bg-single

ศ.สุชาติ ชี้รัฐควรใช้งบประมาณ​ตั้งกองทุนภัยพิบัติ​ แทนนำเงิน 15,500 ล้านบาท​ ซึ่งสูงมาก ไปซื้อประกันภัย​บริษัทเอกชน​ เพราะเกิดการทุจริตง่ายและเอกชนล้มละลาย​ไปก่อน​

02.10.2026

ศ.สุชาติ ชี้รัฐควรใช้งบประมาณ​ตั้งกองทุนภัยพิบัติ​ แทนนำเงิน 15,500 ล้านบาท​ ซึ่งสูงมาก ไปซื้อประกันภัย​บริษัทเอกชน​ เพราะเกิดการทุจริตง่ายและเอกชนล้มละลาย​ไปก่อน​ เหมือนกรณีประกันโควิด

1 ตุลาคม​ 2569 ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อด​ีตรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​และศึกษา​การ​ กล่าวถึง​ปัญหาและผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอหลักสำคัญในการบริหารจัดการภัยพิบัติของประ​เทศ 2 ประการคือ

ประการที่หนึ่ง รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการป้อง​กันภัยล่วงหน้า ก่อนที่ความ​เสียหายจะเกิดขึ้นประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมแทบทุกปี หลายพื้น​ที่เรารู้อยู่ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เรารู้เส้นทางน้ำ รู้พื้นที่ลุ่มต่ำ รู้ว่าจุดใดระบายน้ำไม่ทัน และรู้ว่าพื้นที่ใดเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก​ดังนั้น แนวคิดในการบริหารภัยพิบัติต้องเปลี่ยนจาก​ “รอให้เกิดความเสียหาย แล้วจึงหาเงินมาชดเชย” มาเป็น​ “ป้องกันความเสียหายให้มากที่สุด ก่อนภัยจะเกิดขึ้น”

รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณอย่างจริงจังสำหรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ แก้มลิง คันกั้นน้ำ การขุดลอกและเปิดทางน้ำ ตลอดจนระบบพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้า​ และควรมีกลไกหรือ “กองทุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ที่สามารถนำเงินมาใช้ได้รวดเร็ว​ เมื่อเกิดสถาน​การณ์จำเป็น​ เพราะเงินที่ใช้ป้องกันภัยก่อนเกิดความเสียหาย ย่อมมีคุณค่ามากกว่าเงินที่ต้องนำไปซ่อมบ้าน ซ่อมถนน ช่วยเกษตรกร และฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำลด

ประการที่สอง เมื่อภัยเกิดขึ้นแล้ว รัฐต้องช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เปิดเผย​ ไม่ซื้อของแพงเกินไป และตรวจสอบได้ทุกบาท​ ประ​ชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม พืชผลเสียหาย ทรัพย์สินเสียหาย หรือขาดรายได้ ไม่ควรต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ

รัฐบาลควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า ใครมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ จำนวนเท่าไร จังหวัดใดได้รับเงินเท่าไร และต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้ประ​ชาชนตรวจสอบ​ เพราะเงินทุกบาทเป็นเงินภาษีของประชาชน

กระผมมีความกังวลมาก​ ต่อแนวทางที่รัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนไปซื้อประกันภัยพิบัติ​ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เห็นชอบการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่มและประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม โดยอนุมัติกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันรวม 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันที่อยู่อาศัย 15,000 ล้านบาท และประกันอุบัติเหตุ 500 ล้านบาท

กระผมกังวลว่าการนำเงินภาษีประชาชนกว่าหมื่นห้าพันล้านบาทไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน เป็นธุรกรรมมูลค่าสูงมาก และหากระบบการแข่งขันและการตรวจสอบไม่เข้มแข็ง ก็ย่อมเปิดความเสี่ยงและช่องทางต่อการทุจริตได้​ OECD เองระบุว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นกิจ​กรรมของรัฐที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเปล่า การบริหารผิดพลาด และการทุจริตสูง เนื่องจากเกี่ยว​ข้องกับเงินจำนวนมาก, กระบวนการที่ซับซ้อน, และความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างรัฐกับบริษัทเอกชน

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องมีความชัดเจนว่า​ ใครเป็นผู้กำหนดอัตราเบี้ยประกัน?​บริษัทประกันใดมีสิทธิเข้าร่วม?​ มีการแข่งขันอย่างเปิดเผยกี่ราย?​ เงื่อนไขกรมธรรม์ใครเป็นผู้กำหนด?​ มีนายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าไร?​ รวมทั้งมีการทำประกันภัยต่อ หรือ Reinsurance เพื่อรองรับความเสียหายขนาดใหญ่อย่างไร?​ และที่สำคัญที่สุดคือประ​ชาชนสามารถเปิดดูสัญญาเงื่อนไข และการจ่ายเงินทั้งหมดได้หรือไม่?​ เพราะเงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่เป็นเงินภาษีประชาชน

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ​ ถ้าเราจ่ายเบี้ยในระดับ 15,500 ล้านบาทต่อปี และดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี​ จะเป็นเงินถึง 155,000 ล้านบาท​ คำ​ถามคือ​ เงิน 155,000 ล้านบาท ถ้านำไปลงทุนป้องกันน้ำท่วม แก้ระบบระบายน้ำ สร้างพื้นที่รับน้ำ ปรับปรุงทางน้ำ และสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิท​ธิภาพ จะสามารถป้องกันความเสียหายต่อประ​ชาชนได้มากกว่าหรือไม่?​ แล้วทำไม​ในเวลานี้​ ซึ่งน้ำท่วมอยู่มากมาย​ รัฐไม่เอาจำนวนนี้​ มาจ่ายค่าความเสียหาย​ แต่กลับนำเงินไปซื้อประ​กัน​ บอกว่ามีผลตั้งแต่​ 1​ ตุลาคม​ 2569

กระผมเห็นว่าภัยสาธารณะเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของรัฐบาล​ รัฐบาลไม่​ควรรอให้น้ำท่วมบ้านประ​ชา​ชน แล้วจึงมาคิดว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าสินไหม​ หน้าที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรไม่ให้น้ำเข้าบ้านประชาชนตั้งแต่แรก​ กระผมจึงขอฝากหลักการไว้ 2 ข้อ​ ก่อนเกิดภัย-ป้องกันให้ดีที่สุด,​เมื่อเกิดภัย-ช่วยเหลือให้เร็วที่สุด โปร่งใสที่สุด และตรวจสอบได้ทุกบาท หากรัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนกว่าหมื่นล้านบาทไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน​ ก็ขอฝากไว้ว่า​ “ยิ่งวงเงินสูง ยิ่งต้องเปิดเผยมาก” “ยิ่งเป็นเงินประ ชาชน ยิ่งต้องตรวจสอบ”

นอกจากนี้​ รัฐยังต้องระวังว่าบริษัทเอกชนที่รับประกัน​มีทุนเพียงพอจ่ายค่าสินไหมหรือไม่​ เพราะเป็นลักษณะ​ “ภัยที่เกิดพร้อมกันในวงกว้าง” (Systematic risk)​ ​เหมือนกับกรณีประกันโควิด​ เจอ-จ่าย​-จบ​ บริษัทประกันเอกชน​ 5 แห่งล้มละลายไปก่อน​ เป็นหนี้ผู้ซื้อประกันกว่า​ 790,000​ ราย​ เป็นเงินกว่า​ 70,000 ล้านบาท​ ทิ้งให้กองทุนฯ​และรัฐบาลรับภาระทยอยจ่ายเป็นเวลานาน ศ.สุชาติ​ กล่าว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษา มโนรมย์,หนองมะโมง และ วัดสิงห์ ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สี พบ ทรัมป์ใครได้อะไรบ้าง?
ทำไมสี จิ้นผิง เอ่ยอ้างถึง ‘กับดัก Thucydides’กับทรัมป์อีกรอบ?
เศรษฐกิจโลกกำลังจะสะดุดอีกครั้ง?
50 ปี 6 ตุลา ร่วมค้นหาความจริง ตอน 1 ทำไมต้องบุกธรรมศาสตร์
ศ.สุชาติ ชี้รัฐควรใช้งบประมาณ​ตั้งกองทุนภัยพิบัติ​ แทนนำเงิน 15,500 ล้านบาท​ ซึ่งสูงมาก ไปซื้อประกันภัย​บริษัทเอกชน​ เพราะเกิดการทุจริตง่ายและเอกชนล้มละลาย​ไปก่อน​
น้ำท่วมที่รัฐบาลและผู้ว่าฯ เอาไม่อยู่
ศ.สุรชาติ บำรุงสุข กางโจทย์ที่แก้ไม่ได้ ข้ามไม่พ้น รัฐบาลอนุทินต้องผจญปีนี้และปีหน้า
ธงทอง จันทรางศุ : เดิน ‘ถนน’ ที่นครพนม และเกร็ด ‘วิวาท’ คนต่างชาติพันธุ์
“คุณหญิงสุดารัตน์” ขอผู้ว่าฯชัชชาติแจง หากไม่ทำแก้มลิง 6 แห่ง จะทำโครงการใดทดแทน ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือมากกว่า
เส้นทางความรักของ ‘กัปตัน ภูธเนศ’ และ ‘เอ้ก บุษกร’ สู่วันปิดฉากชีวิตคู่
สรุปคดีดังเมืองปราจีน ฆ่า ‘ส.จ.โต้ง’ คาบ้านใหญ่ นิติวิทยาศาสตร์คืนความยุติธรรม ประหาร ‘โกทร-ลูกสมุน’