bg-single

‘รัฐบาลอนุรักษนิยม’ ที่เราไม่รู้จัก? | ปราปต์ บุนปาน

13.03.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

ด้านหนึ่ง เมื่อได้มองเห็นผู้นำรัฐบาล พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และหน้าตาของ (ว่าที่) สมาชิกคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ ตั้งแต่แว้บแรก

เราๆ ท่านๆ อาจจะพอประเมิน-คาดการณ์ได้ว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะมี “จุดแข็ง” ตรงไหน และน่าจะมี “จุดอ่อน” ตรงส่วนใดบ้าง

แต่อีกด้าน เมื่อพินิจพิจารณาดีๆ อย่างถี่ถ้วน เราอาจค้นพบหรือตระหนักว่า หากจะนิยามให้ “รัฐบาลอนุทิน 2” เป็น “รัฐบาลฝ่ายขวา/ขั้วอนุรักษนิยม” นี่ก็คล้ายจะเป็น “รัฐบาลฝ่ายขวา” ที่แตกต่างจากรัฐบาลหลายชุดในตลอดหลายปีที่ผ่านมา (ซึ่งมักถูกนิยามให้เป็น “รัฐบาลฝ่ายขวา/ขั้วอนุรักษนิยม” เช่นกัน)

พูดให้ง่ายกว่านั้น คือ “รัฐบาลอนุทิน 2” อาจมิใช่ “รัฐบาลฝ่ายขวา” อย่างที่พวกเรารู้จักคุ้นเคย (อย่างน้อยก็ในช่วงราวๆ หนึ่งทศวรรษหลัง)

เหตุผลประการแรก ที่ทำให้ “รัฐบาลภูมิใจไทย” หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดู “แตกต่าง” จากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 นั้นเกิดจากการที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย (และ/หรือแผงอำนาจที่คอยค้ำยันรัฐบาลชุดใหม่อยู่) ตัดสินใจเขี่ยพรรคการเมืองอย่าง “กล้าธรรม” และ “ไทรวมพลัง” ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ย้อนไปในช่วงวันที่ 8 หรือ 9 กุมภาพันธ์ พรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคไทรวมพลัง ต่างถูกมองเป็น “ผู้ได้รับชัยชนะ” ในการเลือกตั้งทั่วไปหนนี้

แม้ทั้งสามพรรคการเมืองจะมีขนาดพรรคและจำนวน ส.ส. ที่ผิดแผกกันไป (พรรคใหญ่, กลาง และเล็ก) ทว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคการเมืองกลุ่มนี้ต่างใช้ยุทธศาสตร์ในการลงสนามเลือกตั้งคล้ายคลึงกัน คือ มุ่งเน้นประสิทธิภาพ-ประสิทธิผลสูงสุดของ “บ้านใหญ่” หรือเหล่า “นักเลือกตั้งแม่นยำ” ในพื้นที่ต่างๆ

โดยมีเป้าหมายหลักเป็นการได้มาซึ่ง ส.ส.เขต ให้มาก (และแม่น) ที่สุดเท่าที่จะมากได้

อย่างไรก็ดี เมื่อ “รัฐบาลอนุทิน 2” ซึ่งนำโดย “พรรคเก่งใหญ่” อย่างภูมิใจไทย เลือกจะไม่ผนวกรวม “พรรคเก่งกลาง” อย่างกล้าธรรม และ “พรรคเก่งเล็ก” อย่างไทรวมพลัง เข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล

เราก็ย่อมจะเรียกขาน-แปะป้าย-ตีตรารัฐบาลชุดใหม่ ว่าเป็น “รัฐบาลของบรรดานักการเมืองบ้านใหญ่” หรือรัฐบาลอันเกิดจากวัฒนธรรมการเมืองแบบ “สองนคราประชาธิปไตย” ได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก

อธิบายอีกแบบได้ว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” คล้ายจะกำหนดควบคุม “การเมืองบ้านใหญ่” ได้อยู่มือ (เลือกจิ้มได้ว่าจะเอาหรือไม่เอา “บ้านใหญ่” หลังไหน) มากกว่ารัฐบาลพลังประชารัฐหลังปี 2562 และรัฐบาลเพื่อไทย-ภูมิใจไทยหลังปี 2566

เหตุผลที่สอง ที่อาจทำให้ “รัฐบาลอนุทิน 2” ดู “ไม่ค่อยเหมือน” กับ “รัฐบาลขั้วอนุรักษนิยม” หลายชุดก่อนหน้านี้ ก็คือ การพยายามรักษาระยะห่างจาก “พรรคการเมืองฝ่ายขวา” ที่ดู “ขวาจัด-เข้มข้น” ยิ่งกว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น “รวมไทยสร้างชาติ” หรือ “ไทยภักดี”

แน่นอนว่าการที่พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคไทยภักดีมี ส.ส. อยู่ในมือแค่ 2 คน และ 1 คน ตามลำดับ ย่อมเป็นเหตุผลที่ชอบธรรมเพียงพอ ซึ่งจะทำให้สองพรรคการเมืองนี้ไม่ได้เข้าร่วมกับซีกรัฐบาล

นอกจากนั้น ประเด็นที่ว่าผู้นำพรรคการเมือง “ขวาจัดขนาดเล็ก” ทั้งสองพรรค น่าจะทำงาน-ประสานงานด้วย “ไม่ง่าย” นัก กระทั่งไม่อยู่ในสายตาของภูมิใจไทย ก็ฟังขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังน่าตั้งคำถามอยู่ดีว่า ถ้าเทียบกับพรรคเล็กอีกมากมายหลายพรรค ทำไมภูมิใจไทยจึงไม่เลือกรวมไทยสร้างชาติและไทยภักดี?

หรือถ้าเทียบกับพรรค “ขวาใหม่” อย่าง “เศรษฐกิจ” ซึ่งได้ ส.ส. 3 ที่นั่ง รวมไทยสร้างชาติหรือไทยภักดีมีความแตกต่างในเชิงคุณภาพกับพรรคขวาจัดน้องใหม่นี้หรือไม่? อย่างไร? เพราะเหตุใดภูมิใจไทยจึงเลือกร่วมงานกับแค่พรรคเศรษฐกิจ?

หรือถึงที่สุด พรรคภูมิใจไทยจะต้องการ “รีแบรนด์” ตัวเอง ให้ “พรรคสีน้ำเงิน” เป็น “พรรคอนุรักษนิยม” สำหรับยุคสมัยปัจจุบัน (ปลายทศวรรษ 2560 ถึงทศวรรษ 2570)

แตกต่างจาก “พรรคการเมืองฝ่ายขวา” ที่สืบทอดอุดมการณ์-แนวคิด-จุดยืนมาจาก “ม็อบเสื้อเหลือง-ม็อบนกหวีด” และแตกแขนงมาจาก “พรรคขวาเก่า-ประชาธิปัตย์” หรือ “ระบอบอำนาจ คสช.” ซึ่งล้วนเป็น “อดีตที่หมดอายุแล้ว” ทั้งสิ้น

อาจทดลองสรุปรวบยอดได้ว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” น่าจะอยากแสดงตัวเป็น “แบบอย่างที่ดีเลิศของนักการเมืองบ้านใหญ่” แต่มิได้อยากมีสภาพเป็น “แก๊งรวมบ้านใหญ่ร้อยพ่อพันแม่”

รัฐบาลชุดนี้จะเป็น “รัฐบาลที่จงรักภักดีและรักชาติ” อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ไม่ได้อยากเป็น “รัฐบาลอัลตรารอยัลลิสต์” ที่นำเอาสถาบันฯ มาข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างมวลชนสองกลุ่มใหญ่ เฉกเช่นสภาพการณ์ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

น่าจับตาว่า การจัดวางตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองเช่นนี้ จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่สามารถทลายกรอบข้อจำกัดเดิมๆ ของ “รัฐบาลฝ่ายขวา/ขั้วอนุรักษนิยม” ชุดที่แล้วๆ มาได้จริงหรือไม่? มากน้อยแค่ไหน?

และถ้า “โครงการทางการเมือง” นี้ประสบความสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | บรรทัดฐาน ของ ศาลยุติธรรม เบื้องหน้า การฮั้ว และการโกง
รัฐราชการไทย ต้องหยุดคิดเป็น ‘เดอะแบก’ กับทุกๆ เรื่องในสังคม
“บิ๊กเกรียง” นำชาวสุราษฎร์ฯ ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ ๖ เปิดกิจกรรม ๑๑๑ ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน
E-DUANG | การเมือง แห่ง ความหวานชื่น ในยุค ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย
ผบ.ตร.ลั่น ‘ไม่เคยทาบ-ไม่เคยคิดเสนอโยก”รองไมค์“ออกนอกหน่วยชี้ถึงเวลาหยุดเกมแตกแยก สร้างศรัทธาสีกากีคืนประชาชน”ยันนายกฯ ไม่เคยสั่ง
เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า หรือเปลี่ยนสนามการค้า เป็นสนามรบ!
ความคิด สำนวน กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’ ก่อนมิถุนายน 2475
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (186)
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (24)
โรงพยาบาลอานันทมหิดล (1) สถาปัตยกรรมประจำรัชกาลที่ 8 และโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของไทย
เชลยศึกสงครามลาว (41)
E-DUANG | รุก และ รับ ทาง การเมือง จาก กรณี “ฮั้ว-โกง” ส.ว.