
พระราเมศวร เป็นเจ้าเมืองละโว้ที่ลพบุรี เครือญาติขอมที่นครวัด-นครธม
ยกกองทัพเมืองละโว้ไปยึดอำนาจอยุธยาจากเจ้าทองลัน โอรสขุนหลวงพะงั่ว (สมเด็จพระบรมราชาธิราช) ที่เสวยราชย์สืบจากพระราชบิดา แล้วประหารชีวิตเจ้าทองลัน เป็นอันสิ้นวงศ์สุพรรณภูมิในอยุธยา
ยึดอำนาจรัฐประหารแบบนองเลือดเริ่มแล้ว
เปลี่ยนวงศ์กษัตริย์
พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ จดเรื่องเปลี่ยนวงศ์กษัตริย์อย่างห้วนๆ สั้นๆ ดังต่อไปนี้
“๏ ศักราชได้ 750 มะโรงศก (พ.ศ.1931) เสด็จไปเอาเมืองชากังราวเล่า ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าทรงประชวรหนักและเสด็จกลับคืน ครั้นเถิงกลางทางสมเด็จพระบรมราชาเจ้านฤพาน
และจึงเจ้าทองลันพระราชกุมารท่าน ได้เสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยาได้ 7 วัน
จึงสมเด็จพระราเมศวรยกพลมาแต่เมืองลพบุรี ขึ้นเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา และท่านจึงให้พิฆาตเจ้าทองลันเสีย”
เจ้าทองลัน
เจ้าทองลันในพงศาวดารบางฉบับจดชื่อว่าเจ้าทองจัน หรือเจ้าทองจันทร์
แต่ฉบับหลวงประเสริฐจดว่า เจ้าทองลัน ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรง ทรงเห็นว่าน่าจะถูกต้องกว่าอย่างอื่น แต่ไม่รู้ว่าลันหมายถึงอะไร?
ลัน หมายถึงเครื่องดักปลาไหล เป็นคำดั้งเดิมของตระกูลไทย-ลาว มีในสารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ ของ ปรีชา พิณทอง (พิมพ์ครั้งแรกที่อุบลราชธานี พ.ศ.2532 หน้า 668) ดังนี้
ลัน น. เครื่องดักปลาไหล เรียก ลัน ลันสำหรับดักเอี่ยนหรือปลาไหลนี้ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ ยาวขนาดสามหรือสี่ปล้อง ทะลุปล้องให้เหลือไว้ปล้องสุดท้าย ใช้ไส้เดือนเป็นเหยื่อ เอาเหยื่อใส่ลงในบั้งลันแล้วนำไปดักไว้ตามหนองน้ำที่มีเอี่ยน อย่างว่า อัศจรรย์ใจกุ้งกุมกินปลาบึกใหญ่ ปลาซิวไล่แข้หนีไปซ้นหลืบหีน เอี่ยนเปิดน้ำหนีจากวังตม มันไปแปลงฮวงฮังอยู่เทิงปลายไม้ (ปัญหา). eel trap made of bamboo tube.
เจ้านายชื่อทองลัน ไม่แปลกอะไร เพราะชื่อทองด้วงก็มี ด้วงเป็นเครื่องมือจับสัตว์เหมือนกัน
ราเมศวร ยึดอำนาจ
ยึดอำนาจรัฐประหารอยุธยาอย่างเลือดตกยางออก มีจดไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ.2182 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ.2548 หน้า 21-23) จะคัดมาดังนี้
พระทองจัน (Pra Thong t‘Jan) พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 4 ของสยาม เสวยราชย์ได้เพียง 7 วัน
พระองค์เป็นพระราชโอรสของเจ้าขุนหลวงพ่องั่ว สืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา (เนื่องจากพระเจ้าแผ่นดินไม่มีพระอนุชา) เมื่อพระชนมายุได้ 17 พรรษา ทรงพระนามว่าพระทองจัน และเป็นผู้ที่ไม่มีพระปรีชาสามารถนัก
พระองค์ครองราชย์ได้ 7 วัน ก็ถูกพระรามเมศวรปลงพระชนม์ (พระรามเมศวรซึ่งถูกขับไล่ไปโดยเจ้าขุนหลวงพ่องั่ว)
พระรามเมศวร ได้ขึ้นเสวยราชย์อีกครั้งหนึ่ง และได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 5 ของสยาม เสวยราชย์อยู่อีก 6 ปี
ระหว่างระยะเวลา 18 ปีที่ถูกเนรเทศ พระองค์ได้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย ปราศจากสิ่งฟุ่มเฟือย ป่าเขา-ลำเนาไพรเป็นมิตรที่ดีของพระองค์อยู่ตลอดเวลา และความจนนี้เองทำให้พระองค์มองเห็นความจริงแห่งชีวิต พระองค์ได้เฝ้ามองดูการปกครองของเจ้าขุนหลวง และคุณลักษณะของพระราชโอรสที่จะสืบราชสมบัติแทนเจ้าขุนหลวงอยู่ตลอดเวลา (แต่เนื่องจากเจ้าขุนหลวงมีคุณงามความดีมากมาย และมีคุณลักษณะดีเลิศสมเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์จึงทรงหลบซ่อนอยู่ อย่างไรก็ดีเมื่อทราบข่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินประชวรหนักจนเพ้อและมีความหวังที่จะรอดน้อยมาก พระรามเมศวรจึงปรากฏพระองค์ขึ้น)
พระองค์ทรงชุมนุมข้าราชบริพารเท่าที่จะหาได้อย่างลับๆ และหลังจากเจ้าทองจันขึ้นเสวยราชย์แล้ว พระรามเมศวรได้ลอบเข้าไปในกรุงศรีอยุธยาในยามค่ำคืน พระองค์บุกเข้าไปในราชสำนัก และฆ่าพระทองจันด้วยความแค้น และสถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นกษัตริย์ เมื่อพระชนมายุได้ 51 พรรษา
อย่างไรก็ดี พระองค์ได้ละทิ้งอุปนิสัยดั้งเดิมของพระองค์จนหมดสิ้น และในระหว่างการครองราชย์ครั้งที่สองนี้ พระองค์ก็ได้แสดงคุณสมบัติที่ดีเด่น ผิดกับคุณสมบัติที่ชั่วร้ายซึ่งเป็นรอยมลทินในการครองราชย์ครั้งแรก
พระองค์ทรงเต็มไปด้วยความเมตตา กรุณา สุภาพ สามารถลงโทษโดยไม่ต้องคิด แต่ให้อภัยได้อย่างรวดเร็ว
พระองค์ทรงเฉลียวฉลาดและรอบคอบ ทรงกล้าหาญในการใช้อาวุธบนหลังช้างและหลังม้าเท่าๆ กับบนพื้นดิน
พระองค์พระราชทานสิ่งของให้แก่พระภิกษุและคนยากจน ทรงสร้างและบูรณะโบสถ์วิหารจำนวนมากด้วยพระราชศรัทธา เสด็จไปถวายพระราชทรัพย์แด่พระพุทธเจ้า ประหนึ่งทรงเป็นพระภิกษุยิ่งกว่าจะทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์เป็นที่รักของขุนนางและประชาชนทั่วไป
พระองค์เสวยราชย์ได้ 6 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ด้วยพระชนมายุได้ 57 พรรษา การเสวยราชย์ครั้งที่สองนี้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองดี
ผิดข้อตกลงทางการเมือง
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อธิบายเหตุการณ์ตอนนี้ว่ามีเหตุจากเคยมีข้อตกลงทางการเมือง แล้วผิดข้อตกลง
“ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเมื่อสมเด็จพระราเมศวรถวายราชสมบัติแก่สมเด็จพระบรมราชาธิราช น่าจะมีความตกลงหรือเข้าพระทัยกันว่า…….เมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชแล้ว ก็ให้สมเด็จพระราเมศวรเข้ามาครองกรุงศรีอยุธยาอย่างเดิม”
ครั้นสมเด็จพระบรมราชาธิราชสวรรคต “ข้าราชการพวกหนึ่งซึ่งมีความนิยมต่อเจ้าทองลัน หรือไม่นิยมต่อสมเด็จพระราเมศวร จึงยกเจ้าทองลันราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราช…….”
“สมเด็จพระราเมศวรทราบว่าพวกข้างกรุงศรีอยุธยายกเจ้าทองลันขึ้นครองราชสมบัติ ก็รีบรวบรวมไพร่พลยกลงมา…….จึงได้กรุงศรีอยุธยา และจับเจ้าทองลันได้ภายใน 7 วัน”
ยึดอำนาจ รัฐประหาร
จะมีข้อตกลง แล้วผิดข้อตกลงกันจริง หรือมีเหตุอื่นใดก็ตาม
นี่คือยึดอำนาจ รัฐประหาร ถึงขั้นเลือดตกยางออก บางทีจะมีฆ่ายกสำรับ ดัง ร.5 เคยบอกไว้
