bg-single

สุดปัง! เปิด 3 หลักสูตร ดับเบิ้ลดีกรีลาดกระบัง เรียนครั้งเดียวคว้า 2 ปริญญา

01.07.2022
การเปิด “หลักสูตรดับเบิ้ลดีกรี” (Double Degree) ในสถาบันการศึกษาของไทยมีจำนวนมากขึ้น เพื่อตอบโจท์ผู้เรียนที่ต้องการทักษะอย่างรอบด้าน ซึ่งแน่นอนว่าหลักสูตรดับเบิ้ลดีกรีจะมีรายวิชาเพิ่มเติมมากกว่าหลักสูตรปกติ แต่เมื่อเทียบกับเวลาเรียนเพียง 4-5 ปี แล้วก็ได้ถึง 2 ใบปริญญาเลยทีเดียว อีกทั้งหลักสูตรดับเบิ้ลดีกรีเหล่านี้ยังตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานที่ต้องการบัณฑิตที่มีความสามารถที่หลากหลายแขนง และมีความรู้ที่รอบด้านในคนเดียว

รองศาสตราจารย์ ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ รักษาการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการจัดตั้งหลักสูตร 2 ปริญญานั้น เป็นสิ่งที่ สจล. มุ่งมั่น และตั้งใจในการพัฒนาหลักสูตรอย่างมาก เพื่อให้เกิดเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์กับตลาดแรงงานให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันหลักสูตรทั้งหมดได้ถูกออกแบบโครงสร้างหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาอย่างแท้จริง ทำให้มั่นใจได้ว่าบัณฑิตที่จบการศึกษาจากหลักสูตรดับเบิ้ลดีกรีเป็นบัณฑิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ พร้อมที่จะเข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

        ‘สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้พัฒนาหลักสูตรดับเบิ้ลดีกรีเพื่อให้ผู้เรียนสามารถขมวดรวมสิ่งที่ได้เรียน มาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดเป็นองค์ความรู้ที่ปรับใช้ได้จริงในโลกการทำงานแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นประตูในการก้าวไปสู่โลกแห่งการทำงานที่เปิดกว้างขึ้น โดยมี 3 หลักสูตรที่น่าสนใจดังนี้

·    หลักสูตรฟิสิกส์ไอโอทีดับเบิ้ลดีกรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ปั้นนักฟิสิกส์ไอโอที พัฒนาเอไอก็ได้ วิเคราะห์บิ๊กดาต้าก็ดี จบครบในคนเดียว

            หลักสูตรฟิสิกส์ไอโอทีนี้เป็นหลักสูตรจากความร่วมมือของ สาขาวิชาวิศวกรรมระบบไอโอทีและสารสนเทศ (IoT System and Information Engineering) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรม (Industrial Physics) คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปริญญาตรี ที่เรียนเพียง 4 ปีโดยวุฒิที่จะได้รับหลังเรียนจบ คือ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบไอโอทีและสารสนเทศ และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์อุตสาหกรรม สำหรับการศึกษาในชั้นปีแรก จะศึกษาในสาขาวิชาที่ตนได้สมัครเข้าไป และเริ่มเรียนข้ามสาขาตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 เป็นต้นไป โดยนำศาสตร์ด้านฟิสิกส์อุตสาหกรรม วิศวกรรมศาสตร์ และระบบไอโอทีสารสนเทศมาบูรณาการร่วมกัน โดยเน้นความเข้าใจในด้านฟิสิกส์ทั้งพื้นฐาน และประยุกต์ รวมถึงความรู้ทางวิศวกรรมและคณิตศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์ และบูรณาการความรู้เข้ากับเทคโนโลยีระบบไอโอที เพื่อพัฒนาทั้งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กเดต้า รวมถึงการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างนักฟิสิกส์ไอโอทีที่มีทักษะหลากหลาย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruption และสามารถบูรณาการองค์ความรู้ที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปในอนาคต ตอบโจทย์อุตสาหกรรมในยุค Thailand 4.0

·       หลักสูตรสถาปัตย์-วิศวะอินเตอร์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ ทั้งออกแบบ ทั้งก่อสร้างทำได้ในคนเดียว

          หลักสูตรสถาปัตย์-วิศวะอินเตอร์ เป็นความร่วมมือของภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ ภายใต้การเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาติ โดยวุฒิที่จะได้รับหลังเรียนจบ คือ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม การร่วมมือกันในครั้งนี้ สิ่งสำคัญ คือการสร้างทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคต โดยตั้งเป้าให้คนใน Generation ใหม่ ไม่ได้มีเพียงทักษะวิชาชีพ แต่ยังมีความคิดสร้างสรรค์ โดยหลักสูตรนี้ไม่ได้สร้างแค่วิศวกร หรือสถาปนิก แต่ยังสร้างนวัตกร เพื่อสร้างให้เกิดการชี้นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า 2 วิชาชีพทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่ สจล. สามารถทำให้ 2 สาขาอาชีพนี้อยู่ด้วยกันได้ในคนเดียว ถือเป็นการพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้บัณฑิตสามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม ทั้งนี้ นักศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวยังมีโอกาสได้ฝึกงานเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในทั้ง 2 ศาสตร์ที่ University of Newcastle ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย

·       หลักสูตร Global Leader Development Program จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจ ฉีกกฎนักบริหารแบบเดิม ปั้นวิศวกรสายพันธุ์ CEO เรียน 5 ปี ได้วุฒิตรีควบโท

          หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คณะวิศวกรรมศาสตร์จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาในคณะทั้งหลักสูตรปกติ และหลักสูตรนานาชาติ เข้าร่วมหลักสูตร “Global Leader Development Program” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจด้านธุรกิจได้ศึกษาต่อยอดเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตที่เป็นได้มากกว่าวิศวกร แต่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ เพื่อสร้างโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจในอนาคต โดยวุฒิที่ได้รับคือ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากคณะบริหารธุรกิจ ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวใช้เวลาเรียนเพียงแค่ 5 ปี โดยจะเริ่มเรียนรายวิชาทางด้านการบริหารธุรกิจตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 เป็นต้นไป

โดยผู้ที่สนใจเข้าศึกษาสามารถศึกษาข้อมูลแต่ละหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ สำนักทะเบียนและประมวลผล สจล. โทรศัพท์ 02-329-8163 หรือ 02-329-8203 เว็บไซต์ https://www.reg.kmitl.ac.th/curriculum/ หรือ https://www.facebook.com/reg.kmitl



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน