bg-single

โจมตีตัดกำลังก่อนยุบสภา บีบ ‘เพื่อไทย’ และ ‘พรรคประชาชน’ เป็นฝ่ายค้าน

22.11.2025

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

1.สถานการณ์พรรคการเมืองวันนี้ ก้าวหน้ามาก
ถูกยุบพรรค ล้าหลังนัก คนไม่เลือก

พรรคการเมืองคือองค์กรจัดตั้งของฝ่ายประชาชน ที่สามารถจะนำความต้องการของประชาชนและอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มไปสู่ความเป็นจริงทำให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกแก่ประชาชน แต่ในช่วง 20 ปีหลัง พรรคการเมืองกลับถูกทำลายและทำลายกันเอง

ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่หลังพฤษภาทมิฬ 2535 จนกระทั่งถึงก่อนการรัฐประหาร 2549 ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสูงสุดต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ปี แต่ได้จบลงด้วยการรัฐประหารและตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งมีกระบวนการต่อเนื่องมาตลอดและได้เลวร้ายลงอย่างมากหลังการรัฐประหาร 2557 โดยคณะ คสช.

บทเรียนของพรรคการเมืองประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบพรรคเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบพรรคอีกจนต้องเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย

ต่อมา พรรคอนาคตใหม่ก็ถูกยุบพรรคต้องเปลี่ยนมาเป็นพรรคก้าวไกล แต่ถูกยุบพรรคอีกครั้งตอนนี้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นพรรคประชาชน

การใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ของ คสช. คือการตอกตะปูปิดฝาโลง วันนี้กลุ่มอำนาจเก่าทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

ความเกรงกลัวต่ออำนาจนอกระบบ ทำให้พรรคการเมือง ต้องใช้นโยบายสองหน้า คือด้านหนึ่งต้องเอาใจประชาชนด้วยประชานิยม อีกด้านหนึ่งต้องเอาใจฝ่ายอนุรักษนิยมไปพร้อมกัน

2.การประนีประนอม คือเกมหลอก

ความเป็นจริงแล้ว แต่ละพรรครู้ว่าโลกกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด แต่ก็มีความหวาดกลัวต่ออำนาจเหนือระบบ จนทำให้สภาผู้แทนซึ่งมาจากการเลือกตั้งไม่กล้ามีความเห็นอะไรมากมายหรือแปลกใหม่ อำนาจที่พรรคการเมืองเกรงกลัวที่สุดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

ส.ส.กลัวคำว่าผิดจริยธรรม กลัวถูกตัดสิทธิ พรรคการเมืองกลัวถูกยุบพรรค

ท่าทีของพรรคการเมือง คือใช้วิธีประนีประนอมตีโค้งอ้อมเข้าหาเป้าหมายเช่นจะเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน (สสร.) ก็ไม่กล้าทำตรงๆ

สถานการณ์ปัจจุบันจะพบว่า พรรคการเมืองใช้วิธีประนีประนอมกับอำนาจเหนือระบบ ต่างกันคือบางพรรคการเมืองวิ่งเข้าหาอำนาจเหนือระบบและอาศัยอำนาจนั้นช่วงชิงอำนาจทางการเมือง

บางพรรคก็ยอมหาจุดที่ประนีประนอมกันได้ ต่อรองยอมรับบางส่วนก่อนไม่จำเป็นต้องทั้งหมด หวังพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด แม้ต้องใช้เวลานาน

ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนับตั้งแต่การตั้งรัฐบาลข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทยจนมาถึงการจับมือเพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยโดยพรรคประชาชน

มวลชนที่ก้าวหน้าบางส่วนอาจไม่เห็นด้วยและยังต้องการให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องแบบตรงไปตรงมา..หักเป็นหักไม่ยอมงอ

แต่ในการประนีประนอมนั้นขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายนำของพรรคการเมืองในช่วงนั้นๆ จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งอาจถูกหลอกก็ได้

3.สถานการณ์พรรคเพื่อไทย ….ถูกยึดทรัพย์
จับเป็นตัวประกัน

เป้าโจมตีคือนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ขณะนี้ถูกขังอยู่ในคุก กลายเป็นตัวประกันไปแล้ว แต่ยังไม่พอล่าสุดมีการดันคดี 112 กลับมา เหมือนเอาไว้ขู่ และซ้ำด้วยศาลฎีกาตัดสินกลับให้เรียกเก็บภาษีการขายหุ้น 1.76 หมื่นล้าน ทั้งๆ ที่ทักษิณชนะมาแล้ว 2 ศาล

การทำลายที่จะได้ผลดีที่สุดคือทำลายจากภายในให้เกิดการแตกกัน การกระหน่ำเข้าตีหัวขบวน ก็หวังให้พรรคระส่ำระสาย การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งต้องมีการใช้ทรัพยากรมากพอสมควร ผู้ที่จัดหาเสบียงอาวุธมาช่วยจึงมีความสำคัญ กลุ่ม ส.ส.และแกนนำก็มีความคิดไม่เหมือนกัน ผลประโยชน์เฉพาะหน้าคือการได้เป็น ส.ส.และได้เป็นรัฐมนตรี

งานนี้พรรคเพื่อไทยต้องจัดการปัญหาภายในให้ดี และภายนอกก็ต้องให้มีภาพดีๆ ให้ประชาชนเห็นใจ

หลังจากถูกตุลาการภิวัฒน์ปลดนายกฯ จากเพื่อไทยไป 2 คน ส่วนใหญ่ก็วิเคราะห์กันว่า งานนี้ถูกหลอก ถึงวันนี้ทั้งคนในคนนอกก็ต้องยอมรับแล้วว่าถูกหลอกหลายครั้ง

ถ้าทักษิณอยู่ในคุกจนถึงหลังเลือกตั้ง ถือว่าตัดกำลังหลักของเพื่อไทยตอนหาเสียง

ถ้าต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้าน ถือว่าตัดเสบียง

แผนนี้คล้ายหลังรัฐประหาร 2549 ที่ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บก่อนแข่ง

ฝ่ายอนุรักษนิยมขวา คงจะพยายามบีบ ดึง ดูด ให้เพื่อไทยได้ ส.ส.น้อยที่สุดในการเลือกตั้ง ถ้าพรรคภูมิใจไทยชนะก็จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

4.พรรคประชาชน จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อให้ยุบสภา

พรรคประชาชนไม่เคยเป็นรัฐบาลและบริหารกระทรวงอะไรมาเลย ดังนั้นจุดอ่อน จึงมีน้อยมาก

ประเมินว่าเสียงสนับสนุนจากมวลชนโดยเฉพาะส่วนที่ก้าวหน้าและยังมีอยู่อย่างหนาแน่นเพราะถึงที่สุดแล้ว ถ้าในวันเลือกตั้งไม่มีพรรคใดหรือบุคคลใดที่แสดงความโดดเด่นออกมา พรรคประชาชนก็จะเก็บคะแนนของส่วนที่ก้าวหน้าไปได้โดยส่วนใหญ่ ดังนั้นพรรคประชาชนตั้งความหวังไว้ถึง 200 เสียง

ถึงแม้จะมีกระแสโจมตีว่าเป็นผู้อุ้มพรรคภูมิใจไทยจนได้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่พรรคประชาชนก็แสดงบทบาทโจมตีพรรคภูมิใจไทย การบริหารของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โจมตีพรรคกล้าธรรมและธรรมนัสเปิดโปงการคดโกงต่างๆ

ทุกพรรคไม่ได้ต้องการให้ มีการโหวตคว่ำรัฐบาลเสียงข้างน้อยของภูมิใจไทย แต่ต้องการยุบสภา ดังนั้นเมื่อจบเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะผ่านวาระ 3 หรือไม่ผ่าน พรรคประชาชนอาจจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียเอง

นายกฯ อนุทินเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องชิงยุบสภาก่อนบรรจุเข้าวาระ เพราะถ้าปล่อยให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีโอกาสสูงที่จะถูกคว่ำกลางสภา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถ้าเกิดการอภิปรายพรรคประชาชนซึ่งเคยสนับสนุน ก็ต้องเข้าร่วมอภิปราย จุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทยด้วย ถ้าไม่ทำและแสดงตัวเป็นฝ่ายค้ำก็จะถูกโจมตีร่วมด้วยซึ่งไม่ใช่เรื่องดี

สิ่งที่พรรคประชาชนต้องเจอ คือคดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล 44 คน กรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไข ม.112 ปปช. คาดว่าสรุปไม่เกิน ธันวาคม 2568

แต่พรรคประชาชนคงฝ่ากระแสโจมตีไปได้ เพียงแค่บาดเจ็บ

5.พรรคภูมิใจไทย ยิ่งอยู่นาน ยิ่งบาดเจ็บ ต้องยุบสภา

พรรคภูมิใจไทยซึ่งเดินเกมโค่นล้มรัฐบาลของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้สำเร็จโดยอาศัยอำนาจเหนือระบบเข้าช่วย คิดว่าเมื่อตัวเองได้อำนาจจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

แน่นอนว่า การโยกย้ายข้าราชการทำได้ไม่ยาก หรือการที่จะจัดการอุปสรรคในคดีต่างๆ ก็พอทำได้ แต่การทำผลงานการบริหารไม่ใช่ง่ายคงทำได้แค่หาเงินมาแจกโครงการคนละครึ่ง เพื่อปูทางเรียกคะแนนเสียง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือกระแสที่ทำให้ถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปัญหาชาตินิยม ซึ่งคิดว่าจะเรียกคะแนนเสียงกลับกลายเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปัญหาการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศการทำสัญญา MOU กับอเมริกา และการถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีชั่วคราว ทำให้คนจำนวนมากมองว่าพรรคนี้ทำได้แค่งานของผู้รับเหมา

ตอนนี้จึงมีคนประเมินกันว่านายกฯ อนุทินอยากจะยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 ซึ่งเคยกำหนดไว้ ถ้ามีการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด ไม่ว่าจะใครพรรคไหนการยุบสภาจะเกิดขึ้นทันที

แทบทุกพรรคขณะนี้ต้องการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้ต้องการให้คว่ำนายกฯ อนุทินแล้วเลือกนายกใหม่ เพราะถ้าเกิดแบบนั้นขึ้นก็จะวุ่นวายกันใหญ่ นายกฯ ใหม่จะเป็นใครก็ยังไม่รู้และเมื่อเป็นแล้วก็ไม่รู้จะอยู่ไปได้นานเท่าใด รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ถ้าอยู่ไปแบบไม่มีความหวัง ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร

และเรื่องที่สัญญาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่อยู่ในข้อตกลงของรัฐบาลที่เข้ามาใหม่

6.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่เกิดขึ้น
ตอนนี้แค่หาวิธีคัดเลือกคนมาทำงานนี้อย่างไร?

ขณะนี้ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกลงกันได้เบื้องต้นในสิ้นเดือนพฤศจิกายนและเมื่อเปิดสภาขึ้นมาก็จัดการให้ผ่านวาระ 3 ให้ได้ หลังกลางเดือนธันวาคม ถ้ามีการเตรียมการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ การยุบสภาก็อาจจะเกิดขึ้นตอนสิ้นปี 2568 หรือปีใหม่ 2569

แต่ถ้าไม่มี ส.ว. 1 ใน 3 มาสนับสนุน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะล้มเหลว

ถ้างานแก้รัฐธรรมนูญล้ม ถือว่าถูกหลอก พรรคประชาชนเสีย แต่พรรคภูมิใจไทยไม่กลัว เพราะเสียเรื่องอื่นมากกว่า

ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อผลมีสรุปออกมา ทั้ง 3 พรรคใหญ่คือ ภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคประชาชนก็พร้อมให้เกิดการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่

กลุ่มอำนาจเหนือระบบตั้งใจเล่นงานเพื่อไทยแรงขนาดนี้ ไม่ได้หวังแค่จะให้แพ้ภูมิใจไทย แต่ถ้าได้ ส.ส.น้อยมาก เมื่อรวมกับพรรคประชาชนแล้วได้ไม่ถึงครึ่ง จะกลายเป็นฝ่ายค้านทั้งสองพรรค และอาจอยู่ในแผนขวางการแก้รัฐธรรมนูญ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง