หากไม่แก้รัฐธรรมนูญ.. ให้เป็นธรรม สีเทา สีดำ..จะยึดประเทศไทย
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
1 ประเทศต้องการผู้บริหารและปกครองที่ดี
ประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านทรัพยากร จำนวนประชากร และขนาดของประเทศทรัพยากรมีมากมาย ทำเลที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์เหมาะสม จึงเป็นเป้าหมายของรัฐมหาอำนาจ และกลุ่มทุนสีเทา สีดำ ที่ต้องการหาประโยชน์ และยึดครอง ซึ่งในยุคนี้มิได้ใช้กำลังอาวุธ แต่จะใช้เงินตรา แทรกเข้าหาอำนาจ แล้วใช้ตัวแทนเข้าบริหารและปกครอง
ถ้าประชาชนสามารถคัดเลือกผู้บริหารที่ดี..มีความตั้งใจทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ มีความรู้ความสามารถ ที่จะทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี ก็จะสามารถนำประเทศให้พ้นจากภัยพิบัติต่างๆ และได้รับความสะดวกสบาย และความมั่นคงในการใช้ชีวิต
แต่ถ้าเลือกผิดพวกปรสิต จะกลายเป็นผู้บริหารและปกครอง
นอกจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ยกระดับชีวิตด้านการรักษาโรคและสาธารณสุข ชาวบ้านยังต้องการยกระดับทางการศึกษาโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวิชาอาชีพที่จะใช้ได้ในปัจจุบันไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ หรือส่งเสริมให้จบปริญญาตรีอะไรก็ได้แต่จบแล้วจะไม่มีงานทำ การมีนโยบายทางด้านการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อที่ไม่ให้เกษตรกรประสบความล้มเหลวเมื่อสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมาต้องขายขาดทุน
10 ปีหลังนี้ชาวบ้านยากลำบากมาก ความสามารถของรัฐบาลแม้ยามปกติก็ย่ำอยู่กับที่ ยามวิกฤตยิ่งไม่มีปัญญาตั้งรับและแก้ไข ทุกอย่างต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม โรคระบาด ก็ต้องตายเป็นร้อยเป็นพัน
2 ผู้บริหารที่ดีมาจากรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม
ในระบอบประชาธิปไตย ผู้บริหารจะต้องถูกเลือกจากประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญที่ยุติธรรม
ในระยะหลังนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นไม่ได้อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนที่เป็นผู้ออกเสียงเลือกตั้ง เพราะแม้จะเลือกใครขึ้นมา ก็ยากที่จะส่งให้คนเหล่านั้นมาเป็นผู้บริหารประเทศได้ ถึงเป็นได้ก็ถูกปลด พรรคที่คนส่วนใหญ่ชอบก็ถูกยุบ
รัฐธรรมนูญมีช่องว่างให้เกิดการซื้อ หรือดูด ส.ส.ได้ ไปทำลายฝ่ายนิติบัญญัติให้อ่อนแอ มีช่องโหว่ของความยุติธรรมที่สามารถเลือกให้คุณให้โทษ ผ่านองค์กรอิสระและระบบยุติธรรมแบบเลือกข้าง
ช่องโหว่ต่างๆ เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้รัดกุม แต่ รธน.2560 ถูกคณะรัฐประหาร กำหนดเงื่อนไขให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือแก้ได้ยากมาก เท่ากับว่าปิดทางที่จะสรรหาผู้บริหารที่ดีและเก่ง
10 ปีหลังนี้ประเทศและประชาชนย้อนกลับไปสู่วังวนเก่าซึ่งจะมีผู้บริหารที่มีความสามารถน้อยแต่หาประโยชน์เพื่อตนเองและพรรคพวก มาคุมอำนาจการบริหารและปกครอง
3 การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องจำเป็น ก่อนจะมีการซื้อประเทศ
มีบางคนบอกว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญ ควรแก้เศรษฐกิจก่อน เรื่องนี้เปรียบได้กับการระบาดของโรคไข้เลือดออก ประชาชนยังจำเป็นต้องทำมาหากินไม่มีใครห้าม แต่การกำจัดยุงลายกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำทันทีที่มีโอกาส มิฉะนั้นแล้วการระบาดของโรคจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่
รัฐธรรมนูญที่มีช่องโหว่ ให้คนโกง ไม่ใช่ปราบโกง กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยฝ่ายที่ต้องการกุมอำนาจต่อเนื่อง ซึ่งพยายามยื้อไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ
สถานการณ์วันนี้ถูกผลักดันจนมาถึงจุดที่มีโอกาสจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงมากอยู่ แค่หาผู้ที่จะมาทำการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหากว่าได้คนที่ไม่มีความประสงค์จะมอบอำนาจ การตัดสินใจให้ประชาชน เมื่อร่างเสร็จไปแล้วก็อาจจะได้ออกมาคล้ายกับรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ได้ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเรายังอยู่ในวงจรอุบาทว์ และน่าจะแย่กว่าเดิม
เพราะขณะนี้มาถึงยุคที่มีการใช้เงินสีดำสีเทาซื้อเสียงประชาชน ซื้อ ส.ส. ซื้อข้าราชการ ซี้อรัฐบาล ถ้าปล่อยให้ทำสำเร็จเท่ากับว่าได้ซื้อประเทศไปแล้ว และเมื่อเข้ามาบริหารประเทศ เขาต้องทำกำไรจากประชาชนแน่นอน
4 การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ เดินมาถึงตรงไหนแล้ว?
ขั้นตอนปัจจุบันได้ผ่านกรรมาธิการฯ ซึ่งมีทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันจัดทำ และได้ส่งถึงประธานรัฐสภา เพื่อให้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว จะมีการพิจารณา วาระที่ 2 ในสมัยวิสามัญ ในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.พรรคประชาชน ประธานกรรมาธิการ คาดว่า การพิจารณาวาระที่ 3 จะอยู่ในช่วง 29 ธันวาคม ซึ่งถือว่าเสร็จก่อนช่วงเวลาปีใหม่
แต่เนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านกรรมาธิการอาจไม่ถูกใจ มีการเปลี่ยนไปจากร่างของพรรคประชาชนซึ่งรัฐสภาได้โหวตให้เป็นร่างหลัก คือ สภาที่ปรึกษา 100 คนที่ให้ประชาชนเลือกถูกตัดทิ้ง เหลือเพียง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ที่สมาชิกรัฐสภา 700 คน เป็นผู้เลือก
ใช้สูตร ’20 หยิบ 1′ คือกำหนดให้สมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.จับกลุ่มกัน 20 คน เพื่อเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ 1 คน
5 มีความเห็นค้านจากหลายฝ่ายเช่น
พรรคเพื่อไทยเองได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการ เพราะสูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้เกิดกรรมาธิการยกร่างฯ ที่มาจาก คนพวกเดียวกัน โดยอาศัยเสียงข้างมาก
พรรคเพื่อไทยได้สงวนความเห็นไว้หลายประเด็นเพื่อนำไปสู่การอภิปรายในรัฐสภา ได้แก่ 1. ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตามที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ เพราะ สสร.จะมีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำหน้าที่ได้ดีกว่า กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญที่เสียงส่วนใหญ่ของ กมธ.ต้องการ
สำหรับที่มาของ สสร. คือ ให้ประชาชนเลือกตั้ง 300 คน และให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คนจากนั้น สสร.จะตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
2. ผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น แทนที่จะใช้ 20 หยิบ 1 ทั้งหมด เพื่อไทยเสนอให้มาจากรัฐสภาเพียง 25 คน จึงต้องใช้สูตรคำนวณ 28 หยิบ 1 แต่ที่เหลืออีก 10 คนให้มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ รวมเป็น 35 คน จะคนที่มีความรู้ความสามารถมาถ่วงดุลใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็น กมธ.ของรัฐสภาเสียทั้งหมด
เทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว.สายสื่อสารมวลชน ยืนยันว่าประชาชนต้องมีสิทธิ์เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง สูตร 20 หยิบ 1 ตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ที่แน่นอนคือ ส.ว. 200 คน แต่ ส.ส. 500 คน ต้องรอการเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าพรรคใดจะได้เสียงข้างมาก สมมุติว่าพรรคที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ ส.ว. อาจจะได้เป็นอันดับ 1 หรืออันดับ 2 หรือเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล มีแนวโน้มว่า 20 หยิบ 1 จะมีเสียงข้างมากที่เอนไปทางรัฐบาลหรือ ส.ว. เสียงข้างมาก
6 จังหวะเวลาทางการเมือง… ไม่น่าจะยุบสภาก่อนลงมติ วาระ 3
วิเคราะห์กันว่า การยื่นอภิปราย และการยุบสภา น่าจะเกิดขึ้นเมื่อรัฐสภาพิจารณา ลงมติ วาระ 2 และวาระ 3 เสร็จสิ้น ถ้าวาระ 2 เสร็จ วันที่ 11 ธันวาคมจะต้องเว้นวรรคออกไปอีก 15 วัน การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระ 3 ก็จะตรงกับวันที่ 26 ธันวาคม อย่างเร็วที่สุด
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แจ้งว่าไม่มีแนวคิดที่จะยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจก่อนการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญในวาระ 2 เสร็จสิ้น
เมื่อถามว่า ประเมินว่าสิ่งที่ กมธ.ฝั่งพรรคเพื่อไทยสงวนความเห็นไว้ จะชนะในวาระ 2 หรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า เชื่อว่าจะมีทั้งชนะและไม่ชนะ (มีหลายมาตรา) ผลพิจารณาวาระ 2 จะเป็นเหตุเป็นผลต่อการตัดสินใจของ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย รวมถึงเป็นท่าทีของพรรคต่อการลงมติวาระ 3
แต่ไม่เกี่ยวกับการจะยื่น หรือไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ผ่านวาระ 3 จากเสียงในรัฐสภา ยังไม่แน่ว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นด้วย ถ้าไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็น.. จะออกกฎหมายมาบังคับให้มีการลงประชามติทำไม?
