สถานการณ์ ‘ไม่ดี’ ที่ชายแดน กับการ ‘หลีกหนีความจริง’ ของสังคมไทย | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
สถานการณ์ความขัดแย้งตรงชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมามีอาการ “ไม่ดี” อีกรอบหนึ่ง
“ไม่ดี” ทั้งจากกรณีที่มีกำลังพลของกองทัพไทยเหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะอีกครั้ง
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ยังมีวี่แวว “ไม่ดี” อีกหนึ่งอย่างปรากฏขึ้น เมื่อมี “นายทหารนอกราชการ” ไปให้สัมภาษณ์เรื่อง “คำสั่งหยุดยิง” จนส่งผลให้สถานการณ์การเมืองในประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ชายแดนคล้ายจะเริ่มปะทุระอุขึ้นอย่างไม่จำเป็น
โดยที่ผู้พูดไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบอะไร เพียงแค่บิดเบี่ยงประเด็นไปเรื่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อน “ปัญหา” ที่ตนเองก่อไว้ ให้ระเหยหายกลายเป็น “ความกลวงเปล่า” แบบเนียนๆ
ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้กระแสเรียกร้องหาสงคราม (จากคนที่ไม่ต้องไปออกรบเอง) หรือกระแสชาตินิยมถูกปลุกเร้าขึ้นใหม่
แต่ยังไม่แน่ใจนักว่า จะขยายตัวจนกลายเป็นกระแสหลัก-กระแสสูงของสังคม ในศักยภาพที่เทียบเท่ากับอารมณ์ความรู้สึกรักชาติเมื่อช่วงไม่กี่เดือนก่อนหรือไม่

สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน ก็คือ “สถานการณ์ไม่ดี” แบบนี้ดันมาเกิดขึ้นในสังคมไทยที่มักชอบ “หลีกหนี” จากเรื่องสำคัญบางเรื่อง ไปจมดิ่งอยู่กับเรื่องอื่นๆ ที่เป็นกระแสวูบวาบขึ้นอย่างฉับพลัน จนพลอยลืมเลือนเรื่องสำคัญที่มีอยู่เดิมไปชั่วขณะ
(ปรากฏการณ์ “หมอนทองวิทยา” ก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กันนี้ เพียงแต่มีพลังดึงคนไทยไป “นอนหลับฝันดี” ได้แค่คืนสองคืนเท่านั้น)
ดังนั้น หากความรู้สึกชาตินิยมจากประเด็นขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาถูกจุดติดขึ้นมาอีกหน นี่ก็อาจเป็น “ความฝันแนวระทึกขวัญ” ที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้หลงเข้าไปในวังวนแห่งความโกรธ เกลียด แค้นคนอื่นและประเทศอื่น เพื่อจะได้ลืมปัญหาหรือโจทย์ใหญ่ๆ อีกหลายเรื่องไปสักระยะหนึ่ง
ถ้าไป “อิน” เรื่องศึกสงครามมากๆ พวกเราอาจหลงลืมหรือละเลยอีกหนึ่งปัญหาที่ไม่อาจแยกออกความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นั่นคือ “ปัญหาสแกมเมอร์-ทุนเทา”
โดยเฉพาะในแง่มุมที่ว่ากลุ่มอาชญากรออนไลน์ข้ามชาติเหล่านี้ใช้ประเทศไทยเป็น “ฐานฟอกเงิน” ของตัวเอง
ถ้า “วิกฤตสงคราม” ถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ สนามเลือกตั้งทั่วไปต้นปี 2569 ซึ่งควรมีโจทย์ใหญ่เป็นการเลือกรัฐบาล-ผู้นำใหม่ ให้เข้ามาบริหารจัดการประเทศไทยที่หยุดนิ่ง-เสื่อมถอยมานานหลายปี และยังมองไม่เห็นอนาคตชัดเจนข้างหน้า ก็อาจจะกลายสภาพเป็น “สนามระบายอารมณ์ชาตินิยม” ที่พัดพาสังคมไทยไปสู่ทิศทางไหนไม่รู้
และแน่นอนว่าโจทย์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ได้หรือไม่ และจะนำไปสู่การออกแบบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ก็อาจไม่ได้รับความสนใจไปเลย
ที่สำคัญ สังคมไทย-นักการเมืองไทยควรต้องตระหนักว่า สุดท้ายแล้ว การใช้กำลังทหารต่อสู้กับประเทศข้างเคียง (ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ฝ่ายไหนลงมือก่อน) จะไม่ถือเป็น “ผลงาน” ของรัฐบาลที่บริหารประเทศ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ทั้งยังมิใช่ “การแก้ไขปัญหา” หรือ “การยุติปัญหา” แต่อย่างใด
ตรงกันข้าม นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของ “ปัญหาใหม่” ซึ่งต้องตามแก้ไข เจรจา ต่อรองกันอยู่ดีในอนาคต
