยุค ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย
ผบ.ตร.ลั่น ‘ไม่เคยทาบ-ไม่เคยคิดเสนอโยก”รองไมค์“ออกนอกหน่วยชี้ถึงเวลาหยุดเกมแตกแยก สร้างศรัทธาสีกากีคืนประชาชน”ยันนายกฯ ไม่เคยสั่ง
เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า หรือเปลี่ยนสนามการค้า เป็นสนามรบ!
ความคิด สำนวน กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’ ก่อนมิถุนายน 2475
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (186)
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (24)
โรงพยาบาลอานันทมหิดล (1) สถาปัตยกรรมประจำรัชกาลที่ 8 และโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของไทย
เชลยศึกสงครามลาว (41)
E-DUANG | รุก และ รับ ทาง การเมือง จาก กรณี “ฮั้ว-โกง” ส.ว.