bg-single

‘คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’ ชื่อ ‘ไอซ์ รักชนก’ | ปราปต์ บุนปาน

31.01.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

ไปๆ มาๆ นักการเมืองที่ส่องแสงเจิดจ้าและสร้างจุดเปลี่ยนใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง หรือดาวเด่นบนเวทีดีเบตคนไหน

แต่เป็นนักการเมืองหญิงวัย 31 ปี ผู้มีนามว่า “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก”

ที่ก่อนหน้านี้มีทั้ง “คนรักเท่าผืนหนัง” และ “คนชังเท่าผืนเสื่อ”

ด้านหนึ่ง ไอซ์ รักชนก มีภาพลักษณ์เป็น “คนธรรมดา” ซึ่งเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนโอกาสบางอย่าง เช่นที่เจ้าตัวเคยเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองมีชีวิตครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมนัก

ไอซ์ไม่ใช่คนร่ำรวยหรือนักเรียนนอก แต่จบการศึกษาสาขาสถิติ จากคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็มิใช่สาขาวิชาหลักอันโด่งดังของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เธอเคยหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นแม่ค้าออนไลน์ และยอมรับชัดๆ ว่าตนเองเป็น “อดีตสลิ่ม” ที่เริ่มเปลี่ยนจุดยืนทางการเมือง และกลายเป็นพลเมืองฝ่ายประชาธิปไตยผู้กระตือรือร้นในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด และยุคบูมของแอพพลิเคชั่น “คลับเฮาส์”

ปี 2566 ไอซ์ รักชนก ลงสมัคร ส.ส.กทม. เขต 28 (บางบอน, หนองแขม, จอมทอง) ในฐานะตัวแทนจากพรรคก้าวไกล โดยมีคู่แข่งเบอร์ใหญ่เป็นอดีตเจ้าของพื้นที่อย่าง “วัน อยู่บำรุง”

สุดท้าย เธอก็ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย ด้วยภาพลักษณ์ “นักการเมืองคนธรรมดา” ซึ่งปั่นจักรยานหาเสียงพบปะประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก

ไอซ์เข้าสภาไปเป็น ส.ส. ด้วยบุคลิกการทำงานที่ดุดัน ก๋ากั่น กล้าลุย ท้าชน ถึงลูกถึงคน สามารถเผชิญหน้ากับนักการเมืองชายรุ่นใหญ่ที่มีบารมีน่าเกรงขาม ได้อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม แม้บางครั้งบางหน อาจมีจุดผิดจุดพลาด มีความล้นเกิน หรือมีความบุ่มบ่ามมุทะลุอยู่บ้าง

อย่างไรก็ดี หลายคนยอมรับว่า เธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำงานหนัก ซึ่งตามติดประเด็นสำคัญ เช่น การตรวจสอบกรณีทุจริตจากการใช้งบประมาณภาครัฐ หรือตามติดเรื่องใหญ่ ที่มีความเกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนธรรมดาจำนวนมากมายมหาศาล แต่กลับไม่ค่อยมี ส.ส.คนไหนคอยติดตาม เช่น เรื่องประกันสังคม

อีกด้านหนึ่ง ภาพลักษณ์ความเป็น “นักการเมืองธรรมดา” ที่กล้าไฟต์เพื่อ “คนธรรมดา” เช่นนี้นี่แหละ ที่สร้าง “ความพิเศษ” หรือ “ความไม่ธรรมดา” ขึ้นมา

อย่างน้อยที่สุด ความเป็น “ส.ส.ติดดิน” ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของสามัญชน โดยใช้คอมมอนเซนส์หรือสามัญสำนึกง่ายๆ ซื่อตรงแบบคนส่วนใหญ่ ก็ทำให้ไอซ์ รักชนก ดูผิดแผกแตกต่างไปจากนักการเมือง-ผู้เข้าถึงถือครองอำนาจรัฐส่วนมาก ที่พยายามวางตนแปลกแยกออกจากประชาชนคนธรรมดา

หรืออย่างมากก็ทำตัวเป็น “ผู้อุปถัมภ์-ผู้อุปการะ” ที่อยู่เหนือกว่าประชาชนเหล่านั้น

“ความไม่ธรรมดา” อันเกิดจากการต่อสู้เป็นปากเป็นเสียงเป็นตัวแทนให้ “คนธรรมดา” แบบนี้นี่เอง ที่ค่อยๆ สั่งสม “พลังพิเศษ/วิเศษ” ให้แก่ “รักชนก ศรีนอก”

เป็น “พลังพิเศษ/วิเศษ” ที่เจิดจรัสเด่นชัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2569 จนสาดส่องประกายแสงออกไปจับจิตจับใจสามัญชนหลากวัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

เป็น “พลังพิเศษ/วิเศษ” ที่หากมองเผินๆ ก็อาจเป็นเพียงมวลรวมของ “ความโกรธ” ในหมู่ผู้คน โดยไอซ์ รักชนก ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ปลดปล่อยแรงระเบิดแห่งความโกรธแค้นอัดอั้นตันใจดังกล่าวออกมาสู่สาธารณะ

แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งกว่านั้น สายสัมพันธ์ที่พ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาปู่ตาย่ายายหลายรายมีกับไอซ์ ยังอาจยึดโยงหรือวางพื้นฐานอยู่บนอารมณ์ความรู้สึกประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น ความหวัง (หวังว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้และเมื่อวาน) และความศรัทธา (ศรัทธาว่าประเทศชาติจะดีขึ้นได้ ด้วยแรงกายและสติปัญญาของคนรุ่นใหม่)

แม้หลายคนอาจคาดการณ์ว่า แรงระเบิดจาก “คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” อย่าง “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” คงจะสร้างแรงกระเพื่อมสั่นสะเทือนต่อสังคมการเมืองไทยได้เพียงชั่วระยะสั้นๆ

เพราะเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว พรรคประชาชนคงไม่มีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งหนนี้

เพราะเชื่อว่า อีกไม่นานชีวิตทางการเมืองและสิทธิเสรีภาพในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของไอซ์คงต้องถูกกำจัด/จำกัดลง ด้วยเงื่อนไขด้านคดีความและการใช้อำนาจของกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม หากมองว่าไอซ์ รักชนก คือปัจเจกบุคคลผู้เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์แห่งความใฝ่ฝัน-ความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ของสามัญชนคนธรรมดาอีกหลายล้านคนในประเทศนี้

เงื่อนไขข้างต้นคงมิอาจจะขจัด “พลังพิเศษ/วิเศษ” ที่สำแดงผ่านการต่อสู้ของไอซ์ รักชนก ให้มลายหายสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิงภายในพริบตา

ในทางตรงกันข้าม “พลังพิเศษ/วิเศษ” ดังกล่าว จะยังคงวนเวียนหลอกหลอน “ฝ่ายต่อต้านการเปลี่ยนแปลง” ในสังคมการเมืองไทยต่อไป

แล้วรอคอยการระเบิดขึ้นครั้งใหม่ ที่อาจมีพลังในการทำลายล้างสูงกว่าเก่า เท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
คุยกับทูต | ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ 170 ปีแห่งมิตรภาพไทย-ฝรั่งเศส เมื่อภารกิจสิ้นสุด แต่มิตรภาพยังคงอยู่
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
IN THE HAND OF DANTE | ‘ต้นฉบับวรรณกรรมชิ้นเอก’
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย