bg-single

จุดยืน ‘3 แคนดิเดตนายกฯ’ | ปราปต์ บุนปาน

23.01.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม เครือมติชนเพิ่งจัดกิจกรรมดีเบตใหญ่เลือกตั้ง “The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย” ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

หนึ่งในช่วงไฮไลต์สำคัญก็คือเวทีดีเบตที่ 3 ซึ่งได้ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 3 พรรคการเมือง มาแสดงวิสัยทัศน์ และตอบคำถามการเมืองกันแบบสดๆ

แนวทางการตอบคำถามของแคนดิเดตทั้งสามคน สามารถแสดงให้เห็นวิธีคิด-จุดยืนของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

เริ่มต้นด้วย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ที่เจอคำถามว่า พรรคเพื่อไทยสะดวกจะทำงานในฐานะรัฐบาลร่วมกับใคร พรรคสีส้ม พรรคสีน้ำเงิน หรือทำงานได้กับทุกฝ่าย?

คำตอบของยศชนัน คือ “ได้ทุกฝ่ายครับ ถ้าเราตั้งเป้าจากการที่วันนี้ เราจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น ก็จะต้องมีแนวทางนโยบายตั้งแต่เรื่องตัวบทกฎหมายต่างๆ เพื่อที่จะเอื้อสอดรับได้ ทั้งการกิโยตินกฎหมายต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำในแนวทางนี้ แล้วสุดท้าย ก็คือแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องรากหญ้า พี่น้องเกษตรกรต่างๆ

“เท่าที่ผมดู ทุกพรรคมีนโยบายในกลุ่มนี้ แต่ความเร่งด่วน แต่ละพรรคให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ก็จะเลือกพรรคที่ให้ความเร่งด่วนตรงจุดกับที่พรรคเพื่อไทยอยากจะไป”

เมื่อถามต่อว่า เพื่อไทยตั้งเป้าจะเป็นคนชวนพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล หรือต้องเป็นฝ่ายรอคำเชิญชวนจากพรรคอื่น?

“เราตั้งเป้าที่จะเป็นคนที่ชวนเขา” คือเป้าหมายของ ดร.เชน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี เผชิญหน้ากับคำถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เริ่มมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ฝั่งหนึ่งก็บอกว่าต้องเอาพรรคนี้เท่านั้น ส่วนอีกฝั่งก็บอกว่าต้องเลือกพรรคสีนี้เท่านั้น ปรากฏการณ์นี้มีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์มากน้อยแค่ไหน และจะรับมือกับโจทย์ดังกล่าวอย่างไร?

“ผมคิดว่าเราต้องเอาความจริงเป็นที่ตั้ง เอากันจริงๆ ไม่มีพรรคไหนจะได้เสียงข้างมากเด็ดขาด ในระบบรัฐสภา เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าคนเป็นรัฐบาลได้ ต้องรวบรวมเสียงข้างมาก ให้โอกาสพรรคที่ได้ที่หนึ่งก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพรรคที่ได้ที่หนึ่งจะได้เป็นรัฐบาลเสมอไป อันนี้ (เป็นเรื่อง) สากลในระบบรัฐสภา

“เพราะฉะนั้น ความพยายามที่จะมาบอกกับประชาชนว่า ต้องเลือก (พรรคนี้) เพื่อให้ได้มาเป็นที่หนึ่ง อย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องหลัก เรื่องหลักคือจะเป็นรัฐบาลผสม เมื่อจะเป็นรัฐบาลผสม ผมก็บอกว่า คุณอยากได้อะไร หรือคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดูดีที่สุดสำหรับประเทศ ก็เลือกสิ่งนั้น นั่นข้อที่หนึ่ง

“ข้อที่สอง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็ต้องขอบคุณ สื่อเป็นคนพูดเองว่า เราเติบโตมาจากพรรคที่เกือบจะสูญพันธุ์มาเป็นพรรคตัวแปร ผมก็บอกว่า (ถ้าประชาชน) เติมกำลังให้พรรคเรามากเท่าไร เราก็จะสามารถกำหนดทิศทางของรัฐบาลชุดหน้า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำ ได้มากเท่านั้น”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ปิดท้ายด้วย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ซึ่งเจอคำถามว่า ถ้าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นเจ้าของ “ตั๋วใบที่หนึ่ง” เลือกพรรคประชาชนมาอย่างถล่มทลาย นั่นจะเป็นเสียงที่ดังมากพอ ที่จะทำให้ “คนถือตั๋วใบที่สอง” พร้อมจะรับฟังและพูดคุยกับพรรคประชาชนหรือไม่?

“อย่างน้อยๆ เขาจะทำอะไร เขาจะต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี เพราะว่ามีต้นทุนสูง ถ้าเสียงของประชาชนค่อนข้างออกมาเป็นฉันทมติ ก็คงจะมีพลังที่ทำให้เขาต้องไตร่ตรองให้ดีไว้ก่อน ถ้าจะทำอะไร

“อย่างที่สอง ผมเชื่อว่าเมื่อเรามีโอกาสได้เข้าไปบริหาร (ประเทศ) เขาจะเห็นว่าพอเราเข้าสู่อำนาจแล้ว เราตั้งใจมาทำประโยชน์ให้เกิดกับคนส่วนใหญ่ แล้วก็คงไม่ได้ไปคิดล้มล้างล้มเลิกสถาบันหลักของชาติแต่อย่างใด

“ก็อยากจะให้ทุกคนปรับตัว อยู่ได้ในสังคมยุคสมัยใหม่ แล้วประชาชนคนธรรมดาทุกคนในประเทศนี้ (สามารถ) ลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง”

นั่นคือคำตอบของหัวหน้าเท้ง ก่อนจะเจอคำถามต่อเนื่องว่า ถ้าจะต้องสนทนากับ “ผู้ถือใบอนุญาตที่สอง” คุณจะพกอะไรไปสนทนาหรือทำความเข้าใจกับพวกเขา?

คำตอบของณัฐพงษ์ก็คือ “พกสิ่งเดียวกันกับ (เวลา) ที่ผมไปเจอพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่อาจจะเข้าใจพรรคประชาชนผิดอยู่ ว่าเราอยู่ตรงข้ามกับกองทัพ เราอยู่ตรงข้ามกับสถาบันหลักของชาติ ก็เข้าไปพูดคุยด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา

“ผมเชื่อว่า ที่ผ่านมา ผมสามารถที่จะทำความเข้าใจ ให้หลายๆ คนเข้าใจได้ และผมก็พร้อมที่จะพกสิ่งเดียวกัน เข้าไปทำความเข้าใจกับพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่ได้ยึดเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นตัวตั้งอย่างเดียว ถ้าเขาแค่ระแวงว่าพรรคประชาชนจะเข้ามาล้มเลิกล้มล้างสถาบันต่างๆ ผมเชื่อว่าผมอธิบายได้

“เว้นอย่างเดียวที่จะคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็คือเอาประโยชน์ของคนส่วนน้อยมาเหนือผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ อันนี้คุยกันไม่ได้จริงๆ”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก