bg-single

ประเทศที่ไว้ใจไม่ได้ | นิ้วกลม

23.02.2026

นัยความเป็นคน | นิ้วกลม

1

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนในสังคม “ไม่ไว้วางใจกัน” โดยสิ้นเชิง

เพราะอะไรจึงต้องสร้าง “ความไว้วางใจ” ขึ้นในสังคม มีคำตอบที่เป็นตัวอย่างบนโลกใบนี้อยู่จริง

ศ.รุต วีนโฮเฟิน ชาวดัตช์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งงานวิจัยด้านความสุข ได้รวบรวมข้อมูลความสุขจากทั่วโลก แล้วพบว่าประเทศที่คะแนนต่ำสุดคือ มอลโดวา

เหตุผลคือ ชาวมอลโดวาใช้ชีวิตโดยไม่ไว้ใจกันและกันเลย ซึ่งความไม่ไว้วางใจได้ขยายตัวรุนแรงจนถึงขั้นขัดขวางความร่วมมือในแทบทุกด้านของชีวิต

ความไม่ไว้วางใจที่มอลโดวาเกิดขึ้นเพราะ “ระบบที่เหลวแหลก” จนกลายเป็น “วัฒนธรรม” และ “วิถีชีวิต”

นักเรียนจำนวนมากติดสินบนครูเพื่อให้ได้คะแนนผ่านขึ้นชั้น ความเละเทะไปจนถึงขั้นที่ชาวมอลโดวาจะไม่ไปหาหมอที่อายุต่ำกว่า 35 ปี เพราะกลัวว่าหมอคนนั้นจะ “ซื้อ” วุฒิการแพทย์มา-นี่คือระบบที่คอร์รัปชั่นกันไปทั่วทุกหัวระแหง

พอบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ประชาชนจึงเข้าสู่โหมด “ไม่ใช่เรื่องของฉัน” เพราะเห็นว่าไม่มีใครเลยที่จะนึกถึง “ประโยชน์ส่วนรวม” ทุกคนมองเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ แม้จะต้องโกงหรือฉ้อฉลก็ตาม บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผู้คนไม่อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น และอยู่ในโหมดเอาตัวรอด

“ความไม่ไว้ใจ” เปลี่ยนมอลโดวาเป็น “สังคมเห็นแก่ตัว”

2

มีงานวิจัยอธิบายว่า ความเห็นแก่ตัวและพฤติกรรมแย่ๆ นั้นแพร่กระจายได้ ติดกันเหมือนเชื้อโรค พอเราเห็นคนอื่นโกงแล้วไม่ถูกลงโทษ เราก็จะทำบ้าง เหมือนเห็นรถคันข้างๆ ขับเร็วกว่ากำหนดแล้วไม่โดนจับ รถทั้งถนนก็จะขับเกินสปีดไปด้วย–ประเทศแบบนี้จะอยู่ในความคิดว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน”

แล้วถ้าผู้คนเริ่มไม่ไว้วางใจกันและกัน รวมถึงไม่ไว้ใจระบบ ไม่ไว้ใจผู้มีอำนาจ ก็จะเริ่มไม่ให้ความร่วมมือ (ก็ในเมื่อระบบมันไม่น่าไว้ใจ) เมื่อเห็นว่าคนอื่นทำตัวแย่ได้ ฉันก็จะทำบ้าง (ในเมื่อทำถูกแล้วไม่ได้รางวัล ทำผิดก็ไม่ถูกลงโทษ)

การกำจัดการโกง เอาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษจึงสำคัญ

เพราะถ้าระบบไม่ทำสิ่งนี้ สังคมจะกลายเป็นสังคมที่ “ไม่น่าไว้วางใจ” หรือกฎกติกาต่างๆ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ แกโกงได้ ฉันก็จะโกงบ้าง แล้วมันจะไหลต่อเนื่องไปถึงพื้นที่อื่นๆ เช่น ศิษย์ติดสินบนครู ตำรวจซื้อตำแหน่ง หมอซื้อใบอนุญาต ผู้รับเหมาซื้อใบประมูลโครงการ ฯลฯ–ประเทศนั้นก็จะเละเทะ เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว และเอาตัวรอด เพราะถ้าไม่ทำก็ถูกเอาเปรียบ

ความเลวร้ายจึงจำเป็นต้องถูกตัดตอน ยุติความชั่ว มิฉะนั้นมันจะแผ่ลามไปทั่วสังคม เด็กๆ ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมแบบนี้ก็จะรับรู้ว่าการโกงเป็นเรื่องปกติ การเอาผิดคนโกงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คนโกงกลับได้ดี แล้วเด็กๆ (รวมถึงผู้ใหญ่) ในบ้านเมืองนั้นจะอยากทำดี ทำถูกต้อง สู้ในกฎกติกาไปทำไม

คนโกงจึงสร้างคนโกงขึ้นอีก จากพฤติกรรมเลียนแบบ

ระบบที่อนุญาตให้โกงก็สร้างพฤติกรรมโกงอีก เพราะไม่ถูกเอาผิด แถมได้ดี ได้เป็นใหญ่เป็นโต

คนที่ทำดีก็จะเลิกทำ ลาออกจากระบบ หนีไปอยู่ที่อื่น เพราะสภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่สนับสนุนการทำถูกกติกา ถึงจุดหนึ่งสังคมนั้นก็จะกลายเป็นสังคมที่ไร้ความไว้วางใจกัน ไม่มีอะไรเชื่อถือได้อีกต่อไป เพราะทุกอย่าง “ซื้อได้” และ “โกงได้” แล้วระบบทั้งหมดก็จะพังทลายลง

มอลโดวาจึงเป็นประเทศที่ความสุขน้อยที่สุดในโลก เพราะหันไปทางไหน ในทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ทุกธุรกรรม ไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าถูกต้อง ได้มาตรฐาน คนที่ทำหน้าที่นั้นผ่านเกณฑ์หรือเปล่า

3

มิใช่หรือว่า บ้านเมืองที่ตึกราชการถล่ม เครนพังใส่รถประชาชน ประกันสังคมมีปัญหา กระทั่งการเลือกตั้งก็ยังมีข้อกังขา ก็กำลังกลายไปเป็นบ้านเมืองที่ผู้คนไม่ไว้วางใจในระบบ และถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ระบบที่ไม่สร้างความไว้วางใจเช่นนี้ก็จะค่อยๆ ขยายตัวไปสู่ความเชื่อว่า “คนทำผิดก็รอดทุกครั้ง” แล้วใครจะอยากทำถูกต้อง ใครจะอยากทำตามกติกา

คนที่ทำตามกติกาจะค่อยๆ หมดแรงแล้วเลิกมีส่วนร่วม บางส่วนแปรพักตร์ไปเป็นคนทำผิดกติกา คนที่เหลืออยู่ในระบบก็แข่งกันเทา ใครกล้าเทาที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะและได้มีอำนาจ???

เราคงไม่อยากอยู่ในบ้านเมืองแบบนั้น

ฉะนั้น ทุกขั้นตอนที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสจำเป็นต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน เพราะมันไม่จบแค่เรื่องเดียว แต่ทุกครั้งที่เกิดความเทาขึ้นในบ้านเมือง มันจะสั่งสมไปสู่ “วัฒนธรรมเทา” อันนำไปสู่ “ประเทศเทา” ในที่สุด

ศ.รุต วีนโฮเฟิน

4

เรื่องน่าเจ็บปวดก็คือ งานวิจัยเผยว่า คนที่กล้าเทา กล้าเบ่ง กล้าพูดจาแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม นี่แหละที่มักเป็นคนที่มีอำนาจมากกว่า พวกเขากล้าทำผิด กล้าประกาศความต้องการของตัวเองออกมา กล้ายกยอตัวเอง ทำให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่าคนดีที่ขี้อาย

คนที่กล้าเทาเมื่ออยู่ในประเทศเทาก็ยิ่งสอดคล้อง และยิ่งเจริญรุดหน้า ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าบ้านเมืองหมุนไปด้วย “ค่านิยม” แบบนี้ ประเทศนั้นจะมีอนาคตแบบไหน

คนต้นแบบในสังคม คนที่มีอำนาจในสังคม และระบบในสังคมจะมีหน้าตาอย่างไร

ในประเทศแบบนั้นจะไม่มีใครเลยที่มีความสุข คนที่เสียประโยชน์เพราะโดนโกงนั้นไม่มีความสุขแน่นอน แต่คนที่ได้ประโยชน์จากการโกงคนอื่นก็ไม่มีความสุข เพราะเขาเองก็ไว้ใจคนอื่นไม่ได้ ถ้าอีกฝ่ายมีเงินมากกว่า หน้าด้านกว่า หรือหาวิธีโกงแยบยลกว่า ก็ชนะเขาได้ และในระบบที่ไร้กติกา การหักหลัง ซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

นี่คือระบบที่ไร้ความไว้วางใจกันและกัน

นี่คือหน้าตาของประเทศที่ไร้ความสุข

เพราะอนุญาตให้ “ความถูกต้อง” ถูกทำลายลงไปทุกวี่วัน

5

น่าดีใจที่ประชาชนในประเทศไทยทวงถาม เรียกร้อง และปกป้อง “ความถูกต้อง” เขาไม่ได้ทำเพื่อตนเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชนคนอื่นทั้งหมด ไปจนถึงลูกหลานของเราด้วย

ตรงกันข้าม น่าเสียดาย หากเราจะมองว่าการทวงถาม “ความถูกต้อง” เป็นการแย่งชิงประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น และไปปกป้องอำนาจที่เสี่ยงต่อการฉ้อฉลซึ่งความถูกตรวจสอบ เพราะหากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ผู้ที่ได้ประโยชน์ย่อมไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือประเทศชาติและทุกคนในชาตินี่แหละ

การทวงถามความถูกต้องนี่แหละที่แสดงถึงความ “รักชาติ” ไม่อยากให้ประเทศนี้ต้องขับเคลื่อนไปด้วยความไม่โปร่งใส อยุติธรรม และดำมืด

“ความไว้วางใจ” เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามันถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วในสังคมนี้จะไม่มีใครเชื่อใครอีก เราจะไม่รู้เลยว่าหมอที่รักษาเราได้ใบรับรองมายังไง ครูที่สอนลูกเราจ่าย ผอ.ไปเท่าไร รัฐมนตรีของเราซื้อเสียงไปกี่ล้าน แล้วจะมาเอาคืนกี่เท่า

ในประเทศแบบนั้นจะไม่มีใครมีความสุขเลย

และไม่มีอนาคตด้วย

* ข้อมูลประกอบการเขียนจาก Barking Up the Wrong Tree โดย Eric Barker สนพ.O2



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง