bg-single

ประชา สุวีรานนท์ : “สารบรรณ” ตัวพิมพ์มีสังกัด สถานะเป็นตัวพิมพ์ที่สำคัญตัวหนึ่งของยุคนี้

10.01.2017

“ฟอนต์แห่งชาติ” ไม่ได้เป็นชื่อทางการ แต่ก็ใช้กันทั่วไป อันที่จริง ชื่อนี้แยกไม่ออกจากการยกย่องให้ภาษาเป็นอัตลักษณ์ของชาติ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่โบราณ แต่มาเฟื่องฟูในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

การต่อสู้แย่งชิงอิทธิพลทางการเมืองมาแรง ชาติใหญ่กำลังเรืองอำนาจ ชาติเล็กจึงกลัวว่าอัตลักษณ์ของตนจะถูกคุกคาม

สำหรับไทย การมีภาษาที่เป็นของตัวเองเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้ต่างจากเพื่อนบ้านที่ไม่มี การพัฒนาหรือเข้มงวดกับความพิเศษของภาษาและตัวหนังสือจึงเข้มข้นขึ้น

ในช่วงนี้เอง ความคิดที่ว่าพ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้ประดิษฐ์ระบบอักษรไทยถูกประโคมไปพร้อมกัน และนับแต่นั้นมา ความศักดิ์สิทธิ์ของตัวหนังสือและตัวพิมพ์ รวมทั้งการที่รัฐยื่นมือเข้ามาจัดการก็เพิ่มมากขึ้น

การมีคํานี้ห้อยท้าย เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ตัวพิมพ์ไม่น้อย

 

อีกกระแสหนึ่งคือแบรนดิ้ง ซึ่งเริ่มในวงการพาณิชย์

แบรนด์คือการทำให้คนยอมเข้าสังกัด หรือแสดงความจงรักภักดีด้วยการซื้อสินค้าบางอย่าง

อาจจะมีการตั้งฟอร์แมตกันอย่างละเอียด รวมทั้งกำหนดภาพและตัวพิมพ์ที่สำคัญ เพื่อง่ายต่อการผลิตและรับรู้

แบรนด์จะกระตุ้นให้ผู้ใช้มีจินตนาการว่าตนเองเป็นหนึ่งในกระบวนการซื้อขายสินค้า

การที่โค้ก ไนกี้ หรือ แอปเปิ้ล เป็นยี่ห้อที่คนรู้จักดีนั้น ก็เพราะมีแบรนด์ที่แข็งแรง

ในเชิงพาณิชย์ แบรนด์จะไม่เข้มงวดมากนัก เช่น คนดื่มน้ำดำอาจจะไม่ได้เป็นสาวกของโค้กก็ได้ แต่เมื่อถูกใช้ในทางการเมืองหรือใส่อุดมการณ์บางอย่าง เช่น ชาติหรือชุมชนอื่นๆ เข้าไป ก็จะมีความเข้มงวดมากขึ้น

ความเป็นแห่งชาติและเป็นไทยถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ฟอนต์แห่งชาติก็อยู่ในกระแสเดียวกัน

 

ฟอนต์แห่งชาติเกิดขึ้นพร้อมกับการโยนข้อหา “ไม่ไทย” ให้ตัวพิมพ์ตัวอื่นๆ ในบทความชื่อ Writing on wall : Fighting for Alien Fonts ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ผู้เขียนได้อ้างว่า ผอ. SIPA ขณะนั้นให้เหตุผลว่า : “Angsana, Cordia และ Browallia ล้วนออกแบบโดยชาวต่างชาติ

เรามีภาษาและอักษรของเราเอง จึงควรจะมีฟอนต์ของเราเองด้วย”

และพาดหัวโพสต์ทูเดย์ คือ “สั่งราชการโละฟอนต์ต่างชาติ ใช้ฟอนต์ไทยแลนด์”

แต่ที่สำคัญ ใช้ทั่วประเทศเพราะคำสั่งรัฐบาลปี พ.ศ.2553 ที่ให้หน่วยงานฝ่ายบริหารทั้งหมดใช้ชุดแบบอักษรชุดนี้

ความต้องการก็คือใช้ฟอนต์ที่เป็นมาตรฐานและไม่ขึ้นกับระบบปฏิบัติการระบบใดระบบหนึ่ง

และมีเหตุผลว่า “…ปัจจุบัน ส่วนราชการมีการใช้ฟอนต์อย่างหลากหลาย ไม่มีมาตรฐานในเอกสารทางราชการ”

ผลของคำสั่งคือ หน่วยราชการทั่วประเทศหันมาใช้สารบรรณ เอกสารสำคัญเช่น ราชกิจจานุเบกษา หรือประกาศของรัฐบาล ได้เปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2554

ที่รู้กันคือเพื่อหลีกเลี่ยงการฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ตัวพิมพ์ของเอกชน เช่น ไมโครซอฟต์ เจ้าของโปรแกรมซึ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในสำนักงานราชการ ส่วนการที่ว่าตัวพิมพ์เก่าๆ ถูกออกแบบโดยชาวต่างชาตินั้น ไม่มีการถกเถียงหรือยกหลักฐานขึ้นมาอ้างแต่อย่างใด

 

สารบรรณเป็นที่นิยมอย่างสูง ความตั้งใจเดิมอาจจะอยากประสบความสำเร็จเหมือน Times New Roman ซึ่งเริ่มจากการออกแบบเพื่อหนังสือพิมพ์ Times ของอังกฤษ

แต่ต่อมาแพร่ออกไปทุกวงการและทั่วโลก

เมื่อตัวพิมพ์ก้าวสู่ยุคดิจิตอล ตัวพิมพ์นี้ก็กลายเป็นดีฟอลต์ของทุกระบบและมีให้ดาวน์โหลดฟรี

ปัจจุบัน Times New Roman เป็นตัวพิมพ์มาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ เนื่องจากความนิยมและใช้สะดวกที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้มีฐานะแห่งชาติหรือการคุ้มครองพิเศษแต่อย่างใด

ตัวพิมพ์ที่ดังเพราะคำว่า “แห่งชาติ” ได้แก่ แบล็กเลตเตอร์ Blackletter หรือ Gothic ซึ่งเชื่อกันว่ามีความเป็นเยอรมันแฝงอยู่อย่างเด่นชัด

แต่นั่นเป็นเรื่องของอักษรโรมัน ซึ่งเคยเชื่อกันว่าตัวพิมพ์ต้องถือกำเนิดในเนื้อดิน มีองค์ประกอบและโครงสร้างที่เหมาะสมกับภาษาประจำชาติ

รวมทั้งมีรูปร่างหน้าตาที่สะท้อนจิตวิญญาณของชาตินั้นๆ

สิ่งนี้นำมาสู่การสรุปว่า Garamond เป็นฝรั่งเศส Caslon เป็นอังกฤษ และ Franklin Gothic เป็นอเมริกัน

ใน “Blackletter : ตัวพิมพ์แห่งชาติ” บทความของผู้เขียนซึ่งลงในมติชนสุดสัปดาห์ปลายปีที่แล้ว บอกว่านั่นเป็นเพียงความเชื่อ การสั่งสมลักษณะแห่งชาติในยุโรป โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 15-18 เป็นกระบวนการที่เชื่องช้า เพราะมีอุปสรรคด้านการคมนาคมและการสื่อสารมาก สไตล์ของตัวอักษรก็เช่นกัน จะมีความเป็นชาติแฝงอยู่ ก็ต้องกินเวลาหลายร้อยปี

เลี่ยงไม่ได้ที่จะคิดว่าแบล็กเลตเตอร์มีความเป็นเยอรมัน เมื่อ โยฮันน์ กูเตนแบร์ก ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1450 นั้น ได้เลือก Textura ซึ่งเป็นแบล็กเลตเตอร์แบบหนึ่ง

มันจึงกลายเป็นตัวพิมพ์แบบแรกของโลกและใช้สืบต่อกันมาทั่วยุโรป

ปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและกลายเป็นผู้นำด้านการเมืองและการทหาร

แบล็กเลตเตอร์ถูกเชิดชูว่า “ทำหน้าที่เหมือนภาษาเยอรมัน นั่นคือสะท้อนบุคลิก แสดงความรู้สึกนึกคิด และประกาศความเป็นชาติ” ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

ขณะที่นาซีกำลังก้าวขึ้นสู่อำนาจ ตัวพิมพ์แบบนี้ถูกโฆษณาว่าใช้งานได้ดีประดุจ Lead Soldier

และต่อมา เมื่อครอบครองยุโรปได้กว่าครึ่งทวีป ก็ฝันถึงการสร้างระเบียบใหม่โดยผ่านตัวพิมพ์นี้

ที่สำคัญ แม้จะมีลักษณะดังกล่าว แต่รัฐบาลของฮิตเลอร์ก็ไม่ได้แต่งตั้งให้แบล็กเลตเตอร์เป็นฟอนต์แห่งชาติและไม่ได้ออกคำสั่งให้ใช้เลย

 

บางคนที่ไม่เคยได้ยินคำว่าฟอนต์แห่งชาติและไม่รู้ว่าสารบรรณอยู่ในสังกัดของราชการ อาจจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับประโยชน์จริง นั่นคือ ถ้าตัวพิมพ์สวยงามและใช้การได้ดี ก็ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะ ถ้าดาวน์โหลดได้ฟรีอยู่เสมอ ก็ยิ่งดี

แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในแต่ละวัน ด้วยปริ๊นเตอร์และซีรอกซ์ในสำนักงานราชการทั่วประเทศ และแท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ตามโรงพิมพ์ต่างๆ จะมีเอกสารที่ใช้ตัวนี้ถูกผลิตออกมานับล้านฉบับ ซึ่งนอกจากจะมีปริมาณมหาศาลแล้ว ยังทำหน้าที่บอกแบรนด์ของรัฐบาล หรือบ่งชี้ว่าสังกัดในองค์กรที่สำคัญ

ในปัจจุบัน เมื่อประเทศกลับไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาลทหารซึ่งขึ้นมาด้วยรัฐประหารปี 2547 ฐานะของตัวพิมพ์ที่เป็นฟอนต์ราชการก็ยิ่งมั่นคง

สารบรรณจึงมีสถานะเป็นตัวพิมพ์ที่สำคัญตัวหนึ่งของยุคนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร