E-DUANG
จำนวนส.ก. 22 คนที่เป็นของพรรคประชาชน คือ โจทย์ใหม่ทางการเมือง
เป็น 22 จาก 50 เขต
แม้จะไม่ได้เกินกึ่งหนึ่ง แต่ก็มากกว่าส.ก.ของคนทำงาน ของ พรรคประชาธิปัตย์ ของพรรคเพื่อไทย ของกลุ่มอิสระและของกลุ่ม
เบ็ตเตอร์ บางกอก
สถานการณ์ของส.ก.ครั้งนี้จึงท้าทายเป็นอย่างสูงว่า ทีมกทม.และพรรคประชาชนจะบริหารจัดการอย่างไร
สถานการณ์ของส.ก.ครั้งนี้เหมือนกับสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1
ในตอนนั้นพรรคก้าวไกลจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล
มีการจัดทำ MOU แต่แล้วก็ถูกฉีก MOU
ถามว่าเค้าลางอันแสดงสัญญาณว่าจะต้องมีการฉีก MOU แน่นอนเริ่มจากตรงไหน
เริ่มจากตำแหน่ง”ประธานสภา”
บทเรียนนี้เมื่อปี 2566 อยู่ในมือของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สถาน การณ์ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ในมือของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
เมื่อปี 2566 เป้าหมายในการจับมือคือพรรคเพื่อไทย
ปี 2569 ไฟท์บังคับก็คือต้องทำงานร่วมกับ นายชัชชาติ สิทธิ พันธุ์ ซึ่งมีคะแนนเสียงเป็นพื้นฐานอยู่แล้วมากถึงกว่า 1.6 ล้านคน
มากกว่าที่ได้กว่า 1.3 ล้านคนในปี 2565
ขณะเดียวกัน ก็มิได้มาอย่างว่างโหวง ตรงกันข้าม ยังมีคนทำงานและพรรคเพื่อไทย
นับจำนวนแล้วก็ใกล้เคียงกับส.ก.ของพรรคประชาชน
พรรคประชาชนจึงไม่เพียงแต่จะได้บทเรียนมาจากการจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2566 หากแต่ยังได้บทเรียนจากการตัดสินใจอย่างสำคัญในการทำ MOA กับพรรคภูมิใจไทยในปี 2568
โจทย์การเมืองนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคประชาชน
สถานการณ์เฉพาะหน้าของพรรคประชาชนจึงนอกเหนือจากการสรุปบทเรียนในการเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯ”และส.ก.โดยตรงเท่านั้น
หากแต่ยังต้องมีคำตอบในเรื่องของ”สภากรุงเทพมหานคร”
ความท้าทายเป็นอย่างสูงและมากด้วยความแหลมคมก็คือ จะมีบทสรุปอย่างไรกับคณิตศาสตร์การเมืองเฉพาะหน้า
จะบริหารจัดการอย่างไรจึงจะดำรงอยู่ในลักษณะ”กระทำ”
โดยพื้นฐานก็คือ การแสดงความสามารถในการสร้างพันธมิตรทั้งเพื่อตำแหน่ง”ประธาน” และเพื่อให้ตำแหน่งนี้ดำรงอยู่และดำเนินไปเหมือนกับกระดานหกทางการเมือง
ไม่เพียงการเมืองในกทม. หากแต่ยังเป็นการเมืองในขอบเขตทั่วประเทศ
บทเรียนจากการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 จึงสำคัญ
บทเรียนจากการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยจนบรรลุข้อตกลงผ่าน MOA เมื่อเดือนกันยายน 2569 จึงสำคัญ
สำคัญต่ออนาคตของพรรคประชาชน
พรรคประชาชนอาจมีบทเรียนจากการเลือกตั้งอบจ.ลำพูน แต่นั่นเป็นสถานการณ์ที่ได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ
ทั้งตัวของ “นายกอบจ.”และ”สภาอบจ.”
แต่สำหรับในการเลือกตั้งกทม. พรรคประชาชนพ่ายแพ้ในตำแหน่ง”ผู้ว่าฯ” แต่ได้มาเป็นอันดับ 1 ในสภากทม.
โจทย์นี้จึงท้าทาย”คณะบริหาร”พรรคประชาชนอย่างสูง
