bg-single

สื่อนอกชี้ “ฮุนเซน” กำลังเล่นเกมส์สร้างวิกฤตเบี่ยงความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ เชลียสหรัฐฯ กลบธุรกิจสีเทา

23.08.2025

สื่อนอกชี้ “ฮุนเซน” กำลังเล่นเกมส์สร้างวิกฤตเบี่ยงความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ เชลียสหรัฐฯ กลบธุรกิจสีเทาในกัมพูชา

นายจาคอป ซิมส์ ผู้สื่อข่าว สำนักข่าว The Diplomat ออสเตรเลีย เผยแพร่บทวิเคราะห์ “ฮุน เซน” แห่งกัมพูชา กำลังเล่นเกมส์กับโลกและซื้อเวลา โดยระบุว่า ชายวัย 72 ปีคนนี้ ใช้ละครเรื่องความขัดแย้งชายแดน และการแสวงหารางวัลสันติภาพ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากระบอบการปกครอง ที่ตอนนี้สามารถเพิ่มการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอันตราย รวมถึงการบีบบังคับทางเพศเด็ก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้านมืดของกัมพูชา”

ผู้สื่อข่าว The Diplomat ยังระบุว่า ผู้นำกัมพูชาที่มีอำนาจมายาวนานอย่างฮุน เซน อาจจะเกษียณอย่างเป็นทางการในปี 2023 แต่เขายังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมส์การเมืองที่ยิ่งใหญ่ และมีเล่ห์เหลี่ยมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฮุน เซน ได้ทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภาพของความขัดแย้งนี้ทั้งหมด ฝ่ายค้านในกัมพูชาซึ่งเคยวิจารณ์เขาว่า ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย แต่หลังจากที่เขา ปล่อยเสียงบันทึกจากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยตรง และยังเป็นการส่งผลทำให้นางสาวแพทองธาร อาจเสียตำแหน่งไป

ในตอนแรกข้อกล่าวหาที่ว่า ฮุน เซน เป็นคนอ่อนแอต่อไทย แต่ฮุน เซนกลับใช้สถานการณ์นี้ เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูเหมือนแสดงความเป็นชาตินิยมอย่างชัดเจน ทำให้ฝ่ายค้านในกัมพูชาไม่มีอำนาจที่จะโต้แย้งอะไรได้ ซึ่งข้อความที่ฮุน เซน ต้องการส่งถึงประชาชนในกัมพูชา คือ ไม่ว่าคุณจะไม่พอใจอะไร เพียงแค่เขา และพรรคประชาชนกัมพูชาเท่านั้นที่สามารถปกป้องประเทศได้

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ประเทศไทยได้เปิดโปงความเชื่อมโยงของฮุน เซน กับกลุ่มอาชญากรรม โดยมีการยึดทรัพย์สิน เงิน และรถยนต์หรูจากสมาชิกวุฒิสภาของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) คือ โกค อัน นักธุรกิจพันล้าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางเศรษฐกิจ และเป็นพันธมิตรสำคัญของฮุน เซน แต่ในเวลานั้น ฮุน เซน ก็สามารถควบคุมเรื่องราวได้แล้ว และได้ก่อเหตุยั่วยุเพิ่มขึ้นตามแนวชายแดนจนทำให้เกิดการปะทะทางทหารกับไทย

ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ เกิดเสียงปืนใหญ่ ฮุน เซน ผู้อำนาจสูงวัย กลับมีอำนาจเหนือ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุตรชาย พร้อมทั้งโพสต์ภาพตัวเอง กำลังวางแผนบนแผนที่ และพูดคุยผ่านวิดีโอกับนายทหารระดับสูง เพื่อแสดงตัวตนในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของชาติ ในขณะเดียวกัน เขาใช้สมาชิกพรรค CPP ไปทำงานลับอื่น ๆ เช่น วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาท ปล่อยข่าวปลอม และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติให้ช่วยปกป้องจากการรุกรานของไทย ถึงแม้ว่า เขาจะไม่ใช่หัวหน้ารัฐอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ฮุน เซน ก็ยังคงมีบทบาทใหญ่ทั้งในการเพิ่มความตึงเครียดและควบคุมการตอบโต้ของประเทศ ซึ่งนี่คือสไตล์ที่ฮุน เซน ถนัดที่สุด คือ การสร้างวิกฤตเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ เรื่องชาตินิยม และการรวมอำนาจทางการเมืองอย่างเข้มงวด กลายเป็นเรื่องที่เบียดบังปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุนแรง ความไม่เท่าเทียม และคอร์รัปชันของรัฐบาล

บทวิเคราะห์ของ The Diplomat ยังได้ยกตัวอย่างชัดเจน คือ การเสนอชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรับรางวัลโนเบลสันติภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์พยายามทำมานาน และพรรค CPP ก็เต็มใจทำ เพื่อเรียกร้องความสนใจ บางคนอาจมองว่าเป็นแค่กลยุทธ์ทางการทูต หรือการเอาใจทรัมป์ แต่ความจริงแล้ว ฮุน เซน กำลังปกป้องเศรษฐกิจผิดกฎหมาย ที่ก่อให้เกิดรายได้มหาศาลให้กับกลุ่มผู้มีอำนาจในพรรค CPP ซึ่งบางส่วนเป็นเป้าหมายของการถูกสอบสวนและลงโทษโดยสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ซึ่งเรื่องนี้มีผลอย่างมากในช่วงเวลานี้ เพราะรายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ปีนี้ ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่เผยแพร่ตามกำหนด และตามข้อมูล เจ้าหน้าที่รัฐสหรัฐฯ ระบุว่ากัมพูชาอาจถูกจัดให้อยู่ในระดับที่ร้ายแรงที่สุด (Tier 3) พร้อมกับตราประทับว่าเป็น “รัฐสนับสนุนการค้ามนุษย์” เนื่องจากมีนโยบายและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอย่างชัดเจน

บทวิเคราะห์ของ The Diplomat ยังมองว่า ถ้าหากหลังจากการเสนอชื่อรับรางวัลโนเบล รายงานนี้ให้เข้าทางกัมพูชา (ระดับร้ายแรงน้อย) ก็จะถือเป็นความอยุติธรรมอย่างร้ายแรงต่อตัวผู้เสียหายทั้งในสหรัฐและเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวนมากที่ถูกทารุณในกัมพูชา

รายงานสิทธิมนุษยชนประจำปีของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้ ก็ถูกวิจารณ์ว่ามีการปรับแต่งข้อมูลอย่างน่าสงสัย การเปลี่ยนแปลงรายงานการค้ามนุษย์ในนาทีสุดท้ายเพื่อปกป้องรัฐอาชญากรรมที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน จะเป็นการผิดพลาดทางการเมืองและแสดงถึงความไม่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยภายในประเทศสหรัฐฯ จุดสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ คือเศรษฐกิจอาชญากรรมที่เป็นพื้นฐานของรัฐกัมพูชายังคงถูกควบคุมโดยฮุน เซน ผู้ที่มีความโหดเหี้ยมและมีฝีมืออย่างมาก งานวิจัยล่าสุดยังชี้ให้เห็นว่ามีความมืดมนมากกว่าที่คิด

งานวิจัยขององค์กร International Justice Mission (IJM) ได้ตรวจสอบรายงานคดีอาชญากรรมไซเบอร์ต่าง ๆ ที่ส่งไปยังสหรัฐฯ และพบว่า มีรายงานการบังคับขู่เข็ญเด็ก (sextortion) กว่า 500 รายที่เชื่อมโยงกับพื้นที่แหล่งหลอกลวงในกัมพูชา เมียนมา และลาว อีกกว่า 18,000 รายงานมีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่เหล่านี้ด้วย พื้นที่เหล่านี้รวมถึงสถานที่ใหญ่ ๆ ในกัมพูชาอย่าง Jinbei, Golden Fortune, Mango Park และคาสิโน O’Smach ซึ่งควบคุมโดย ไล ยง ฟัต นักธุรกิจที่ถูกสหรัฐฯ ลงโทษเมื่อปีที่แล้ว และกัมพูชาเคยบอกว่าเขาเป็นเหยื่อของ “การละเมิดสิทธิมนุษยชน”

หลักฐานใหม่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พรรค CPP ไม่ได้ช่วยเฉพาะในเรื่องการหลอกลวงเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนอาชญากรรมรุนแรงที่กระทำต่อเด็กด้วย สำหรับนักกำหนดนโยบายสหรัฐฯ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิมนุษยชนที่อยู่ไกลตัว แต่คือเรื่องที่ต้องปกป้องเด็ก ๆ จากการถูกเอารัดเอาเปรียบที่ทำให้วัยรุ่นอเมริกันหลายคนต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในอัตราที่สูงขึ้น

ส่วนเรื่องนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับนักการทูตอเมริกันที่เคยถูกพรรค CPP หลอกลวงมาตลอดหรือไม่นั้น บทวิเคราะห์ของ The Diplomat บอกว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นยังต้องติดตาม แต่ข้อมูลใหม่นี้ส่งผลสำคัญมาก เพราะการข่มขู่ทางเพศออนไลน์ (sextortion) เป็นเรื่องที่ทั้งสองพรรคการเมืองในสหรัฐฯ ให้ความสนใจอย่างจริงจัง และเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้ปกครอง ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่เห็นตรงกัน เพราะถ้ากลุ่มต่อต้านการหลอกลวง การต่อต้านการค้ามนุษย์ และการปกป้องเด็ก สามารถรวมตัวกันและมองเห็นว่าการกระทำผิดของพรรค CPP คือศัตรูร่วม ก็อาจเป็นไปได้ที่จะสร้างแรงกดดันให้กับชนชั้นนำของกัมพูชาได้มากขึ้น

บทวิเคราะห์ของ The Diplomat ยังมองว่า เศรษฐกิจอาชญากรรมไซเบอร์ของกัมพูชาตอนนี้ล้ำลึกถึงอเมริกันและระบบการเงินโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การหลอกลวงแบบ “pig butchering” คาดว่าเป็นรูปแบบอาชญากรรมทางการเงินที่ทำร้ายชาวอเมริกันมากที่สุดในปี 2025 การบังคับขู่เข็ญเด็ก การทำลายครอบครัวในพื้นที่ชนบท ธนาคารที่ถูกทุจริตของกัมพูชาและเทคโนโลยีที่สนับสนุน ช่วยฟอกเงินหลายพันล้านผ่านระบบการเงิน แต่ละคดีสร้างเหยื่อรายใหม่ เขตอำนาจศาลใหม่

เผด็จการทั่วโลกมักเจริญเติบโตจากการเบี่ยงเบนความสนใจและการชะลอเวลา แต่การพึ่งพาอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบของพวกเขาก็อาจกลายเป็นจุดอ่อน เครือข่ายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนและหลายภาคส่วนเกินกว่าจะปล่อยให้ไร้โทษได้ตลอดไป ถ้าผู้เฝ้าสังเกตสามารถตามทัน

งานวิจัยใหม่ของ IJM ที่เชื่อมโยงพื้นที่หลอกลวงในกัมพูชากับการบังคับขู่เข็ญเด็ก ควรจะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนขึ้น

บทเรียนที่ใหญ่กว่าที่กัมพูชาสอนเรา คือ การทำให้ผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานที่ชัดเจนและกลุ่มพันธมิตรหลายฝ่ายร่วมมือกัน ในยุคที่เผด็จการชั่วร้ายดูเหมือนจะชนะไปทั่วโลก แต่ยังสามารถถูกท้าทายได้ หากฝ่ายตรงข้ามมีวินัย มีข้อมูล มีความเป็นหนึ่งเดียวในหลายภาคส่วน และพร้อมเดินหน้าต่อไป แม้จะเสี่ยง จนกว่าการไร้โทษจะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน