
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org
ภูมิปัญญาป่าชายเลน
: หนามพุงดอแก้โรคหนาว
ในที่สุดก่อนสิ้นปีนี้ คนไทยก็ได้สัมผัสกับความหนาวเย็นจริงๆ ของเหมันตฤดูกับเขาซะที
หลังจากร้อนอ้าวมาค่อนปี
หนาวนี้คนเคยหนุ่มรุ่นสุเทพ วงศ์กำแหง คงได้มีโอกาสครวญเพลง “เหมันต์พิศวาส” อ้อนคุณย่าว่า “เหมันต์แล้วคุณ ผมคอยพบคุณ เนื้ออุ่นแอบใจ ขอเพียงเอื้ออกให้อิง แอบอกอุ่นดังผิงไฟ…” (ฮา)
หนาวจัดอย่างนี้หลายท่านที่มีอัฐคงได้อะเมสซิ่งไทยแลนด์กับแม่คะนิ้ง เหมยขาบที่อาบยอดหญ้าขาวโพลนบนดอยสูง ช่วยให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ฟื้นฟูอีกครั้ง
ในขณะที่อีกหลายชีวิตต้องประสบกับภัยหนาวและโรคหนาวเข้ากระดูกที่หมอแผนไทยเราเรียกว่า “โรคลมเปลี่ยวดำ”
ฟังชื่อก็วังเวงแล้ว
โรคลมชนิดนี้เกิดจากร่างกายกระทบกับความเย็นจัดจนเป็นตะคริว
ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งอย่างรุนแรง ถึงขั้นกระตุก ทำให้เจ็บปวดบริเวณที่เป็นมาก
ถ้าเป็นไม่มาก มักแก้ได้โดยการนวดจุดบริเวณใต้ตาตุ่มด้านใน
ถ้าเป็นหนักก็ต้องแก้ด้วยยาตำรับโบราณชื่อ “ยาสังข์วิไชย” หรือ “ยาทำลายพระสุเมรุ”
เป็นตำรับยาใหญ่มีเครื่องยากว่า 20 ชนิด ซึ่งมีรสประธานเป็นรสร้อนแก้เย็น
ยาตัวหลังมีเข้ากัญชาเป็นหนึ่งใน 4 ตำรับแรกที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ผลิตใช้ในคลินิกการแพทย์แผนไทย

ภูมิปัญญาแพทยศาสตร์อาจเป็นความเชี่ยวชาญที่ซับซ้อน
แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่รุ่นปู่-ย่านั้นเป็นวิถีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
เป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วยในแต่ละฤดูกาล
อย่างหน้าหนาวก็จะมีคำฮิตติดปากว่าเป็นยาม “ข้าวใหม่ปลามัน”
คือข้าวมียางหอมมัน และกุ้ง หอย ปู ปลา ก็มีทั้งมันและไข่เต็มท้อง เป็นอาหารบำรุงร่างกายให้อบอุ่นในยามหนาว
ที่สำคัญคือ ไม่เพียงแค่ให้อบอุ่น แต่ยังช่วยบำรุงกำลังให้คึกคัก
จนเป็นสำนวนว่าหนุ่ม-สาวมักเลือกฤกษ์แต่งงานในยาม “ข้าวใหม่ปลามัน” (ฮิ ฮิ)
ต้นหนาวปีกุนนี้ ประเทศไทยได้สูญเสียปราชญ์ภูมิปัญญานิเวศน์สามน้ำแห่งแม่กลองท่านหนึ่งชื่อสุรจิต ชิรเวทย์ (หรือพี่เจี๊ยว) อดีต ส.ว.สมุทรสงคราม ผู้เคยชักชวนชาวประชา “มากินปลาให้แมวอาย” อันลือลั่นมาแล้ว
ท่านไม่เพียงรู้ลึกเรื่องระบบนิเวศน์ของเมืองสามน้ำบ้านสวนกึ่งทะเลแถบป่าชายเลนเท่านั้น
แต่ยังรู้ลึกเรื่องอาหารสุขภาพยามข้าวใหม่ปลามันด้วย
ดังนั้น เพื่อนพ้องที่เดินทางไปร่วมส่งวิญญาณพี่เจี๊ยวที่เมืองสามน้ำก็ต้องหาทางแวะแกะรอยภูมิปัญญาข้าวใหม่ปลามันตามร้านอาหารพื้นถิ่นที่เขาใช้พืชผักพื้นบ้าน กุ้ง หอย ปู ปลาธรรมชาติ ปราศจาก 3 สารพิษและฟอร์มาลีน (ฮา) มาปรุงอาหารเป็นยาร้อนๆ เลิศรสแก้ไอเย็นในร่างกาย
คลายโรคภัยไข้เจ็บที่มากับลมหนาว
เมนูอาหารผักยาพื้นบ้านแก้โรคหนาวที่ขอแนะนำในที่นี้
คือ ทุกเมนูที่มียอดใบหนามพุงดอเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแกงอ่อมหนามพุงดอปูทะเลไข่ ต้มยำกะทิกุ้งสดหรือปลาสดหนามพุงดอ หรือจะยำหนามพุงดอสดๆ ดิบๆ ให้ได้รสยาแท้ก็ไม่ว่ากัน รับรองอร่อยทุกเมนู
รสชาติเหมือนกินผักหวาน
ส่วนที่เอามาใช้กิน คือส่วนยอดอ่อนที่ปลายกิ่ง (เหมือนเก็บยอดชา)
ถ้ามีหนามติดมาให้เอาออก
แค่ได้ยินชื่อ ต้นหนามพุงดอ (ชื่อวิทย์ : Azima sarmentosa) คนส่วนใหญ่ก็เสียวแสยงแล้ว เพราะหนามแหลมปลายแข็งของมันเป็นพิษ
หากปักเนื้อใครเข้าจะเจ็บปวดมาก ถ้าไม่รีบถอนออกหนามจะยิ่งดูดฝังเข้าไปในเนื้อเกิดการอักเสบถาวร
วิธีแก้เมื่อถอนหนามออกแล้ว ก็ใช้รากสดของเขานั่นแหละฝนกับเหล้าให้ออกสารข้นๆ แล้วทาลงที่แผล ลดปวดอักเสบได้ชะงัดนัก
ปกติวิธีนี้คนรุ่นก่อนเคยใช้ทาแก้คางทูมและเกลื่อนฝีอักเสบ ทาแก้เจ้าโลกของคุณชายฟกบวม แก้โรคผิวหนังเป็นตุ่มคัน
แม้กระทั่งแผลฝีดาษก็เคยใช้รักษามาแล้วในอดีต
ยิ่งกว่านั้นรสจืดเปรี้ยวนิดๆ ฤทธิ์เย็นอ่อนๆ ของน้ำฝนรากหนามพุงดอเข้มข้น ใช้รับประทานดับพิษไข้ตานซางในเด็กเล็ก กระทุ้งพิษไข้ และเป็นเครื่องยาตัวหนึ่งในตำรับสังข์วิไชย ที่ใช้แก้อาการเย็นจัดของโรคลมเปลี่ยวดำ
และยังช่วยแก้โรคนอนไม่หลับกระสับกระส่ายได้ไม่แพ้กัญชา
โดยทั่วไปต้นหนามพุงดอถูกจัดเป็นวัชพืชอันตรายเพราะหนามรอบข้อของเขา และแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว ด้วยกองทัพเมล็ดนับพันที่เข้ายึดพื้นที่เสื่อมโทรมได้แม้กระทั่งพื้นที่ดินเค็มจัด
แต่ความพิเศษของต้นหนามพุงดอก็คือไม่ดูดเก็บความเค็มไว้เหมือนต้นเหงือกปลาหมอ หรือชะคราม
จึงเป็นผักโซเดียมต่ำ แถมในใบมีความมันของน้ำมันมัสตาร์ด ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็นอย่างดี
เสน่ห์ของใบอ่อน หนามพุงดออุดมด้วยคลอโรฟิลล์ แม้ถูกต้มเดือดนานๆ ก็ยังคงความเขียวเข้มเหมือนมรกต
ยามหนาวนี้หากใครลงใต้ลองแวะอุดหนุนอาหารสุขภาพยอดหนามพุงดอได้ทุกเมนู แล้วท่านจะได้รสสามมันของอาหารชาวแม่กลอง คือ มันปลา ปู กุ้ง มันกะทิสด และมันใบหนามพุงดอ เพื่อไล่โรคหนาวออกจากกาย
และยังเป็นเคล็ดว่าสามารถเอาชนะขวากหนามยามส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 เพราะขนาดหนามพุงดอก็ยังกินมาแล้ว (ฮา)
เช่นเคยตามธรรมเนียมใกล้ปีใหม่ ทางมูลนิธิสุขภาพไทยจัดกิฟต์เซ็ตสมุนไพรไว้สำหรับคนรักสุขภาพ ตามสโลแกนมอบของขวัญสมุนไพรคือให้อายุวัฒนะ
เชิญติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 0-2814-4013 และมือถือ 09-4489-7887
