bg-single

นิวยอร์กในสัปดาห์ของโลก : 80 ปีแห่งสหประชาชาติ และอนาคตของสิทธิมนุษยชน ที่ต้องร่วมออกแบบกับคนรุ่นใหม่

05.11.2025

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

สัปดาห์ที่ผมอยู่ในนิวยอร์ก เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ทั้งในแง่ของเมืองและของโลก

วันที่ 24 ตุลาคม คือวันสหประชาชาติ (United Nations Day) ครบรอบ 80 ปีขององค์กรที่ถือกำเนิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อสร้าง “โครงสร้างของสันติภาพ” แทน “เศษซากของสงคราม”

เมืองนี้ในสัปดาห์นั้นยังคงมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เพราะกำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ระหว่าง Zohran Mamdani จากพรรคเดโมแครต, Andrew Cuomo อดีตผู้ว่าการรัฐในฐานะผู้สมัครอิสระ และ Curtis Sliwa ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

อีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้า ผู้นำอาเซียนก็จะพบกันในการประชุมสุดยอดที่มาเลเซีย

ระหว่างที่รถแล่นผ่านริมแม่น้ำอีสต์ ผมเงยหน้ามองอาคารสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ อาคารกระจกทรงเรียบที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมือง เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของมนุษยชาติหลังผ่านสงครามใหญ่

ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังสินค้าและโรงฆ่าสัตว์ ก่อนจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “บ้านของโลก” ที่ประชาชาติทั้งหลายจะได้มาเจรจาแทนการทำสงคราม

ผมมักนึกถึง Eleanor Roosevelt ทุกครั้งที่ผ่านที่นี่ เพราะเธอคือผู้เขียนถ้อยคำแรกของ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” ในปี 1946 ที่อาคารแห่งนี้

ทุกครั้งที่ได้เห็นด้วยตา จะรู้สึกได้ว่าความยิ่งใหญ่ของสหประชาชาติไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรม แต่อยู่ที่ความพยายามของมนุษย์ในการหาความยุติธรรมร่วมกัน

จากเวที NYSEAN
สู่บทสนทนา
เรื่องสิทธิมนุษยชนศตวรรษที่ 21

ผมได้รับเกียรติจาก New York Southeast Asia Network (NYSEAN) ให้มาร่วมเสวนาในหัวข้อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มหาวิทยาลัย NYU

สิ่งที่ทำให้เวทีนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือการได้ร่วมพูดคุยกับ Kenneth Roth อดีตผู้อำนวยการใหญ่ของ Human Rights Watch ซึ่งปัจจุบันสอนอยู่ที่ Princeton School of Public and International Affairs

Roth เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สิทธิมนุษยชนโลกมากว่า 30 ปี จากบอสเนียถึงรวันดา จากเมียนมาถึงยูเครน เขาเป็นผู้ที่พูดความจริงต่ออำนาจอย่างไม่หวั่นเกรง และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันแนวคิด “Responsibility to Protect” รวมทั้งการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เขาเชื่อว่ามาตรฐานสิทธิมนุษยชนต้องใช้กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจหรือรัฐเล็ก

วันนั้น เราพูดถึงคำถามที่ใหญ่ที่สุดของยุคนี้ นั่นคือ เมื่อสิทธิมนุษยชนถูกคุกคามจากทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเทคโนโลยี เราจะนิยามคำว่า “สิทธิ” ใหม่ได้อย่างไร ให้คนรุ่นต่อไปยังเชื่อในมันอยู่

สิทธิมนุษยชนในยุคใหม่
ต้องไม่เพียงถูกปกป้อง
แต่ต้องถูก “ร่วมออกแบบ” ร่วมกับคนรุ่นใหม่

หากสหประชาชาติจะมีพลังอีกครั้งในศตวรรษที่ 21 เราต้องขยับจากการ “ปกป้อง” สิทธิมนุษยชน มาสู่การ “ร่วมออกแบบ” (Co-create Human Rights) โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่มองสิทธิมนุษยชนในมิติที่ต่างออกไป พวกเขาไม่มองสิทธิแค่ในมิติของการไม่ถูกทำร้าย แต่เป็นสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการออกแบบโลกที่ตนเองจะใช้ชีวิตอยู่

สิทธิมนุษยชนยุคใหม่จึงต้องตอบโจทย์ทั้งสิทธิในโลกดิจิทัล สิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และสิทธิที่จะเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมในยุคของ AI

และถ้าเราต้องการให้ระบบสิทธิมนุษยชนสากลมีทั้ง “เขี้ยวเล็บ” และ “หัวใจ” เราต้องเริ่มด้วยการปรับปรุงสามกลไกสำคัญต่อไปนี้

1.UPR 2.0 – จากรายงานสู่ผลลัพธ์

กระบวนการ Universal Periodic Review หรือ UPR เป็นหนึ่งในกลไกหลักของสหประชาชาติ ที่ให้ทุกประเทศต้องรายงานความคืบหน้าด้านสิทธิมนุษยชนต่อหน้าประเทศสมาชิกทุกประเทศทุก 4-5 ปี ถือเป็นเวทีที่เท่าเทียมที่สุดในระบบสิทธิมนุษยชนโลก เพราะประเทศเล็กและใหญ่ถูกประเมินด้วยมาตรฐานเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริง หลายประเทศส่งเพียงรายงานที่สวยงามในเชิงเอกสารโดยไม่มีแผนปฏิบัติจริง หรือไม่มีใครติดตามผลหลังจากการประชุมจบลง

UPR รุ่นใหม่ควรถูกออกแบบให้เป็น “สัญญาทางนโยบาย” ที่มีงบประมาณ เป้าหมาย และกำหนดเวลาชัดเจน พร้อมระบบการประเมินกลางวาระ ประเทศที่ทำได้ดีควรได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม ส่วนประเทศที่ละเลยควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

นี่คือการเปลี่ยนจาก “รายงานเพื่อพิธีการ” ให้กลายเป็น “สัญญาเพื่อความรับผิดชอบ”

2.Global Magnitsky – ลงโทษผู้ละเมิดเป็นรายคน ไม่ใช่ทั้งประเทศ

กฎหมาย Magnitsky เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาในปี 2012 ตั้งชื่อตาม Sergei Magnitsky ทนายชาวรัสเซียที่ถูกจับและเสียชีวิตในคุกหลังเปิดโปงการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ

กฎหมายนี้ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐ ในการอายัดทรัพย์สินและห้ามการเดินทางของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือคอร์รัปชั่นร้ายแรง

ต่อมาประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ แคนาดา และสหภาพยุโรป ได้นำแนวทางนี้ไปใช้เช่นกัน

จุดแข็งของกลไกนี้คือ มันไม่ลงโทษประเทศทั้งประเทศ แต่ลงโทษ “ตัวบุคคล” ที่มีส่วนในการละเมิดสิทธิจริง เป็นการทำให้ความอยุติธรรม “แพงขึ้น” สำหรับผู้ก่อเหตุ

ผมเสนอให้สหประชาชาติส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเชื่อมโยงฐานข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดระบบ “Global Magnitsky” ที่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ละเมิดสิทธิย้ายเงินหรือทรัพย์สินข้ามประเทศได้อีกต่อไป

3.Special Rapporteur on AI and Society – ตั้งผู้แทนพิเศษด้านปัญญาประดิษฐ์และสังคม

ปัจจุบันสหประชาชาติยังไม่มีผู้แทนพิเศษที่รับผิดชอบดูแลด้าน AI และสิทธิมนุษยชนโดยตรง ทั้งที่เทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างชีวิตประจำวันของมนุษย์ ตั้งแต่การจ้างงาน การเข้าถึงข้อมูล ไปจนถึงการเลือกตั้ง

ผู้แทนพิเศษตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานด้านจริยธรรมของ AI ตรวจสอบการเลือกปฏิบัติในอัลกอริธึ่ม

ป้องกันการใช้เทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวังหรือควบคุมประชาชน

และส่งเสริมให้ภาครัฐและภาคเอกชนพัฒนาเทคโนโลยีที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เพราะในศตวรรษที่ 21 สิทธิมนุษยชนไม่ได้อยู่ในเรือนจำเท่านั้น แต่อยู่ในซอร์สโค้ดที่กำหนดชีวิตประจำวันของเรา

คืนนี้ผมนั่งเขียนต้นฉบับใจกลางนิวยอร์ก แล้วนึกถึงประเทศไทยและคนรุ่นใหม่ในอาเซียนที่ยังเชื่อในความยุติธรรม พวกเขาเชื่อในสิ่งเดียวกับที่ผู้ก่อตั้งสหประชาชาติเคยเชื่อ ว่าสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่คือสัญญาแห่งอนาคตที่เราต้องเขียนร่วมกัน

80 ปีก่อน สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นเพื่อป้องกันสงคราม 80 ปีต่อมา เราจำเป็นต้องสร้างสหประชาชาติขึ้นใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เราสูญเสีย “ความเป็นมนุษย์” ในโลกที่หมุนเร็วเกินไป กรุงเทพฯ เมืองที่เคยได้รับการขนานนามว่า “เจนีวาแห่งตะวันออก” หรือ “Geneva of the East” ก็น่าจะเป็นต้นแบบของโลก เป็นจุดเริ่มต้น ในการร่วมออกแบบสิทธิมนุษยชน ร่วมกับคนรุ่นใหม่

เพื่อโลกที่เท่าทันทั้งอำนาจและอนาคต สิทธิมนุษยชนในศตวรรษที่ 21 ได้ไม่มากก็น้อย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)