โจมตีตัดกำลังก่อนยุบสภา บีบ ‘เพื่อไทย’ และ ‘พรรคประชาชน’ เป็นฝ่ายค้าน
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
1.สถานการณ์พรรคการเมืองวันนี้ ก้าวหน้ามาก
ถูกยุบพรรค ล้าหลังนัก คนไม่เลือก
พรรคการเมืองคือองค์กรจัดตั้งของฝ่ายประชาชน ที่สามารถจะนำความต้องการของประชาชนและอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มไปสู่ความเป็นจริงทำให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกแก่ประชาชน แต่ในช่วง 20 ปีหลัง พรรคการเมืองกลับถูกทำลายและทำลายกันเอง
ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่หลังพฤษภาทมิฬ 2535 จนกระทั่งถึงก่อนการรัฐประหาร 2549 ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสูงสุดต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ปี แต่ได้จบลงด้วยการรัฐประหารและตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งมีกระบวนการต่อเนื่องมาตลอดและได้เลวร้ายลงอย่างมากหลังการรัฐประหาร 2557 โดยคณะ คสช.
บทเรียนของพรรคการเมืองประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบพรรคเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบพรรคอีกจนต้องเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย
ต่อมา พรรคอนาคตใหม่ก็ถูกยุบพรรคต้องเปลี่ยนมาเป็นพรรคก้าวไกล แต่ถูกยุบพรรคอีกครั้งตอนนี้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นพรรคประชาชน
การใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ของ คสช. คือการตอกตะปูปิดฝาโลง วันนี้กลุ่มอำนาจเก่าทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
ความเกรงกลัวต่ออำนาจนอกระบบ ทำให้พรรคการเมือง ต้องใช้นโยบายสองหน้า คือด้านหนึ่งต้องเอาใจประชาชนด้วยประชานิยม อีกด้านหนึ่งต้องเอาใจฝ่ายอนุรักษนิยมไปพร้อมกัน
2.การประนีประนอม คือเกมหลอก
ความเป็นจริงแล้ว แต่ละพรรครู้ว่าโลกกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด แต่ก็มีความหวาดกลัวต่ออำนาจเหนือระบบ จนทำให้สภาผู้แทนซึ่งมาจากการเลือกตั้งไม่กล้ามีความเห็นอะไรมากมายหรือแปลกใหม่ อำนาจที่พรรคการเมืองเกรงกลัวที่สุดคืออำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
ส.ส.กลัวคำว่าผิดจริยธรรม กลัวถูกตัดสิทธิ พรรคการเมืองกลัวถูกยุบพรรค
ท่าทีของพรรคการเมือง คือใช้วิธีประนีประนอมตีโค้งอ้อมเข้าหาเป้าหมายเช่นจะเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน (สสร.) ก็ไม่กล้าทำตรงๆ
สถานการณ์ปัจจุบันจะพบว่า พรรคการเมืองใช้วิธีประนีประนอมกับอำนาจเหนือระบบ ต่างกันคือบางพรรคการเมืองวิ่งเข้าหาอำนาจเหนือระบบและอาศัยอำนาจนั้นช่วงชิงอำนาจทางการเมือง
บางพรรคก็ยอมหาจุดที่ประนีประนอมกันได้ ต่อรองยอมรับบางส่วนก่อนไม่จำเป็นต้องทั้งหมด หวังพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด แม้ต้องใช้เวลานาน
ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนับตั้งแต่การตั้งรัฐบาลข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทยจนมาถึงการจับมือเพื่อสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยโดยพรรคประชาชน
มวลชนที่ก้าวหน้าบางส่วนอาจไม่เห็นด้วยและยังต้องการให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องแบบตรงไปตรงมา..หักเป็นหักไม่ยอมงอ
แต่ในการประนีประนอมนั้นขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายนำของพรรคการเมืองในช่วงนั้นๆ จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งอาจถูกหลอกก็ได้
3.สถานการณ์พรรคเพื่อไทย ….ถูกยึดทรัพย์
จับเป็นตัวประกัน
เป้าโจมตีคือนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ขณะนี้ถูกขังอยู่ในคุก กลายเป็นตัวประกันไปแล้ว แต่ยังไม่พอล่าสุดมีการดันคดี 112 กลับมา เหมือนเอาไว้ขู่ และซ้ำด้วยศาลฎีกาตัดสินกลับให้เรียกเก็บภาษีการขายหุ้น 1.76 หมื่นล้าน ทั้งๆ ที่ทักษิณชนะมาแล้ว 2 ศาล
การทำลายที่จะได้ผลดีที่สุดคือทำลายจากภายในให้เกิดการแตกกัน การกระหน่ำเข้าตีหัวขบวน ก็หวังให้พรรคระส่ำระสาย การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งต้องมีการใช้ทรัพยากรมากพอสมควร ผู้ที่จัดหาเสบียงอาวุธมาช่วยจึงมีความสำคัญ กลุ่ม ส.ส.และแกนนำก็มีความคิดไม่เหมือนกัน ผลประโยชน์เฉพาะหน้าคือการได้เป็น ส.ส.และได้เป็นรัฐมนตรี
งานนี้พรรคเพื่อไทยต้องจัดการปัญหาภายในให้ดี และภายนอกก็ต้องให้มีภาพดีๆ ให้ประชาชนเห็นใจ
หลังจากถูกตุลาการภิวัฒน์ปลดนายกฯ จากเพื่อไทยไป 2 คน ส่วนใหญ่ก็วิเคราะห์กันว่า งานนี้ถูกหลอก ถึงวันนี้ทั้งคนในคนนอกก็ต้องยอมรับแล้วว่าถูกหลอกหลายครั้ง
ถ้าทักษิณอยู่ในคุกจนถึงหลังเลือกตั้ง ถือว่าตัดกำลังหลักของเพื่อไทยตอนหาเสียง
ถ้าต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้าน ถือว่าตัดเสบียง
แผนนี้คล้ายหลังรัฐประหาร 2549 ที่ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บก่อนแข่ง
ฝ่ายอนุรักษนิยมขวา คงจะพยายามบีบ ดึง ดูด ให้เพื่อไทยได้ ส.ส.น้อยที่สุดในการเลือกตั้ง ถ้าพรรคภูมิใจไทยชนะก็จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
4.พรรคประชาชน จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อให้ยุบสภา
พรรคประชาชนไม่เคยเป็นรัฐบาลและบริหารกระทรวงอะไรมาเลย ดังนั้นจุดอ่อน จึงมีน้อยมาก
ประเมินว่าเสียงสนับสนุนจากมวลชนโดยเฉพาะส่วนที่ก้าวหน้าและยังมีอยู่อย่างหนาแน่นเพราะถึงที่สุดแล้ว ถ้าในวันเลือกตั้งไม่มีพรรคใดหรือบุคคลใดที่แสดงความโดดเด่นออกมา พรรคประชาชนก็จะเก็บคะแนนของส่วนที่ก้าวหน้าไปได้โดยส่วนใหญ่ ดังนั้นพรรคประชาชนตั้งความหวังไว้ถึง 200 เสียง
ถึงแม้จะมีกระแสโจมตีว่าเป็นผู้อุ้มพรรคภูมิใจไทยจนได้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่พรรคประชาชนก็แสดงบทบาทโจมตีพรรคภูมิใจไทย การบริหารของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โจมตีพรรคกล้าธรรมและธรรมนัสเปิดโปงการคดโกงต่างๆ
ทุกพรรคไม่ได้ต้องการให้ มีการโหวตคว่ำรัฐบาลเสียงข้างน้อยของภูมิใจไทย แต่ต้องการยุบสภา ดังนั้นเมื่อจบเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะผ่านวาระ 3 หรือไม่ผ่าน พรรคประชาชนอาจจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียเอง
นายกฯ อนุทินเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องชิงยุบสภาก่อนบรรจุเข้าวาระ เพราะถ้าปล่อยให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีโอกาสสูงที่จะถูกคว่ำกลางสภา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถ้าเกิดการอภิปรายพรรคประชาชนซึ่งเคยสนับสนุน ก็ต้องเข้าร่วมอภิปราย จุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทยด้วย ถ้าไม่ทำและแสดงตัวเป็นฝ่ายค้ำก็จะถูกโจมตีร่วมด้วยซึ่งไม่ใช่เรื่องดี
สิ่งที่พรรคประชาชนต้องเจอ คือคดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล 44 คน กรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไข ม.112 ปปช. คาดว่าสรุปไม่เกิน ธันวาคม 2568
แต่พรรคประชาชนคงฝ่ากระแสโจมตีไปได้ เพียงแค่บาดเจ็บ
5.พรรคภูมิใจไทย ยิ่งอยู่นาน ยิ่งบาดเจ็บ ต้องยุบสภา
พรรคภูมิใจไทยซึ่งเดินเกมโค่นล้มรัฐบาลของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้สำเร็จโดยอาศัยอำนาจเหนือระบบเข้าช่วย คิดว่าเมื่อตัวเองได้อำนาจจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
แน่นอนว่า การโยกย้ายข้าราชการทำได้ไม่ยาก หรือการที่จะจัดการอุปสรรคในคดีต่างๆ ก็พอทำได้ แต่การทำผลงานการบริหารไม่ใช่ง่ายคงทำได้แค่หาเงินมาแจกโครงการคนละครึ่ง เพื่อปูทางเรียกคะแนนเสียง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือกระแสที่ทำให้ถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปัญหาชาตินิยม ซึ่งคิดว่าจะเรียกคะแนนเสียงกลับกลายเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปัญหาการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศการทำสัญญา MOU กับอเมริกา และการถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีชั่วคราว ทำให้คนจำนวนมากมองว่าพรรคนี้ทำได้แค่งานของผู้รับเหมา
ตอนนี้จึงมีคนประเมินกันว่านายกฯ อนุทินอยากจะยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 ซึ่งเคยกำหนดไว้ ถ้ามีการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด ไม่ว่าจะใครพรรคไหนการยุบสภาจะเกิดขึ้นทันที
แทบทุกพรรคขณะนี้ต้องการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้ต้องการให้คว่ำนายกฯ อนุทินแล้วเลือกนายกใหม่ เพราะถ้าเกิดแบบนั้นขึ้นก็จะวุ่นวายกันใหญ่ นายกฯ ใหม่จะเป็นใครก็ยังไม่รู้และเมื่อเป็นแล้วก็ไม่รู้จะอยู่ไปได้นานเท่าใด รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ถ้าอยู่ไปแบบไม่มีความหวัง ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร
และเรื่องที่สัญญาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่อยู่ในข้อตกลงของรัฐบาลที่เข้ามาใหม่
6.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่เกิดขึ้น
ตอนนี้แค่หาวิธีคัดเลือกคนมาทำงานนี้อย่างไร?
ขณะนี้ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกลงกันได้เบื้องต้นในสิ้นเดือนพฤศจิกายนและเมื่อเปิดสภาขึ้นมาก็จัดการให้ผ่านวาระ 3 ให้ได้ หลังกลางเดือนธันวาคม ถ้ามีการเตรียมการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ การยุบสภาก็อาจจะเกิดขึ้นตอนสิ้นปี 2568 หรือปีใหม่ 2569
แต่ถ้าไม่มี ส.ว. 1 ใน 3 มาสนับสนุน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะล้มเหลว
ถ้างานแก้รัฐธรรมนูญล้ม ถือว่าถูกหลอก พรรคประชาชนเสีย แต่พรรคภูมิใจไทยไม่กลัว เพราะเสียเรื่องอื่นมากกว่า
ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อผลมีสรุปออกมา ทั้ง 3 พรรคใหญ่คือ ภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคประชาชนก็พร้อมให้เกิดการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
กลุ่มอำนาจเหนือระบบตั้งใจเล่นงานเพื่อไทยแรงขนาดนี้ ไม่ได้หวังแค่จะให้แพ้ภูมิใจไทย แต่ถ้าได้ ส.ส.น้อยมาก เมื่อรวมกับพรรคประชาชนแล้วได้ไม่ถึงครึ่ง จะกลายเป็นฝ่ายค้านทั้งสองพรรค และอาจอยู่ในแผนขวางการแก้รัฐธรรมนูญ
