ยุบสภา เพื่อล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่รณรงค์สู้ เขาอยู่ยาว
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
ยุบสภา เพื่อล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่รณรงค์สู้ เขาอยู่ยาว
หลังจากนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยุบสภา
ทีมวิเคราะห์ประมวลเป้าหมายและแผนการของฝ่ายอนุรักษนิยมขวา ระยะ 1 ปีที่ผ่านมาได้ดังนี้
1. ฝ่ายอนุรักษนิยมขวาไม่ต้องการให้มีการแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดอำนาจ
2. ต้องการรักษาสถานะของวุฒิสภาในปัจจุบันให้กลุ่มฮั้วส.ว.มีอำนาจและใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์ไปยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้
3. ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยมาเป็นพรรคหลักในการเป็นรัฐบาลและบริหารประเทศ ทั้งในสมัยปัจจุบันและหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงต้องเพิ่มแรงดูด ให้ได้ ส.ส.มากที่สุด
4. ต้องตัดกำลังทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน
การปฏิบัติการจริงในการยึดอำนาจ
แผนถูกกำหนดขึ้นมาในช่วงมีความขัดแย้งระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยในการชิงกระทรวงมหาดไทย เกมเสียงกระซิบจากฮุน เซน จึงถูกขยายขึ้นมา
18 มิถุนายน 2568 ความขัดแย้งเรื่องการชิงกระทรวงมหาดไทยระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยถึงจุดแตกหัก คลิปเสียงบทสนทนาระหว่างนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน ก็ถูกเผยแพร่โดยฮุน เซน ต่อสาธารณะ
ในวันเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ให้นายกฯ แพทองธารแสดงความรับผิดชอบ
19 มิถุนายน 2568 พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ส.ว. แถลงขอให้นายกฯ แพทองธารลาออก พร้อมทั้งยื่น ป.ป.ช.เพื่อถอดถอน
20 มิถุนายน 2568 กลุ่ม ส.ว. 36 คน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่และถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 : 2 สั่งนายกฯ แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยและรับคำร้อง ส.ว.ไว้พิจารณา
24-28 กรกฎาคม มีการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ที่ จ.ศรีสะเกษ
29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนายกฯ แพทองธารออกจากตำแหน่ง
ในขณะที่อนุทินไปตกลงกับพรรคประชาชนทำ MOA กันเรียบร้อยแล้ว
2 กันยายน 2558 รักษาการนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย พยายามยื่นยุบสภาแต่ไม่สำเร็จเพราะอีกฝ่ายวางแผนบล็อกไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว และก็ดึงพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมโหวตเสียงให้นายกฯ อนุทิน โดยมีอำนาจนอกระบบคอยสนับสนุน
4 กันยายน นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร บินออกนอกประเทศ จากเดิมจะไปลงสิงคโปร์ก็เดินทางต่อไปดูไบ
5 กันยายน การโหวตเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่นายอนุทินชนะได้ 311 เสียง (พรรคประชาชนมาโหวตช่วยตามสัญญา MOA 143 เสียง) พรรคเพื่อไทยแพ้ได้เพียง 152 เสียง
8 กันยายน นายกฯ ทักษิณเดินทางกลับมาประเทศไทยและมาขึ้นศาลในวันที่ 9 กันยายน ถูกตัดสินให้กลับไปรับโทษจำคุก
ได้เป็นรัฐบาลใหม่ตามแผน
ทำได้แค่แก้ปัญหาตัวเอง
29 กันยายน อนุทินตั้งรัฐบาลใหม่ตรงตามที่ฮุน เซน บอกไว้ 3 เดือนจะเปลี่ยนนายกฯ หลังแถลงนโยบาย มีเวลาเพียง 4 เดือนตามสัญญา MOA ก็จะยุบสภาแน่นอน
แต่รัฐบาลใหม่นี้ไม่สามารถสร้างผลงานอะไรได้ ดังนั้น ประชาชนจึงมองเห็นแต่งานที่เกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย เช่น การแก้ปัญหาคดีฮั้ว ส.ว. ปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง
เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และท่วมหนักในหาดใหญ่ทำให้คนมองว่าฝีมือการแก้ปัญหาและการบริหารยังไม่ถึงขั้นที่จะมาเป็นนายกฯ ได้
ขณะเดียวกันคนที่อยู่ฝั่งรัฐบาลก็เผชิญกับข้อหาเกี่ยวพันกับทุนสีเทา
ในท่ามกลางปัญหาที่กำลังรุมเร้านายกฯ อนุทินไม่แก้ แต่ตัดปัญหาด้วยการยุบสภา มีคำถามตามมาว่านายกฯ อนุทินอยากจะยุบสภาในคืนวันที่ 11 ธันวาคม จริงหรือจำเป็นต้องทำตามแรงกดดัน เพราะยังดึงเกมได้อีก 15 วัน
วิเคราะห์การเดินเกมของฝ่ายต่างๆ ดังนี้
แต่ละพรรคมีจุดมุ่งหมายของตนเอง ต่างก็เดินเกมเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่คิดว่าดีที่สุดในขณะนั้น แม้อาจจะไม่ใช่ทางเดินที่ดีที่สุด เพราะมีทั้งผลได้ผลเสีย ความคิดของประชาชนหรือกองเชียร์ของแต่ละพรรคอาจต่างกับความคิดของแกนนำพรรค
1. พรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นตัวหลักของเกม ตอนแรกวิเคราะห์กันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่กล้าออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์คลิปเสียงฮุน เซน จึงรู้ว่าที่แท้แล้วพรรคภูมิใจไทยมีเกม 2 เกม 3 และมีกองหนุนขนาดใหญ่อยู่ข้างหลัง เพียงแต่การเล่นเกมนี้จะเปลี่ยนรัฐบาลได้สำเร็จก็จะต้องมีเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน
อนุทินทำสำเร็จที่สามารถชักจูงพรรคประชาชนมาช่วยสนับสนุนตนเองได้ และยังกล้าฉีก MOA กลางรัฐสภา โดยใช้ ส.ว.ตามแผน
2. พรรคประชาชน ขณะที่เกิดเหตุความขัดแย้งของ 2 พรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาชนสามารถเลือกยืนเฉยอยู่ก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าพรรคประชาชนมีข้อมูลอะไรจึงตัดสินใจไปตกลงทำ MOA หนุนอนุทิน
การที่พรรคประชาชนยกเอาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาต่อรองถือเป็นเรื่องดี แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ก็รู้ว่าโอกาสที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะจะต้องมีปัญหาที่ ส.ว.แน่นอน
ส่วนผลประโยชน์ทางการเมืองก็น่าจะมีเพียงแค่ทำให้พรรคเพื่อไทยหลุดจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ไม่ได้เปรียบในการเลือกตั้ง
ที่มีหลายคนแนะนำว่าน่าจะร่วมรัฐบาลกันไปเลย คงเป็นไปไม่ได้เพราะยังมีกำแพงใหญ่ขวาง พรรคประชาชนเองก็มีความรู้สึกว่าถ้าถึงขนาดลงเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตัวเองก็จะเลอะเทอะไปด้วย
3. พรรคเพื่อไทย มัวแต่เดินเกมตามกฎหมายและตามอำนาจในระบบ ดังนั้นจึงถูกเล่นงานมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน เรื่องทั้งหมดไม่มีเหตุการณ์บังเอิญ เป็นการโต้ตอบที่เหี้ยมเกรียมมาก ลูกสาวถูกถอดถอนจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพ่อถูกจับเข้าคุกกลายเป็นตัวประกัน แม้แต่จะยุบสภาเพื่อไทยก็ไม่มีโอกาสทำได้เลยเพราะฝ่ายตรงข้ามเตรียมอุดประตูนี้ไว้แล้ว
ถูกหัก 3 ครั้งซ้อน
รัฐธรรมนูญ 2560 คือไข่ไดโนเสาร์ไทแรนโนซอรัส อย่าฝันว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ
สุดท้ายเกมแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่ตั้งขึ้นมาให้เป็นความหวัง พรรคประชาชนคิดไม่ผิด เพราะเรื่องนี้สำคัญจริงๆ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่ได้ การเมืองไทยจะจมปลักอยู่แบบนี้ สุดท้ายมีโอกาสที่ทุนดำทุนเทาจะเข้ามาซื้อประเทศเราไปแน่
เพียงแต่พรรคประชาชนเลือกเส้นทางที่เสี่ยง…คิดจะขี่หลังจระเข้ข้ามน้ำ
สิ่งที่ฝ่าย ส.ว.เสนอมาแล้วทำให้แตกหัก คือกรรมาธิการข้างมากให้ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาตัดสิน แต่ ส.ว.อยากรักษาความได้เปรียบของฝ่ายตนที่ คสช.เขียนไว้ว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขได้ต้องมีเสียง ส.ว.ยอมรับ 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด
ซึ่งฝ่ายที่ต้องการแก้ไขก็มองว่าถ้ายังคงเงื่อนไขนั้นไว้ โอกาสที่จะแก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่เป็นจริง เพราะ ส.ว.สีน้ำเงินรวมกลุ่มกันเกินกว่า 2 ใน 3 อยู่แล้ว
หลายคนจึงรู้ว่านี่เป็นเกมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สิ่งที่คาดไว้เป็นจริง พอโหวตกัน ส.ว.สีน้ำเงิน + ส.ส.รัฐบาล ก็ชนะ 310 ต่อ 290 คิดจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจตอนดึก ก็ไม่ทัน เพราะอนุทินยื่นยุบสภาตั้งแต่ตอนค่ำ
เก็บถ่านแดงเป็นเชื้อไฟ ไว้หุงข้าว
จาตุรนต์ ฉายแสง กรรมาธิการได้ชี้แจงว่าเมื่อมีข่าวจะยุบสภา ที่ทำได้คือ ให้ 3 พรรคการเมืองและ 1 กลุ่ม ส.ว.เสนอญัตติเพื่อให้รัฐสภามีมติร้องขอให้ ครม.ไปมีมติให้จัดทำให้มีการออกเสียงประชามติต่อไป ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเกือบจะเป็นเอกฉันท์ (494 ต่อ 1)
โดยมีคำถามว่า
ประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่?
แม้เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเปิดประตูไปสู่การแก้ไข แต่ต้องชนะ เพราะการออกเสียงประชามติครั้งนี้คือประเด็นยุทธศาสตร์ของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะชี้เป็นชี้ตายว่า จะไปต่อหรือจะถูกล้มไปเลย
ดังนั้น พรรคการเมือง นักการเมือง องค์กรภาคประชาชน และผู้รักประชาธิปไตยทุกภาคส่วน ต้องร่วมมือกันวางกระบวนการรณรงค์ให้แข็งแรง เพื่อให้ได้เสียงท่วมท้น
ทีมวิเคราะห์มองว่า ถ้าประมาทก็แพ้ได้ อย่าลืมว่าใครถืออำนาจ ใครเป็นกรรมการ ถ้าแพ้ สภาจะถูกซื้อขาย ฝ่ายบริหารจะอยู่ใต้อิทธิพลทุนเทา ทุนดำ ขบวนการยุติธรรมก็จะถูกแทรกถูกซื้อ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ องค์กรอิสระ
ถ้าประชามติออกมาว่าไม่ต้องทำร่างใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 จะถูกใช้สืบทอดอำนาจไปอีกนาน จากไข่ จะกลายเป็นไดโนเสาร์อีกหลายตัว
