ภูมิใจไทย..บุก ประชาชน..นำ เพื่อไทย ตาม.. แต่ได้เป็นรัฐบาลแน่
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
แล้ว 4 เดือนจะผ่านไป ทุกพรรคไม่ทำอะไร… นอกจากเตรียมการเลือกตั้ง
ขณะที่แต่ละพรรคกำลังเตรียมตัวจัดหาผู้สมัครเพื่อเตรียมการเลือกตั้งตามสัญญา MOA 4 เดือน ตอนนี้กลับมีแรงกดดันของสถานการณ์ทำให้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจตัดสินใจยุบสภาเร็วกว่าเดิม ทุกพรรคจึงยิ่งเร่งเตรียมคน เตรียมเสบียงอาวุธ เพื่อบรรลุเป้าหมายของแต่ละพรรค
ซึ่งพอจะวิเคราะห์ได้ดังนี้
พรรคภูมิใจไทย
อยากเป็นนายก 4 ปี.. ไม่ใช่ 4 เดือน
หลังจากปฏิบัติการล้มรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร และได้เป็นรัฐบาลบุญอุ้ม โดยปกติแล้วก็ต้องอยากอยู่นานๆ แต่คำสัญญากำหนดไว้แค่ 4 เดือน
ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันคนในรัฐบาลถูกกระแสโจมตีโยงไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทำให้เสียชื่อเสียงอย่างหนัก
จึงมีคนวิเคราะห์ว่ายิ่งอยู่นานไปความเสื่อมก็อาจจะมากขึ้นโอกาสที่ทำคะแนนบวกจะน้อยกว่าคะแนนลบที่จะเกิดจากหลายเรื่องจึงอาจต้องตัดสินใจยุบสภาเร็ว (ล่าสุดคือเรื่อง MOU แร่หายาก งานนี้ไม่ถามความเห็นใครเลย)
แม้อำนาจการยุบสภา ขึ้นอยู่กับนายกฯ อนุทิน แต่การตัดสินใจ น่าจะมีการพูดคุยปรึกษากันหลายพรรค เพราะในความเป็นจริงคือความไม่พร้อมของพรรคต่างๆ ที่หลังเลือกตั้งเสร็จก็จะร่วมเป็นรัฐบาลผสม ต้องไปรวมเสียงให้ได้ 270-300 เสียง
สำหรับพรรคภูมิใจไทยเป้าหมายจริงๆ คงไม่หวังได้ที่ 1 มี ส.ส 200 เสียง แต่ขอเป็นที่ 2 ได้ ส.ส 120-150 คน ก็พอใจแล้ว ถึงตอนนั้นขอให้ชนะพรรคเพื่อไทย การเสนอตัวเป็นนายกฯ ก็จะง่ายขึ้น ส่วนโอกาสที่จะร่วมกับพรรคประชาชน แล้วเป็นนายกฯ คงยากเพราะพรรคประชาชนก็อยากเป็นนายกฯ ถ้าได้เสียงมากที่สุด
แต่ถ้ามาดึงพรรคที่คะแนนน้อยกว่าทั้งเพื่อไทย กล้าธรรมและพรรคเล็กๆ ก็สามารถทำได้ไม่ยาก
ปัญหาใหม่ที่ตามมาคือการฟื้นตัวของประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะมาตัดคะแนนในภาคใต้
ถ้าดิ้นรนจนสุดแรงแล้วยังได้ที่ 3 แพ้เพื่อไทยเหมือนเดิม ก็ยังสามารถเลือกที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ 1 หรือที่ 2 ได้ ถ้าเขาไม่รังเกียจ
สายข่าวภายในภูมิใจไทยแจ้งว่าอย่างน้อย ได้ 110 ส.ส.
พรรคประชาชน
..ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯ ก็เป็นฝ่ายค้าน
ปัญหาของพรรคประชาชนอยู่ที่ว่าหลังเลือกตั้งแล้วโอกาสจะได้เป็นรัฐบาล ต้องฝ่าด่านอำนาจนอกระบบที่ยังขวางอยู่ และถ้าตั้งมาตรฐานการเป็นรัฐบาลผสมไว้สูงๆ จะมีสักกี่พรรคที่มาร่วมรัฐบาลได้ ดังนั้นแม้ได้ที่ 1 แต่มีเสียงไม่ถึงครึ่งสภา โอกาสที่จะเป็นฝ่ายค้านก็ยังมีสูง
การหนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล 4 เดือน ดูคล้ายๆ เป็นการเปิดช่องเพื่อให้รวมกับพรรคอุดมการณ์อื่นได้ แต่ถ้าพรรคประชาชนได้ที่ 1 มี ส.ส.มากที่สุดก็จะต้องได้ตำแหน่งนายกฯ และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตามระบอบประชาธิปไตย
หลายคนวิเคราะห์กันว่าพรรคประชาชนน่าจะได้ประมาณเท่าเดิมคือ 150 แต่ได้ที่ 1 ดังนั้นการร่วมกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยก็จะทำให้ได้เสียงเกินกว่า 230 ถ้าดึงพรรคเล็กๆ อีก 1-2 พรรคเข้ามาก็สามารถตั้งรัฐบาลได้
แต่คาดว่าพรรคประชาชน น่าจะตั้งเป้าหมายได้ ส.ส. 180- 200 แม้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งก็มีโอกาสตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเล็กๆ ได้ แต่เกรงว่าจะมีแรงกดดันนอกสภา ไม่ให้ให้พรรคอื่นเข้าร่วม
นั่นก็หมายความว่าถ้าจะให้ชัวร์ว่าพรรคประชาชนจะเป็นรัฐบาล ต้องได้ ส.ส.เกินครึ่ง
สรุปว่าพรรคประชาชนน่าจะพร้อมที่สุดมีโอกาสชนะที่ 1 มากที่สุดโดยทฤษฎี มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลสูงสุด แต่ที่นี่เป็นประเทศไทย จึงต้องฝ่าด่านนายทุน ขุนศึก ศักดินา ตุลาการภิวัฒน์ ดังนั้นจะต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย
พรรคเพื่อไทย
ยกเครื่องสู้ กู้สถานการณ์
ตอนนี้พรรคอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยกเครื่องปรับปรุงครั้งใหญ่ กว่าจะหาหัวหน้าพรรคเลือกกรรมการใหม่ ก็ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ คงจะไม่กระตือรือร้นให้เลือกตั้งอย่างรวดเร็วฉับพลัน
เพื่อไทย เติบโตมาจากพรรคไทยรักไทยมีนายกรัฐมนตรีที่ถูกสอยร่วงจากตำแหน่งมาแล้ว 6 คนทั้งด้วยการรัฐประหารและตุลาการภิวัฒน์
ถ้าเปรียบเหมือนกับรถบรรทุก พรรคเพื่อไทยก็ถูกใช้งานมา 25 ปีแล้ว ตอนออกมาใหม่ๆ ชื่อไทยรักไทยวิ่งฝ่าเส้นทางที่โหดหินเปลี่ยนคนขับ เปลี่ยนช่าง เปลี่ยนล้อ เปลี่ยนอะไหล่ไปหลายชิ้นทำสีใหม่หลายครั้ง เปลี่ยนแม้กระทั่งป้ายทะเบียน พยายามส่งผู้คนและสินค้าไปยังเป้าหมาย
การปรับปรุงครั้งนี้ต้องดูสถานการณ์ที่เป็นจริงและกำหนดเป้าหมายในระยะยาวว่าต้องการอะไร
เป้าหมายในระยะสั้นคือการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าจะทำได้ดีแค่ไหน
แม้คนจำนวนมากมีความเห็นว่าตระกูลชินวัตร ควรจะเปลี่ยนให้คนอื่น เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ
แต่ในความเป็นจริงพรรคการเมืองขนาดใหญ่แบบเพื่อไทยก็ขาดการสนับสนุนจากตระกูลชินวัตรไม่ได้ ในสถานการณ์ที่นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังถูกจับขังอยู่ในคุก การถอยกลับมาเป็นกองหลังเป็นเรื่องที่เหมาะสม
แต่กองหน้าจะจัดหาใครเป็นคนชูธงนำ
ในวิกฤตของพรรคการกู้สถานการณ์ให้มีกำลังใจ ไม่ให้เกิดความระส่ำระสายจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่แกนนำของพรรคต้องรีบจัดการให้เหมาะสม
ถ้าเพื่อไทยถอยอย่างมียุทธวิธี
ส.ส รู้ดีว่าได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้ที่ 1 แต่ถ้าได้ที่ 2 หรือ 3 จะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ถ้ามี ส.ส.จำนวนน้อยลงตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ก็คงจะต้องเลือกว่าจะร่วมกับภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชน
เพื่อไทยจะกลายเป็นตัวชี้ขาดว่าจะให้ใครเป็นรัฐบาล มีอำนาจต่อรองสูงมาก
การเมืองคล้ายเกมฟุตบอล มีบุกมีถอย แต่การถอยยังต้องมียุทธวิธี เพื่อตั้งรับและบุกกลับ
โอกาสเป็นรัฐบาล มองเห็นอยู่ข้างหน้า และ ส.ส.ส่วนใหญ่ก็ไม่คิดว่าตนเองจะเป็นนายกฯ แต่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรี พวกเขาจึงอยากให้พรรคสู้อย่างมียุทธวิธี คว้าโอกาสแบบนี้ไว้ แล้วเดินหน้าฟื้นตัวใหม่
ในเมื่อตามกฎหมายจะต้องมีหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ ก็รีบจัดการโดยด่วนแต่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคควรจะต้องคัดเลือกอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์นี้
1 เมื่อเลือกเข้ามาแล้วสภาพของพรรคยังจะดำรงความสามัคคีไว้ได้อย่างดีคนส่วนใหญ่เกิน 80% จะต้องยอมรับซึ่งจะทำให้สามารถรวบรวมสมาชิกมาทำงาน เป็นกองหน้าเข้าสู้ศึกเลือกตั้งและมีผู้สนับสนุนเป็นกองหลัง ที่เข้มแข็งพอ
2 ต้องมีความสามารถและประสบการณ์ทางการเมืองมากพอที่จะดูแลพรรคและนำทัพเข้าสู้ศึกเลือกตั้งได้อย่างดี
ถ้าเลือกได้ถูกต้องพรรคจะยืนสู้อยู่ได้ต่อไปแต่ถ้าเลือกผิดพลาดอาจจะทำให้พรรคแตกออกไปมากกว่าเดิมซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง
พรรคประชาธิปัตย์..
ฟื้นไม่ได้ก็ต้องฝัง
พรรคการเมืองที่เคยใหญ่และกลับมาเล็กอย่างประชาธิปัตย์ เพิ่งจะทำการฟื้นฟูรวบรวมกำลังโดยการนำผู้มีชื่อเสียงในอดีตตั้งแต่นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หวังจะใช้ชื่อเสียงเก่าฟื้นฟูพรรค
ความคิดเบื้องต้นก็คือถ้าไม่ทำแบบนี้พรรคประชาธิปัตย์จะหดหายลงไปกว่าเดิม อาจได้ ส.ส.ไม่ถึง 10 คน การฟื้นฟูนี้น่าจะได้ใกล้เคียงเดิมคือประมาณ 20-25 คน แต่คงใช้เวลาเป็นเดือน ประชาธิปัตย์ต้องการเวลาสักครึ่งปี ไม่ใช่จากนี้อีก 3 เดือนก็เลือกตั้ง
ช่วงตอนหาเสียงเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ คงไม่ยอมให้พรรคภูมิใจไทยมาดึงเสียงในภาคใต้ไปอีก เพราะถ้ายังแพ้เหมือนเดิมก็จะได้ ส.ส.น้อยมาก กลายเป็นพรรคต่ำ 10 ส่วนภูมิใจไทยก็หวังจะได้เสียงภาคใต้อย่างเป็นกอบเป็นกำ การปะทะระหว่างอนุรักษนิยมเก่ากับอนุรักษนิยมใหม่ คงเกิดขึ้นอย่างหนักแต่ก็สามารถร่วมกันได้เมื่อตั้งรัฐบาล
ครั้งนี้ กองเชียร์ ปชป.ต้องทุ่มสุดกำลัง ถ้าครั้งนี้ไม่ฟื้นต้องฝัง
พรรคอื่นๆ..นุ่งเจียม ห่มเจียม
เตรียมเป็นรัฐมนตรี
พรรคกล้าธรรมถือว่าตั้งขึ้นใหม่ก็หวังจะดึง ส.ส.ให้เข้ามาอยู่ในมือมากๆ ถ้ากล้าธรรมได้ 30 คนจริงก็คงกระทบกับหลายพรรค
พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ คงจะหมดหน้าที่เพราะประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นขวัญใจกลุ่มอนุรักษนิยมแบบเก่า
ส่วนพรรคเล็กๆ ที่หวังต่อสู้ในบางพื้นที่ไม่ค่อยมีปัญหา คงได้ได้ ส.ส. 5-10 คน
ทุกพรรคเล็กหวังได้เก้าอี้ไม้กันคนละตัวสองตัว
ขอเตือนผู้ชมว่า การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ไม่ว่าแต่ละพรรคจะฟาดฟันกันอย่างไร ทุกพรรคสามารถร่วมเป็นรัฐบาลด้วยกันได้ พระเอก นางเอก ตัวโกง ตัวตลก จะมางานเลี้ยงร่วมกัน แต่สุดท้ายยังต้องขึ้นอยู่กับคนเขียนบท
