bg-single

เพื่อไทย …เรือใหญ่ กลายเป็นเรือขนาดกลาง ไม่ออกจากฝั่ง เมื่อมีพายุ

02.03.2026

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

สำรวจสนามรบเพื่อไทย

เมื่อดูจากคะแนนทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่ประสบความสำเร็จ แม้ช่วงท้ายดูว่ากระแสดี แต่ในสนามรบภาคพื้นดินจริงๆ ไม่สามารถนำชัยชนะมาได้ ทำให้ ส.ส.เขตซึ่งเคยได้ถึง 112 เขตหายไปเกือบครึ่งได้มาเพียง 58 เขตเท่านั้น คะแนนจากบัญชีรายชื่อก็ได้เพียง 5.8 ล้าน จากที่เคยได้ 10.9 ล้านทำให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 16 คน

การพ่ายแพ้ที่กรุงเทพฯ เป็นเรื่องปกติ เพราะคราวที่แล้วได้ ส.ส.กรุงเทพฯ เพียง 1 คน แต่ครั้งนี้คะแนนที่ได้รับในแต่ละเขตก็ต่ำ อยู่ในประมาณอันดับ 3 อันดับ 4 และการที่ทั้งภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเพื่อไทยแย่งคะแนนกัน ทำให้พรรคประชาชนชนะในกรุงเทพฯ อย่างสบาย

ที่จำนวน ส.ส.เขตได้น้อยน่าจะมาจากการพ่ายแพ้ในเขตภาคเหนือตอนบน ซึ่งเคยเป็นแชมป์ แต่ครั้งนี้ที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน 25 เขตไม่ได้เลยสักเขตเดียว มากู้หน้าได้ที่เชียงราย 2 เขตจาก 7 เขต ที่อุตรดิตถ์ได้ 1 เขตจาก 3 เขต แพ้ทั้งพรรคประชาชนและกล้าธรรม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการแพ้ทางยุทธศาสตร์ ทำให้ภูมิใจไทย ได้ 64 เขต ในขณะที่เพื่อไทยได้ 43 เขต

ส่วนภาคตะวันออกทั้งภาคได้แค่ฉะเชิงเทราเขต 1 เขตเดียว

รวมทั้งประเทศได้ ส.ส.เขตเพียงแค่ 58 เขตเท่านั้นมากกว่ากล้าธรรม 2 เขต

คะแนนลดลงมากมีสาเหตุ
แต่ต้องปรับตัว

พรรคเพื่อไทยเองก็รู้ดีว่า การพ่ายแพ้ครั้งนี้สั่นสะเทือนกำลังของฝ่ายตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ ส.ส.ต่ำกว่าร้อย กลายเป็นพรรคขนาดกลาง

ตอนที่เริ่มต้นเป็นไทยรักไทยออกตัวครั้งแรก 248 จาก 500 เสียง แม้หลังรัฐประหาร 2549 การเลือกตั้งปลายปี 2550 ก็ยังได้ที่ 1 ได้ ส.ส. 233 เสียงจาก 480 ความไม่เคยชินในการเป็นตัวประกอบย่อมมีเป็นธรรมดา

ความคิดเห็นต่อเรื่องคะแนนลดลงในสายตาคนนอก คือ

1. นโยบายต่างๆ ที่เสนอไปมีผลไม่มากนัก การได้เป็นรัฐบาล 2 ครั้งเปลี่ยนนายกฯ 2 คน ถูกปลดโดยไม่ทันได้โชว์ผลงานมีผลต่อความเชื่อถือ

พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ประกาศนโยบายแล้วบางคนกลัวว่าจะทำ เพราะไม่ชอบ ต่างกับพรรคอื่นที่พูดไปแล้วคนที่ไม่ชอบก็เฉยๆ เพราะรู้สึกว่าพูดแล้วคงไม่ได้ทำ

แต่ครั้งนี้เพื่อไทยไม่สามารถทำผลงานตามนโยบายออกมาได้จึงมีผลต่อความเชื่อถือ

2. การตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ต้องมีแรงสะท้อนกลับ คนกลางๆ ที่ต้องการประชาธิปไตยของจริง และกลุ่มกลางซ้าย ไม่ลงคะแนนให้ในครั้งนี้ และช่วงท้ายพวกเขาเดินตามเกมที่ชูการแข่งแค่ส้มกับน้ำเงิน

3. กลุ่มกลางขวาไปตามกระแสชาตินิยม ไม่ให้คะแนนเลย แถมลงให้ภูมิใจไทย

4. คะแนนบัญชีรายชื่อที่หายไป 5 ล้าน ทำให้คะแนน ส.ส.เขต หายไปด้วย ถ้าเขตใดมีผลกระทบถึง 5,000 ก็มีผลต่อการแพ้-ชนะ ซึ่งน่าจะเกินกว่า 50 เขต

5. อำนาจรัฐ การจัดการในพื้นที่ สู้ไม่ได้

6. มี ส.ส.บางคนย้ายพรรค และหาที่พึ่งใหม่

เพื่อไทยทำตามแผน
คือเป็นรัฐบาลเท่านั้น

ในสถานการณ์แบบนี้ยังไม่แน่ว่าจะมีเลือกตั้งใหม่อีกนานเท่าไรอาจจะเกินกว่า 3 ปีก็ได้ ถึงแม้จะมีกระแสประท้วงการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรม แต่โอกาสที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะดูแล้วยังยาก ถ้าดูองค์ประกอบขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม ที่มีโอกาสเป็นไปได้คือ มีการนับคะแนนใหม่บางเขตหรือมีการเลือกตั้งใหม่บางเขตเท่านั้น ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร แต่คาดว่าไม่เร็วกว่าคดีฮั้ว ส.ว.

แต่ถ้ามีเลือกตั้งใหม่ เพื่อไทยก็ต้องสู้ ทั้งที่ยังเจ็บ

ที่นักวิเคราะห์อ่านเกมว่า เพื่อไทยมีโอกาสต่อรองได้ไม่มากนักเป็นเรื่องจริง ภูมิใจไทยเลือกเพื่อไทยไม่ใช่เพราะเป็นที่ 3 แต่สำคัญที่จำนวน ส.ส.เมื่อรวมกันแล้วเกิดความมั่นคงที่ประมาณ 270 เสียง เรื่องที่ 2 คือ ภาพลักษณ์ความเสียหายมีน้อย เหตุผลข้อที่ 3 ก็คืออำนาจการต่อรองมีไม่มาก

ดังนั้น ทุกอย่างจึงลงตัวโดยการร่วมรัฐบาลในวันนี้

เหตุผลการเข้าร่วมรัฐบาล
ของเพื่อไทย

1.เป็นความเห็นส่วนใหญ่ของนักการเมืองผู้มีอำนาจ และ ส.ส. เพราะนี่เป็นอำนาจทางการเมือง ถ้าได้รัฐมนตรีมา 5 กระทรวง 8 ตำแหน่งจริง โอกาสที่บุคลากรต่างๆ จะเข้ามามีตำแหน่งการเมืองก็จะมีไม่น้อยกว่า 50 คน

2. แกนนำมองเห็นความจำเป็นที่จะต้องสะสมกำลังในอีก 3-4 ปีข้างหน้า และคิดว่านี่คือวิธีที่ประคองพรรคเอาไว้ได้ ไม่ให้แตกออก หรือถูกดูด ในขณะที่กระแสตกต่ำ ถ้าเป็นฝ่ายค้าน ไม่นานพรรคอาจจะแตกออก และถูกดูดทำให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

3. ปัญหาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังถูกจำขัง และคดีอื่นๆ ของบุคคลในพรรคก็เป็นแรงกดดัน

4. ทุกคนรู้ถึงความเข้มแข็งของอำนาจนอกระบบ เพราะหลังจากปะทะมาหลายครั้งแล้วพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ตลอด โดยเฉพาะ 2 ครั้งหลัง

พวกที่เห็นค้านการเข้าร่วมก็มองว่า ถ้าไปเข้าร่วมกับภูมิใจไทยไม่เป็นเพียงการมอบตัว แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรที่ไม่ดีขึ้นก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบไปด้วย ยอมเป็นฝ่ายค้านดีกว่า

แต่คนในพรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายค้านมาตั้งแต่ปี 2557 หลังรัฐประหารดูเหมือนจะไม่ชอบรสชาติอันนั้น

การต่อรองเชิงอำนาจการบริหาร

การต่อรองของเพื่อไทยกับภูมิใจไทยขณะที่คะแนนห่างกัน 100 กว่า ทำให้เพื่อไทยแทบไม่มีเสียงที่จะไปคัดค้านความต้องการของภูมิใจไทยที่จะเอากระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคงไปทั้งหมด เพราะภูมิใจไทยก็มีปัญหา ต้องหาเก้าอี้มารองก้นผู้มีบุญคุณและผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย

นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่กล้าธรรมยังเข้ามาร่วมรัฐบาลไม่ได้ เพราะไม่มีเก้าอี้ให้นั่งพอในขณะที่พรรคเล็กๆ สามารถต่อรองได้

ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเรื่องกระทรวงกันอย่างเป็นทางการแต่ฝ่ายพรรคภูมิใจไทยก็กั๊กไว้อย่างเต็มที่

โดยการที่ไม่ยอมตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการในหลายกระทรวงแม้แต่กระทรวงการคลังก็อ้างว่าจะมีแต่รัฐมนตรีว่าการ แต่ยอมโยนกระทรวงเกษตรไปให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่สร้างได้ทั้งผลงานและภาระจะต้องถูกด่าและต้องรับหน้าเกษตรกรตลอดทั้งปี

ส่วนกระทรวงสาธารณสุข พรรคเพื่อไทยก็พยายามต่อรองจะเอามา แต่เพราะทางภูมิใจไทยก็คุ้นชินกับกระทรวงนี้และมองเป็นเครือข่ายที่ประสานอยู่กับมหาดไทย

โอกาสที่เพื่อไทยจะได้กระทรวงแรงงานก็ยังมีความเป็นไปได้ นอกนั้นก็จะมีกระทรวงพัฒนาสังคมและกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ฯ

ถ้าพรรคภูมิใจไทยฉลาดพอยอมเอานโยบายที่เพื่อไทยเสนอ เช่น หวยเกษียณ หรือการขยายฐานภาษี ผ่านการออกสลากใบเสร็จก็จะเป็นเรื่องดี เพราะเรื่องเหล่านี้เมื่อลงมือทำ ชื่อเสียงก็เป็นคนของคนปฏิบัติ แม้คนที่คิดค้นจะได้ชื่อไปส่วนหนึ่ง แต่คนปฏิบัติย่อมมีแต่ได้กับได้เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่ง

ความเป็นไปได้ของ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แม้มีข่าวว่าจะลอยตัวไม่รับตำแหน่ง แต่บางคนคิดว่าถ้าจะเดินเกมการเมืองต่อไปจะต้องเข้ามามีตำแหน่ง เพื่อหาประสบการณ์ เช่น รองนายกฯ

เกมการต่อรองใกล้จบ

แม้ขณะนี้ยังไม่มีการรับรอง ส.ส. แต่ถ้าประเมินจากข่าวสารต่างๆ พร้อมกับชั้นเชิงการต่อรองที่จะต้องเทียบจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีที่ต้องแบ่งกัน

ข่าวสารที่ว่าภูมิใจไทย + เพื่อไทย + พรรคเล็กรวม 300 เสียง จึงมีโอกาสเป็นจริงสูงมาก ถ้าเดินเกมนี้ก็ไม่ต้องแบ่งเก้าอี้ให้ทั้งพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์ แถมยังได้ทั้ง 2 พรรคเป็นตัวสำรองในกรณีที่พรรคเพื่อไทยเกิดมีปัญหาขึ้นมา ประชาธิปัตย์นั้นไม่แคร์เพราะพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านและรอจังหวะฟื้นตัว

กล้าธรรมจะมีปัญหาแน่ถ้าเป็นฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่ปัญหาของภูมิใจไทย กลับเป็นโอกาสที่จะดึงคนของกล้าธรรมเข้ามาอยู่กับตัวเองอีก เพราะกล้าธรรมยิ่งหดตัวเล็กลง ภูมิใจไทยยิ่งมีโอกาสขยายใหญ่ขึ้น

เกมเดินมาถึงตรงนี้ จะพบว่าท่ามกลางพายุการเมือง ต่อไปจะเหลือพรรคการเมืองเด่นๆ เพียงไม่กี่พรรค เรือเล็กเสี่ยงต่อการจม แม้เรือใหญ่อย่างพรรคประชาชนก็ต้องเสียหายบ้าง

ในกระแสคลื่นลมแรงแบบนี้ เรือขนาดกลางของเพื่อไทยไม่ออกจากฝั่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”