bg-single

7 ศาสตราจารย์จี้อธิการบดี มช. ทบทวนสอบงานวิจัยเมืองฮอด หลังพบเนื้อหา-ข้อมูลภาคสนาม-คำผิดซ้ำในหนังสืออีกชุด

22.10.2026

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ ยื่นรายงานผลตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 7 รายต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอทบทวนความครบถ้วนของกระบวนการสอบสวนกรณีร้องเรียนการนำผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม ไปใช้ในข้อเสนอโครงการและหนังสือ “ประวัติศาสตร์เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรม ‘พิสดารนคร’” หลังมหาวิทยาลัยเคยมีข้อสรุปยุติเรื่องโดยไม่พบการกระทำผิดเมื่อเดือนธันวาคม 2568

รายงานดังกล่าวรวบรวมผลตรวจเปรียบเทียบผลงานทางวิชาการโดยศาสตราจารย์ 6 ราย ซึ่งพบความเหมือนอย่างมีนัยสำคัญทั้งข้อความ โครงสร้างการเรียบเรียง ข้อมูลภาคสนาม บทสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ ภาพประกอบ เชิงอรรถ และบรรณานุกรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างอิงและให้เครดิตในผลงานฉบับหลังอาจไม่เพียงพอ ขณะที่ศาสตราจารย์อีก 1 รายตรวจพิสูจน์ข้อมูลกำกับไฟล์ภาพและเอกสารดิจิทัล พบหลักฐานบางส่วนที่อาจใช้ประกอบการตรวจสอบที่มาของผลงานได้

หนังสือที่ยื่นต่อศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ขอให้มหาวิทยาลัยรับรายงานและหลักฐานประกอบเข้าสู่สำนวน ตรวจทานกระบวนการสอบสวนและคำวินิจฉัยเดิม เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายชี้แจง และแจ้งผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยย้ำว่ารายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม มิใช่คำวินิจฉัยความผิดแทนมหาวิทยาลัย

เปิดข้อค้นพบ 7 ศาสตราจารย์

ผลตรวจของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 7 รายมีรายละเอียดและจุดเน้นแตกต่างกัน แต่ประเด็นร่วมสำคัญอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผลงานต้นฉบับกับข้อเสนอโครงการและหนังสือฉบับหลัง ตลอดจนคำถามว่าการให้เครดิตและกระบวนการตรวจสอบที่ผ่านมาเพียงพอแล้วหรือไม่

1. ศ.เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการด้านการเมืองการปกครอง พบความเหมือนในเนื้อหาประวัติศาสตร์เมืองฮอด ภูมิศาสตร์ เส้นทางการค้า เหตุผลของโครงการ บทคัดย่อ คำนำ และข้อมูลสำรวจ โดยเห็นว่าการให้เครดิตภาพถ่ายบางรายการไม่อาจทดแทนการอ้างอิงข้อความและองค์ความรู้ที่นำมาใช้ พร้อมเสนอให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้สร้างสรรค์ข้อความ ข้อมูล และบทวิเคราะห์เหล่านั้น

2. ศ.เกียรติคุณ ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ นักมานุษยวิทยา ผู้เสนอรายงานต่ออธิการบดี พบว่าข้อเสนอโครงการฉบับหลังมีความเหมือนกับข้อเสนอโครงการต้นฉบับ พ.ศ. 2563 อย่างกว้างขวาง ทั้งสาระสำคัญ โครงสร้าง และลำดับการนำเสนอ แม้มีการปรับถ้อยคำบางส่วน ขณะที่การเปรียบเทียบรายงานวิจัยกับหนังสือพบความเหมือนด้านเนื้อหาและการเรียบเรียงโดยไม่มีการอ้างอิงหรือให้เครดิตอย่างเพียงพอในส่วนที่ตรวจสอบ โดยเห็นว่าข้อค้นพบมีน้ำหนักต่อการพิจารณาประเด็นจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตทางวิชาการอย่างจริงจัง

3. ศ.เกียรติคุณ ดร.ยศ สันตสมบัติ นักมานุษยวิทยา พบความเหมือนอย่างกว้างขวางทั้งโครงสร้าง ลำดับเนื้อหา ข้อมูลสำรวจภาคสนาม การวิเคราะห์ ภาพประกอบ เชิงอรรถ และบรรณานุกรม รวมถึงวันสืบค้นเว็บไซต์และข้อผิดพลาดเฉพาะที่ตรงกัน โดยเห็นว่าลักษณะความเหมือนมีน้ำหนักบ่งชี้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของหนังสือฉบับหลังมีที่มาจากรายงานวิจัยต้นฉบับ แม้จะมีการปรับรูปแบบและเรียบเรียงบางส่วน

4. ศ.ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ นักวิชาการด้านศึกษาศาสตร์และสังคมศาสตร์การศึกษา พบความเหมือนในข้อมูลประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เมืองฮอด ตำนานจามเทวีวงศ์ แหล่งศิลปกรรม ผลกระทบจากเขื่อนภูมิพล ตลอดจนข้อความ ข้อมูลภาคสนาม คำสัมภาษณ์ และรายการอ้างอิง เสนอให้ตรวจสอบที่มาของข้อมูลและการให้เครดิต รวมถึงบทบาทและความยินยอมของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเตือนว่าการใช้เครื่องมือ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อความมีข้อจำกัด จึงต้องตรวจสอบผลกับต้นฉบับก่อนนำไปกล่าวอ้าง

5. ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี นักมานุษยวิทยา พบการนำข้อความจากข้อเสนอโครงการต้นฉบับมาใช้เป็นช่วงยาวหลายย่อหน้าโดยไม่มีการอ้างอิงอย่างเพียงพอ และพบความเหมือนระหว่างรายงานวิจัยกับหนังสือ ทั้งโครงสร้างบท ข้อมูลภาคสนาม บทวิเคราะห์ ภาพประกอบ เชิงอรรถ และบรรณานุกรม โดยเห็นว่าลักษณะการใช้ข้อความในข้อเสนอโครงการเข้าข่ายการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) และเสนอให้มีการไต่สวนอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการระบุชื่อผู้แต่งร่วมและความยินยอมของผู้เกี่ยวข้อง

6. ศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์และกฎหมายมหาชน พบความเหมือนของข้อความ โครงสร้าง การเรียบเรียง และระบบอ้างอิง รวมถึงข้อผิดพลาดเฉพาะที่ตรงกัน เช่น การสะกดคำว่า “กรมศิลปกร” ตลอดจนบทสัมภาษณ์ภาษาถิ่น เชิงอรรถ และเอกสารจดหมายเหตุ โดยสังเกตว่าบางส่วนมีการเปลี่ยนคำหรือตัดทอนข้อความ แต่ยังคงลำดับและโครงสร้างเดิม จึงเห็นว่าควรตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผลงานทั้งสองชุดอย่างละเอียด

7. ศ.เกียรติคุณ ดร.ธีรวรรณ บุญญวรรณ นักวิชาการด้านฟิสิกส์ ตรวจพิสูจน์ข้อมูลกำกับไฟล์ภาพและเอกสารดิจิทัลประเภท EXIF, IPTC, TIFF และ XMP พบไฟล์ภาพบางรายการมีชื่อสุรชัย จงจิตงามหรือตัวย่อปรากฏในช่องผู้สร้าง ผู้ถ่ายภาพ หรือผู้ถือลิขสิทธิ์ พร้อมข้อมูลวันเวลาและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลกำกับไฟล์ไม่อาจพิสูจน์ตัวผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งหมดได้โดยลำพัง จำเป็นต้องตรวจสอบร่วมกับไฟล์ต้นฉบับ ประวัติการลงพื้นที่ และหลักฐานอื่น

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงเนื้อหาเหมือนกันหรือไม่ แต่ผลสอบเดิมตรวจอะไรไปแล้วบ้าง

เมื่อข้อค้นพบจากนักวิชาการ 6 รายชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผลงานสองชุดมีความเหมือนในสาระสำคัญและมีข้อสังเกตเรื่องการอ้างอิงไม่เพียงพอ ขณะที่การตรวจพิสูจน์ดิจิทัลพบร่องรอยที่อาจใช้ประกอบการตรวจสอบที่มาได้ ประเด็นจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ข้อกล่าวหาเรื่องการนำผลงานวิจัยไปใช้ แต่ขยายไปถึงมาตรฐานการพิจารณาข้อร้องเรียนของมหาวิทยาลัยด้วย

คำถามที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ควรตอบคือ ในการสอบสวนครั้งก่อน มีการเปรียบเทียบต้นฉบับกับผลงานฉบับหลังในระดับข้อความ โครงสร้าง ข้อมูลภาคสนาม บทสัมภาษณ์ เชิงอรรถ และบรรณานุกรมอย่างครบถ้วนหรือไม่ หลักฐานเกี่ยวกับที่มาของภาพและการสร้างสรรค์ผลงานได้รับการตรวจสอบเพียงใด และเหตุใดจึงมีข้อสรุปยุติเรื่องโดยไม่พบการกระทำผิด หากมีหลักฐานบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอ มหาวิทยาลัยมีเหตุที่จะทบทวนกระบวนการเดิมหรือไม่

อีกประเด็นที่ต้องแยกตรวจสอบให้ชัดเจน คือการระบุชื่อผู้แต่งร่วมในหนังสือสามารถยืนยันได้เพียงใดว่าบุคคลนั้นมีส่วนสร้างสรรค์ผลงานจริง และการมีชื่อปรากฏอยู่ในหนังสือเพียงพอที่จะยืนยันความยินยอมในการนำผลงานวิจัยไปใช้หรือไม่ เรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานต้นฉบับ เอกสารการอนุญาต ประวัติการทำงาน และคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง ไม่อาจสรุปจากชื่อบนปกหนังสือเพียงอย่างเดียว

รายงานที่เสนอต่ออธิการบดีจึงขอให้มหาวิทยาลัยนำข้อค้นพบทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ ตรวจทานเหตุผลของคำวินิจฉัยเดิม และชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหลักฐานแต่ละชุดได้รับการพิจารณาอย่างไร พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างเป็นธรรม

ท้ายที่สุด ข้อค้นพบของศาสตราจารย์ทั้ง 7 รายยังไม่ใช่คำวินิจฉัยความผิดทางวินัยหรือกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังมีสิทธินำเสนอข้อเท็จจริงของตนเอง แต่เมื่อมีรายงานตรวจสอบที่ระบุข้อสังเกตอย่างเฉพาะเจาะจง คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะยืนยันผลการสอบสวนเดิมด้วยหลักฐานและเหตุผลที่ตรวจสอบได้อย่างไร หรือจะเปิดกระบวนการทบทวนเพื่อพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็นว่า มาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตทางวิชาการถูกใช้กับทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคจริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กรมวิชาการเกษตร’ ยัน ’กะเพรา‘ ปลูกกินได้ ขายได้ปกติ การจดทะเบียนคุ้มครองแค่ที่วิจัยเพิ่มเท่านั้น
โลกเปลี่ยนแล้ว ถึงเวลาปฏิรูป ‘ประเสริฐ’ เตรียมขึ้นเวที Thailand Education Next for All ระดมความคิดสร้างการศึกษาไทยยุคใหม่
7 ศาสตราจารย์จี้อธิการบดี มช. ทบทวนสอบงานวิจัยเมืองฮอด หลังพบเนื้อหา-ข้อมูลภาคสนาม-คำผิดซ้ำในหนังสืออีกชุด
หล่มสงครามกัมพูชา ! | สุรชาติ บำรุงสุข
พาไปรู้จัก สะพานซ่อม 3ปี ยังไม่เสร็จ คนเดือดร้อนทั้งจังหวัด ล่าสุดคนขับรถตกพังยับเยิน
E-DUANG | บทบาท รัฐบาล ภูมิใจไทย การปกป้อง “กล่องดวงใจ”
“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)