8 กุมภาฯ ‘อยากเปลี่ยน’ หรือ ‘ไม่อยากเปลี่ยน’?
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
ท่ามกลางกระแสดราม่าวุ่นวายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบางพรรคการเมือง ความสงบนิ่งแทบจะเงียบสงัดของอีกหลายพรรคการเมือง และประชามติรัฐธรรมนูญที่ถูกทำให้กลายเป็นกิจกรรมอันยากลำบากมากกว่าจะเป็นกระบวนการเรียบง่ายปกติ
ไปๆ มาๆ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจถูกสรุปรวบยอดสั้นๆ กระชับๆ ได้ว่า นี่คือการปะทะกันรอบล่าสุดระหว่าง “กระแสที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง” กับ “กระแสไม่อยากเปลี่ยนแปลง” ในสังคมไทย
หรือพูดอีกอย่างได้ว่าการกาบัตรเลือกตั้งและลงประชามติรัฐธรรมนูญรอบนี้ ยังเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่วางพื้นฐานอยู่บนระบบตรรกะเดียวกันกับการเลือกตั้ง 2562 และ 2566 นั่นเอง
สําหรับคนไทยจำนวนมากกลุ่มหนึ่ง พวกเขาคงเข้าคูหาเลือกตั้งและลงประชามติในต้นปี 2569 เพื่อจะสื่อสาร-ส่งเสียงเตือนไปยังคณะผู้มีอำนาจที่ปกครองครอบงำประเทศว่า สิ่งที่ฝ่ายครองอำนาจพยายามทำและยื้อมายาวนานหลายปี นั้น “ไม่เวิร์ก”
จนส่งผลให้ประเทศชาติต้องเสื่อมทรุดพังทลายลงไปแล้วหลายส่วน (ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง หากลุกลามไปยังประเด็นสังคม-เศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย) และเพียงแค่รอวันล่มสลายเท่านั้นเอง (ถ้ายังรั้นจะทำอย่างที่ทำมาตลอด 10-20 ปี)
ดังนั้น พวกเขาจึงมีแนวโน้มต้องตัดสินใจกาบัตรเลือกตั้งและบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ โดยเลือก “ชอยส์” ที่จะมีศักยภาพ “ป่วน” หรือ “กวนใจ” คณะผู้มีอำนาจได้มากที่สุด
สำหรับคนไทยจำนวนมากอีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาย่อมเข้าคูหาเลือกตั้งและลงประชามติในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ด้วยเจตจำนงและปณิธานอันแน่วแน่หนักแน่น ว่าตนเองจำเป็นต้องปกปักรักษา “ชาติไทย” แบบเดิมเอาไว้ ไม่ให้เคลื่อนไหว สั่นคลอน เพราะโครงสร้างของสังคมไทยอย่างที่เป็นอยู่นั้นยัง “เวิร์ก” ในโลกทัศน์และการดำเนินชีวิตของพวกเขา
ตรงกันข้าม การพยายามเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมือง (แม้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง) ต่างหาก ที่จะส่งผลเสียหายร้ายแรง จนอาจทำให้ “โลกทั้งใบ” ของพวกเขาพังทลายลงมา อย่างไม่มีชิ้นดี
ในฤดูกาลการหาเสียงและรณรงค์ประชามติ ที่กินระยะเวลาการแข่งขัน-รณรงค์อันแสนสั้นแค่ราวๆ 1 เดือน ดูเหมือนการเมืองไทยจะต่อสู้กันบนรากฐานง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนแบบนี้
แม้จะมีเวทีให้นักการเมือง-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ต่อสู้แข่งขันกันเรื่องวิสัยทัศน์นโยบาย
แม้จะเปิดโอกาสให้หลายฝ่ายได้จินตนาการใฝ่ฝันถึงรัฐธรรมนูญอันพึงปรารถนา
แม้ผู้คนบางส่วนจะคัดกรองตรวจสอบอุดมการณ์ของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางราย-บางพรรคอย่างเข้มข้นจริงจัง
แม้คนอีกจำนวนหนึ่งอาจจะอยากออกไปโหวตสั่งสอนพรรคการเมือง ซึ่งพวกตนประเมินว่าเริ่มเดินออกนอกลู่ทางอันเหมาะสม
ทว่า สุดท้ายแล้ว น่าเชื่อว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของเราๆ ท่านๆ ส่วนใหญ่ ก่อนก้าวเท้าเข้าสู่คูหาเลือกตั้งและลงประชามติ จะวนเวียนอยู่กับจุดยืนแค่สองขั้วเท่านั้น
นั่นคือ คุณ “อยากเปลี่ยน” หรือ “ไม่อยากเปลี่ยน” ประเทศไทย?
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
