สะเทือนศรัทธาสีกากีส่งท้ายปี นายพลโดนย้อนเกล็ดอัดคลิป มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูดินเจ้าที่
คอลัมน์ โล่เงิน
จะสิ้นปีอยู่แล้วมีเรื่องอื้อฉาวสะเทือนกรมปทุมวันจนได้
คลิปเสียงนายพลสนทนาลูกน้องทำหน้าที่ “หน้าเสื่อ” แชร์กันว่อนโซเชียลวงการสีกากี ตอนสายๆ เมื่อ 21 ธันวาคม
ใจความเกี่ยวกับการจัดการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่ไม่ลงตัว
ประมาณว่า การตรวจสถานบริการและธุรกิจเทาต่างๆ ต้องแจ้งให้ทราบแล้วมาเคลียร์ยอดให้ตรงกัน
แต่ถ้าไปตรวจโดยพลการ แล้วไม่มาเคลียร์จะส่งหน่วยเฉพาะกิจไปจับกุมเอง ให้ระเนระนาดกันไปเลย
ตกเย็นวันเดียวกัน บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามเด้ง พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครศรีธรรมราช นรต.รุ่นที่ 46 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งหน้าที่เดิม
พร้อมแต่งตั้งให้ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รองผบช.ภ.8) ไปรักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
เหตุที่คำสั่งออกอย่างว่องไว เพราะกระแสแรงมาก เขย่าสะเทือนไปถึงตำแหน่งบนสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนไม่สามารถปล่อยข้ามคืนได้
อาจตอกย้ำรอยเดิมที่ประชาชนยังไม่ลืม ตอนแต่งตั้ง “รอง ผบก.ภ.จว.ไปจนถึง สว.” ที่มีกระแสข่าว 8 โล???
จน ผบ.ตร.มีหนังสือเรียก ผบช.ภ. 8 และรอง ผบช.ภ.8 มาสอบถาม ต่างยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง
นอกจากนี้ ตำรวจภาคใต้ตอนบนต่างฉงนเมื่อมีคำสั่งแบ่งงานรอง ผบช.ใหม่
ว่ากันว่าหลายคนไม่ค่อยพอใจที่ถูกสลับสับเปลี่ยนหน้าที่
สําหรับคำสั่งเด้งผู้การเมืองคอนนั้น ระบุว่ามีขึ้นเนื่องจากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ และไม่มีความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม
หากยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิม อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้
ผบ.ตร.จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบ ตร.ที่เกี่ยวข้อง มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการดังกล่าว
เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรม โดยไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ
ด้านสถานีตำรวจ สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นำโดย พ.ต.อ.ภูวศิษฐ์ วังแก้ว ผกก.สภ.ฉวาง ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า จากตรวจสอบคลิปเสียงแล้ว ไม่สามารถยืนยันว่าเสียงชายสองคนที่ปรากฏในบทสนทนาเป็นเสียงของบุคคลใดที่เกิดขึ้นจริง
จึงอาจจะเกิดจากการสร้างบทสนทนาผ่านเสียงพูด หรืออาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI สร้างขึ้น
ขณะนี้ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของเสียงในการสนทนาว่าเป็นของผู้ใด ทั้งข่าวที่เกิดขึ้นนี้ กระทำโดยไม่ทราบว่ามีจุดมุ่งหมายใด จะทำการตรวจสอบต่อไป
ต่อมา ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ระบุว่า จากที่ได้ฟังคลิปเสียงทั้งหมดก็เชื่อได้ว่า เป็น ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช แต่จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ โดยกองพิสูจน์หลักฐานหรือ พฐ.รวม
และตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในเสียงสนทนา เบื้องต้นพบว่ามีตำรวจ 3 นาย
พร้อมได้สั่งการให้ บช.ภ.8 ตรวจสอบควบคู่กันไปด้วยว่ามีนายตำรวจชั้นยศต่ำกว่า ผบก.ภ.จว.ลงมาเกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบดำเนินการทางวินัยได้ทันที
ทั้งนี้ จเรตำรวจที่ตรวจสอบจะพิจารณาตั้งแต่ระดับรองผบก.-ผบช.ด้วย เพราะได้เน้นย้ำมาโดยตลอดและจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
“บิ๊กต่าย” ยืนยันว่า กรณีนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะในหนึ่งองค์กรย่อมมีคนที่ประพฤติไม่ดี
จึงอยากให้มองเป็นตัวบุคคลอย่าเหมารวมตำรวจทั้งหมด
สําหรับ พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ เพิ่งนั่งผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชได้ไม่ถึง 3 เดือน ก่อนหน้าเคยเป็นรอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ แล้วสไลด์มา รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชหลายปี จนได้อัพเก้าอี้เป็น ผบก.ภ.จว. เมื่อเดือนตุลาคม 2568
หลังคำสั่งเด้ง พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์เปิดเผยว่า ไม่ทราบเรื่องการพูดคุยตามที่เป็นคลิปแพร่ทางโซเชียล แต่ยอมรับว่าได้โทรไปสั่งการกำชับ มอบนโยบายให้เข้มงวดกวดขันตามนโยบายผู้บังคับบัญชาจริง
โดยเฉพาะการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ไม่ตรงหรือขัดแย้งกับข้อเท็จจริง
จึงอยากขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนและประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้น
ส่วนผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรนั้น พร้อมให้ตรวจสอบหรือสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
ต่อมา พล.ต.ต.พรชัยที่เพิ่งได้รับคำสั่งปฏิบัติหน้าที่ รรท.ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เรียกตรวจสอบคำสั่งชุดขยายผลซึ่งถูกสั่งการโดยพล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ พบว่ามี 11 ชุด แล้วได้สั่งการให้ยกเลิกทั้งหมด
ขณะเดียวกันได้เรียก ผกก.สภ.ฉวาง และผู้ที่ถูกระบุชื่อ “อุดมศักดิ์” ทำหน้าที่ “หน้าเสื่อ” หมูไม่กลัวน้ำร้อนในคลิปเสียงมาพบที่ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช
และเรียกตัวพนักงานสอบสวนจาก สภ.เมืองนครศรีธรรมราช มา 2 นายให้ดำเนินการสอบปากคำเพื่อรายงานข้อเท็จจริงไปยัง ผบช.ภ.8 หลังจาก ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ดำเนินการกับนายตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นครศรีธรรมราช
ฟาก ป.ป.ช.ไวมาก นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รรท.เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้มอบ ป.ป.ช.ภาค 8 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน
แต่ที่แน่ๆ เสียงเมนต์ในโซเชียลอยากให้ถึงหูผู้มีอำนาจ ต้องส่งเสริมคนดี ไม่ใช่คิดแต่ผลประโยชน์ก่อนอำลาชีวิตราชการ กรรมตกที่ประชาชน แล้วอย่าได้ไปพูดอะไรหน้าเสาธงอีก
ทิ้งท้ายบทเรียนสำหรับผู้เป็นนายทั้งหลาย อย่ากดดัน เดี๋ยวเจอย้อนเกล็ด มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูดินเจ้าที่
