E-DUANG
ยิ่งวัน”ความเชื่อ”จะยิ่งดำรงอยู่ในลักษณะแห่งการครอบงำในการ เคลื่อนไหวทางความคิดของสังคม
รูปธรรมที่เด่นชัดเป็นอย่างมากเป็นอย่างไร
คือ การที่ต้องมีการปล่อย”ภาพ” ของ 3 คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยออกมา
เป็นภาพโอบกอด โอบเอว แตะไหล่
หลังจากข่าวที่ว่ามีความขัดแย้งปะทุขึ้น”ภายใน”พรรคภูมิใจไทยจากกรณี”ทุจริตในการสอบ” และการแย่งชิงอำนาจการนำใน กระทรวงมหาดไทย
เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยเกรงว่า สังคมจะมี”ความเชื่อ”อย่างที่มีการร่ำลือกัน
จากนั้นไม่นาน การถลันเข้าไปโอบกอดแน่นกระชับระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย กับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แห่งพรรคเพื่อไทย ก็ตาม
เนื่องจากการโหมกระแสในเรื่องที่เรียกว่า”โมนาโค โมเดล”
มีความเหมือนและความต่างระหว่างภาพจากพรรคภูมิใจไทย และภาพอันเกิดขึ้นหลังการประชุมครม.อย่างชัดเจน
เหมือนในเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นความเป็นเอกภาพ
เพียงแต่ภาพแรกเป็นเอกภาพภายในของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ภาพหลังเป็นเอกภาพระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย
ต่างตรงที่ภาพการถลันเข้าโอบกอดโดยพรรคภูมิใจไทยต่อพรรคเพื่อไทยปรากฏอย่างเป็นจริงในที่สาธารณะ
นั่นก็คือ หลังการประชุมครม.เบื้องหน้านักข่าว ช่างภาพ
ต่างตรงที่ภาพอันเป็น”แกนนำ”พรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นเมื่อใดในสถานที่ใด ไม่มีใครรู้
นอกจาก”ภายใน”ของพรรคภูมิใจไทยเอง
กระนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพภายในของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาพความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ล้วนพรรคภูมิใจไทยเล่นบทนำ เป็นผู้ลงมือทำ
คำถามก็คือ สังคมเห็นด้วยหรือไม่ว่าภายในของพรรคภูมิใจไทยไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นแต่ละกลุ่มแห่งอำนาจ
คำตอบไม่แน่ชัด
คำถามก็คือ สังคมเห็นด้วยหรือไม่ว่าระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทยจะยังแนบแน่นอย่างเป็นเนื้อเดียวกันในทางการเมือง
คำตอบก็ไม่แน่ชัดเช่นเดียวกัน
กระนั้น ภายในการเกิดขึ้นแห่งภาพของการโอบกอดยืนยันสันถวมิตรอันสนิทสนมยิ่งทั้งภายในพรรคภูมิใจไทย ทั้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย
คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันก็คือ เหตุปัจจัยใดทำให้ต้องสร้างภาพแห่งการปรองดองสมานฉันท์ขึ้น
หากไม่มีข้อสงสัยในปมความขัดแย้งจะมี”ภาพ”เกิดขึ้นหรือ
การโอบกอดอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ก็เป็นเพียงการพยายาม ในการตอบคำถาม
เป็นสัจธรรมตั้งแต่ยุค”3 ป.” กระทั่งยุค”2 น. 1 พ.”
ภายในความเอาการเอางานในการสร้าง”ภาพ”แห่งความปรอง ดองในทางการเมือง
ร่องรอยในทาง”ความคิด” และ”ความเชื่อ”จึงสำคัญ
เอกภาพระหว่างการก่อตัวของ”ความคิด”และการสำแดงแต่ละปรากฏการณ์ของ”การเมือง”จึงนำไปสู่ความหวาดระแวง
หวาดระแวงว่า”ความเชื่อ”จะอยู่ในฐานะ”ครอบงำ”
