หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่เสือโคร่งตัวเมีย อายุยังไม่ครบสี่ปี ตัวที่เรากำลังติดตามถูกจับเพื่อสวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุในระบบผ่านดาวเทียม ปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เรียกกันอย่างคุ้นชินว่า “คอลลาร์”
เสือที่แยกออกจากแม่ แต่อายุยังไม่ถึงสี่ปี ยังไม่แกร่งพอที่จะ เบียด เจ้าถิ่นออกไปเพื่อเข้าครอบครองพื้นที่แทน ช่วงเวลานี้คือเวลาอันยากลำบาก และมีเสือหลายตัวผ่านด่านนี้ไปไม่ได้ พวกมันจึงคล้ายอยู่ในวิถีของเสือพเนจร
การติดตามเสือซึ่งอยู่ในช่วงเวลานี้ ทำให้เห็นภาพความยากลำบากของเสือชัดเจน
มันเลือกที่จะเดินไปตามสันเขา ล่าเหยื่อตัวเล็กๆ คงต้องใช้เวลาสะสมความแกร่งให้มากพอ จึงจะเบียดเจ้าถิ่นออกไปได้
หลายเดือนกับการตามเสือตัวนี้ ทำให้ผมรู้อย่างหนึ่งว่า การเป็นเสือไม่ใช่เรื่องง่ายดาย
กลางเดือนมีนาคมปีนั้น นักวิจัยพบว่าสัญญาณของมันหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมหลายวัน โดยปกติหากเป็นแบบนี้ คือเสือล่าเหยื่อได้ เราจะต้องเข้าไปตรวจสอบ
ช่วงหน้าแล้ง ใบไม้ทิ้งใบร่วงหล่นลงพื้น ป่าดูโปร่งโล่งไม่รกทึบ แต่การเดินป่าดูเหมือนจะไม่ง่ายนักโดยเฉพาะเมื่อต้องไต่ขึ้นสันเขา และผ่านเข้าไปในดงไผ่
วันนั้นผมเดินตามผู้ช่วยนักวิจัยไต่ขึ้นสัน ผ่านดงไผ่ซึ่งใบเหลืองแห้งหล่นคลุมพื้นจนมองไม่เห็นด่านที่สัตว์ป่าใช้สัญจร ทางชันกว่า 45 องศา การไต่ขึ้นต้องอาศัยเกาะลำต้นไผ่ และเหยียบแง่งหินขึ้นไปเรื่อยๆ ว่าตามจริงระยะทางจากตีนเขาถึงสันเขาที่เรากำลังมุ่งหน้าขึ้นไปไม่ไกลหรอกราวๆ 400 เมตรเท่านั้น แต่การเคลื่อนที่ไปให้ได้แม้เพียงหนึ่งเมตรก็ทำได้ไม่ง่าย หลายครั้งผมเหยียบแง่งหินพลาดหินก้อนเล็กๆ และดินร่วงพรู ใบไผ่แห้งที่คลุมพื้นทำให้ลื่น เดินยากยิ่งขึ้น
ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงเราถึงพื้นที่อันเป็นแอ่งราบๆ มีหน้าผาขนาบสองด้าน ส่วนทางด้านทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นสันลาดสูงขึ้นไปถึงยอดเขา
ตรงนั้นมีแอ่งน้ำซับเล็กๆ น้ำใสสะอาด รอบแอ่งเป็นดินแฉะ มีรอยตีนเลียงผาย่ำไว้ แต่ไม่มีรอยเสือโคร่ง
บริเวณนี้เป็นตำแหน่งที่สัญญาณจากดาวเทียมแจ้งว่า เสือ อยู่ที่นี่มากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว
ไม่มีร่องรอยเสือ ไม่มีรอยตะกุยตามต้นไม้ ไร้รอยคุ้ย ไม่มีกลิ่นซาก
ผู้ช่วยนักวิจัยยกเสาอากาศขึ้นเช็กสัญญาณ พลางส่ายหัว ไม่มีสัญญาณบอกว่าเสืออยู่ตรงไหน
เราใช้เวลาอีกกว่าชั่วโมงจึงถึงยอดเขา บนยอดเขารับสัญญาณได้ ตำแหน่งเสืออยู่ใกล้ๆ มันอยู่ตรงนี้นาน แต่ไม่มีกลิ่นซาก ทำให้เราเริ่มกังวล เสือบาดเจ็บหรือเปล่าหนอ
ผมภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนั้น
เราลงจากยอดเขามาสัก 50 เมตร ขณะลงลื่นไถล ตอนลงยากกว่าตอนขึ้น ผมพบความจริงนี้เสมอ
สัญญาณดังชัดเจน ปกติถ้าเราเข้าใกล้ขนาดนี้มักจะมีเสียงคำรามเตือน หรือไม่ก็กระโจนหนี
ผมใจหายวูบเมื่อไร้เสียงและความเคลื่อนไหวใดๆ หากไม่บาดเจ็บกระทั่งขยับตัวไม่ได้ เราก็อาจพบเพียงซากเสือ ด้านขวามือเป็นชะง่อนหินแคบๆ สัญญาณดังมาจากตรงนั้น
เราเดินไปถึง พบว่าคอลลาร์หลุด วางอยู่บนพื้นหิน เสือปลอดภัย นั่นเป็นเรื่องดี
แต่จากนี้ไปเราจะไม่รู้แล้วว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน และเมื่อใดจะแกร่งพอที่จะมีพื้นที่ของตัวเอง
ไม่มีคอลลาร์ เสือเป็นอิสระแล้ว

คอลลาร์ เป็นเครื่องมือที่ดีของนักวิจัย มันช่วยให้การติดตามเก็บข้อมูลสัตว์ป่าได้ผลดี
คอลลาร์ทำหน้าที่ส่งตำแหน่งของสัตว์ป่าทำให้รู้ว่ามันเดินไปทางไหน ใช้พื้นที่อย่างไร ล่าเหยื่อบริเวณใด และมีอาณาเขตกว้างเพียงไหน
ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามหาศาล เพราะมีความจริงอยู่ว่าเราไม่อาจปกป้องสิ่งที่เราไม่รู้จักหรือเข้าใจได้
เมื่ออายุครบสองปี ถึงเวลาที่ลูกต้องออกเดินเพียงลำพัง เพื่อค้นหาพื้นที่ที่ยังไม่มีเจ้าของ และพิสูจน์ว่าตัวเองแข็งแรงพอจะมีชีวิตอยู่ได้
แม้ว่าจะมีตำแหน่งที่เสืออยู่ แต่การติดตามมันไม่ใช่เรื่องง่าย
ยิ่งเป็นเสือที่ยังไม่มีพื้นที่ของตัวที่ใช้ชีวิตอยู่บนสันเขาสูงเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา สัญญาณก็บอกว่ามันข้ามไปอีกลูกหนึ่งแล้ว
ผมเริ่มเข้าใจว่า ชีวิตของเสือในช่วงเวลายากลำบากนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
การเดินคือการค้นหาบ้านที่ยังไม่มีใครยอมรับให้เป็นของมัน ต้องหลบหลีกเสือตัวที่แข็งแรงกว่า การเดินทางอาจจบลงด้วยการต่อสู้ หรือความอดอยาก
การเติบโตของเสือจึงไม่ใช่เพียงแค่มีร่างกายกำยำกล้ามเนื้อแข็งแรง หรือเขี้ยวที่ใหญ่ขึ้น แต่คือการเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับป่าอันกว้างใหญ่ได้อย่างไร
วันที่ผมตามผู้ช่วยนักวิจัยขึ้นสันเขาเพื่อไปตรวจสอบสัญญาณที่หยุดนิ่ง สิ่งที่พบมีเพียงคอลลาร์ที่หลุดวางอยู่บนพื้นป่า เสือไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว ไม่มีสัญญาณ ไม่มีพิกัด ไม่มีข้อมูลให้ติดตาม
ในฐานะนักวิจัย นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของข้อมูลชุดหนึ่ง แต่ในฐานะคนพยายามเรียนรู้บทเรียนจากสัตว์ป่า โดยใช้กล้องเป็นเครื่องมือ การได้พบเหตุการณ์นี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือบทเรียนที่ดี
นับจากวันนั้น มันไม่ได้เป็นเสือที่ถูกติดตามอีกต่อไป มันกลับไปเป็นเสือโคร่งตัวหนึ่ง ที่กำลังอยู่ในวิถีบนเส้นทางของตัวเอง โดยไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
ผมคิดว่านั่นอาจเป็นความหมายของคำว่า “อิสระ”
คนใช้เทคโนโลยีเพื่อตามหาสัตว์ป่า เพราะอยากเข้าใจโลกของมัน แต่ยิ่งใช้เวลาอยู่ในป่ามากขึ้น ผมรู้สึกได้ว่าโลกไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรารู้ทุกอย่าง
ยังมีความงดงามอีกมากมาย “สวยงาม” เพราะมันยังคงเป็นความลึกลับ การไม่รู้ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการรู้
ผมมองคอลลาร์ที่วางนิ่งอยู่บนชะง่อนหิน มันเป็นเพียงปลอกคอโลหะชิ้นหนึ่ง
ทำให้ผมนึกถึงปลอกคออีกหลายแบบที่คนสวมใส่โดยไม่รู้ตัว
ความสำเร็จ ความคาดหวัง หน้าที่ ความกลัว หรือแม้แต่ภาพที่เราอยากให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นใคร
เราต่างมีคอลลาร์ของตัวเอง บางอันมองเห็นได้ แต่ส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ในใจ
คล้ายกับว่าเมื่อถึงวันที่เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองกับใครอีก อาจเป็นวันที่เราพบกับอิสรภาพที่แท้จริง
เสือโคร่งตัวหนึ่งหายลับเข้าไปในสันเขา ทิ้งไว้เพียงร่องรอยบนพื้นดิน และคำถามบางข้อในใจของคนที่ยังคงเดินตามมันอยู่
เสือโคร่งตัวนั้นหลุดพ้นจากเครื่องติดตามแล้ว
ส่วนผมยังเดินอยู่ในป่าเดิม เดินไปพร้อมกับ “คอลลาร์” ที่มองไม่เห็น
