ย้อน 10 เคสดัง ไทยจับฝ่ายค้าน-คนหนีภัยการเมือง ส่งกลับให้กัมพูชาอื้อ รอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ย้อน 10 เคสดัง ไทยจับฝ่ายค้าน-หนีภัยการเมือง ส่งกลับให้ฮุนเซน รอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เป็นไปตามคาดหวัง… หลังสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกฯกัมพูชา ซึ่งรู้กันว่าเป็นผู้มีบารมีตัวจริงของประเทศ ทำการปล่อยคลิปสนทนาส่วนตัว กับ นายกฯไทย ก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกิดวิกฤตความชอบธรรมเกิดอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
อันเนื่องมาจากขณะนี้ชนชั้นนำกัมพูชาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างแข่งกันเล่นเกมชาตินิยมผ่านปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปลุกกระแสประเทศไทยรุกรานกัมพูชา ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของตน กระทั่งล่าสุดมีการนำ3 ปราสาทริมชายแดนและ 1 พื้นที่เข้าสูศาลโลกโดยฝั่งกัมพูชา
สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีการตอบโต้ทางข้อมูลข่าวสารต่อเนื่องกันไปมา ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างหนักในฝั่งรัฐบาลไทย เนื่องจากคลิปเสียงหลุดของ นส.แพทองธาร ได้กลายเป็นเหตุข้ออ้างให้พรรคร่วมรัฐบาลประกาศถอนตัวออกจากพรรครัฐบาลจนขณะนี้วิเคราะห์กันว่ารัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ บริหารประเทศต่อไปได้ยาก
เกิดคำถามขึ้นมากว่าทำไมฮุนเซน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลชินวัตร ถึงเดินเกมตัดความสัมพันธ์ หักหน้าทางการเมือง หวังให้เกิดการล้มรัฐบาลเพื่อไทยเช่นนี้
มีการวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน ย่อมต้องเห็นแก่ประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง กระแสความนิยมในประเทศ มาก่อนความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับตระกูลชินวัตร และหากย้อนไปดูประวัติการขึ้นครองงำนาจ และการรักษาอำนาจของฮุนเซน ก็จะพบว่าฮุนเซนไม่ได้ยึดหลักการทางการเมืองใดๆ แต่ยินดีทำทุกวิถีทางเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้
ดังนั้น ชนชั้นนำทางการเมืองของกัมพูชาและไทย จึงมีสัมพันธ์ทางการทูตทั้งที่แบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการเสมอมา หลายเรื่องก็อาจจะขัดกับหลักการประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน
โดยหากย้อนดูความสัมพันธ์ “แบบไม่เป็นทางการ” ของไทย และ กัมพูชารอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบประเด็นน่าสนใจ เช่นกรณีการแลกเปลี่ยนนักโทษการเมือง นักกิจกรรมทางการเมือง ที่ลี้ภัยมาประเทศไทย หลายคนถูกทางการไทยส่งตัวกลับไปให้กัมพูชา ดำเนินคดี
จากการรวบรวมข้อมูลการจับกุมตัวนักกิจกรรมการเมืองและฝ่ายค้านกัมพูชาของทางการไทย ส่งทางการกัมพูชา พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้
- 8 กุมภาพันธ์ 2561 ทางการไทยส่งตัว Sam Sokha หญิงชาวกัมพูชาที่ปารองเท้าใส่รูปของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา ถูกทางการกัมพูชาแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและยุยงปลุกปั่น ทั้งที่ Sam Sokha ได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างมากนั้น
- 12 ธันวาคม 2561 ทางการไทยส่งตัว นายรวต รุท มุนี (Rath Rott Mony) อายุ 47 ปี นักกิจกรรมแรงงานชาวกัมพูชา ผู้ผลิตสารคดีค้าประเวณี ให้กับรัฐบาลกัมพูชา หลังเข้ามาไทยเพื่อเตรียมลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ตามหมายจับของรัฐบาลกัมพูชา ในความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกในกัมพูชา แม้นายมุนีจะได้ลงทะเบียนกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR เป็น “บุคคลในความห่วงใย” ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในกระบวนการตัดสินของ UNHCR ว่าควรจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย (refugee) หรือไม่ ก็ตาม
- 8 พฤศจิกายน 2564 เวือน เวียสนา เวือง สมนาง และ ฐาวรี ลันห์ นักกิจกรรมทางการเมืองและเป็นสมาชิกพรรค Cambodia National Rescue Party (CNRP) พรรคฝ่ายค้านที่กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนกัมพูชา ลี้ภัยมาที่ประเทศไทยหลังจากถูกรัฐบาลกัมพูชาออกหมายจับในข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในสังคม ต่อมาถูกทางการไทยจับกุมและส่งกลับกัมพูชา แม้จะเป็นผู้ลี้ภัยที่ได้รับการรับรองจากยูเอ็นเอชซีอาร์

- 23 พฤศจิกายน 2564 เรดิโอฟรีเอเชีย รายงานว่า เม็ก เฮียง สมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชาที่ปิดไปแล้ว ถูกจับกุมในประเทศไทย พร้อมกับคนงานกัมพูชาอีกสองคน ถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักกันในกรุงเทพฯ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ออกแถลงการณ์แสดงการคัดค้านการส่งตัวดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไทย ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามหลักการด้านการต่างประเทศและคำนึงถึงผลประโยชน์ของไทยเป็นสำคัญ
- 11 กรกฏาคม 2566 โธล ซัมนัง (Thol Samnang) นักกิจกรรมและสมาชิกพรรคแสงเทียน (Candlelight Party) ที่เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านในกัมพูชา ถูกจับกุมช่วงเช้ามืดที่กรุงเทพฯ ขณะเดินทางจากที่พักไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)
- 25 สิงหาคม 2566 พร พันนา นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยในไทย ถูกชายแปลกหน้า 3 คนที่พูดภาษาเขมรทุบตีที่ จ.ระยอง บาดเจ็บที่หน้าและหน้าอก สำหรับนายพร สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้ให้สถานะผู้ลี้ภัยกับเขาแล้ว

- 29 ธันวาคม 2566 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจสันติบาลไทยบุกจับนักกิจกรรมชาวกัมพูชา 10 คน ขณะร่วมอบรมสิทธิมนุษยชนในพื้นที่รังสิต โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยที่ UNHCR รับรอง ซึ่งต่อมา UNHCR ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ
- 4 กุมภาพันธ์ 2567 ชาวกัมพูชา 3 คนถูกควบคุมตัวในไทยก่อนผู้นำเขมรเยือน เลม สุขะ และกง ไรยา ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในกรุงเทพฯ และ นาย ผา พะยา สมาชิกเครือข่ายเยาวชนกัมพูชา ถูกควบคุมตัวที่ จ.ระยอง ทั้ง 3 คน ถูกนำตัวไปควบคุมที่ศูนย์กักตัว ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สวนพลู ในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ การควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาจะเดินทางเยือนไทย ในวันที่ 7 ก.พ. โดยในคดีนี้น่าสนใจว่า เป็นครั้งแรกๆที่ทางการไทยออกมายืนยันว่าจะไม่ส่งตัวกลับให้กัมพูชา โดยให้เหตผล UNHCR เข้ามาดูแล
- 24 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่จังหวัดปทุมธานีจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายค้านชาวกัมพูชา 6 คน รวมทั้งหลานชายอายุห้าขวบของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 คน ที่ลี้ภัยมาไทยด้วยข้อกล่าวหา ก่อกบฏทรยศชาติจากการวิจารณ์รัฐบาลบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก โดยทางการไทยตั้งข้อกล่าวหา พำนักอาศัยในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และได้บังคับส่งกลับพวกเขาไปกัมพูชาในวันต่อมา คดีนี้ อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์วิจารณ์รัฐบาลไทยอย่างหนักว่า “ไม่ควรร่วมมือกับปฏิบัติการของรัฐบาลกัมพูชาที่มุ่งประหัตประหารข้ามชาติต่อนักการเมืองพรรคฝ่ายค้าน”
- 7 มกราคม 2568 เกิดเหตุยิงนายลิม กิมยา อดีต สส. ฝ่ายค้านกัมพูชา บริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาหลบหนีไปประเทศกัมพูชา โดยกรณีนี้ แม้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ของไทย ออกมาชี้แจงผลการสอบสวนว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวการเมือง แต่เมื่อเร็วๆนี้ สำนักข่าวดังอย่าง อัลจาซีร่า ได้ทำรายงาน เจาะประเด็นการลอบสังหาร ลิม คิมยา ในรายงาน ยังได้มีการเปิดคลิปเสียง ซึ่งคาดว่าเป็นเสียงสั่งการของ ฮุนเซน สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่เคยออกคำสั่งให้ ทำลายกองกำลังของฝ่ายต่อต้าน และให้จับตัวฝ่ายตรงข้ามที่หลบอยู่ในประเทศไทย กลับมากัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จนมีการวิเคราะห์กันว่าการลอบสังหารครั้งนี้ก็อาจเกี่ยวข้องกับการเมือง

เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
