bg-single

บทเรียนเลือดราคาแพง! โจ๋ 18 คลั่งบุกโรงเรียน ไล่ยิงนักเรียน-ฆ่า ผอ.สาว ผลพวง ‘ยาเสพติด’ เจ้าเก่า

20.02.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด

ในดินแดนใต้ที่ความตึงเครียดมักเกิดเป็นประจำสม่ำเสมอ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กลับสร้าง ‘รอยแผล’ ที่ลึกเกินกว่าจะเยียวยา

            นี่ไม่ใช่แค่คดีอาชญากรรมจากคนคลั่งยา แต่มันคือการเผชิญหน้ากันระหว่าง ‘อสูรกายจากสารเสพติด’ กับ ‘จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู’

            ที่เดิมพันด้วยชีวิต!!?

            ความเงียบสงบในย่านตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกทำลายลงในเวลา 15.00 น.

            เมื่อเยาวชนชายวัยเพียง 18 ปี เปลี่ยนสถานะจากผู้ป่วยจิตเวชเป็น ‘มือปืนอันตราย’ ในชั่วพริบตา

            จุดเริ่มต้นที่ขนำสวนยางพาราในพื้นที่ หมู่ 9 เสียงตะโกนคลุ้มคลั่งของเยาวชนชายวัย 18 ปี ดังระงมไปทั่วบริเวณ พร้อมอาวุธมีดพร้าในมือที่กวัดแกว่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง ที่พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยไม้ง่าม

            ทว่าในจังหวะชุลมุนที่เจ้าหน้าที่ถอยร่นเพื่อไปหยิบปืนไฟฟ้า ชายคลั่งกลับอาศัยความไวพุ่งประชิดรถสายตรวจ ก่อนจะแย่งชิงอาวุธปืนซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม. กึ่งอัตโนมัติ ของราชการที่วางอยู่บนเบาะหลังรถไปได้

            เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นเพื่อเปิดทาง ก่อนที่คนร้ายจะควบรถจักรยานยนต์คู่ใจมุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไปที่ไม่มีใครคาดคิด

            เขาไม่ได้หนีเข้าป่า แต่กลับเลือก ‘สถานศึกษา’ เป็นสมรภูมิ เขาขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าสู่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โรงเรียนมัธยมย่านชานเมืองหาดใหญ่ ในช่วงเวลาที่มีช่องโหว่

            นั่นคือ เวลาที่นักเรียนกำลังเตรียมตัวเลิกเรียน

โรงเรียนที่ควรจะเป็นเขตปลอดภัย กลับกลายเป็นสมรภูมิเลือดในพริบตา

            เมื่อชายคลั่งพร้อมอาวุธปืนที่อยู่ในมือตรงเข้าไปในโรงเรียนท่ามกลางสายตาเด็กนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวกลับบ้าน

            นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียน เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าขัดขวางเพื่อประวิงเวลาให้นักเรียนหนีรอด

            แต่กลับถูกคนร้ายลั่นไกสังหารในระยะประชิด กระสุนเจาะเข้าหน้าอกซ้ายจนร่างทรุดลง

            คนร้ายไม่หยุดเพียงเท่านั้น แต่ตรงเข้ากวาดต้อนครูและนักเรียนอีก 10 ชีวิตเข้าไปกักขังในห้องประชาสัมพันธ์

            ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต้องสนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่ โดยมี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

            เพียงไม่นานก็มีภาพบีบหัวใจเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งในชุดกีฬา วิ่งกุมชายโครงที่ชุ่มโชกเลือดหนีเอาชีวิตรอดออกมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง

            ตำรวจรีบพาตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลทันที

            แต่เหตุความตึงเครียดภายในโรงเรียนยังไม่ลดลง

            การเจรจาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางข้อเรียกร้องที่สับสนของคนร้าย

            จนกระทั่งเวลา 18.38 น. เมื่อประเมินว่าตัวประกันเริ่มตกอยู่ในอันตราย ชุดปฏิบัติการพิเศษตัดสินใจใช้ยุทธวิธีขั้นเด็ดขาดเข้าชาร์จตัวหนุ่มคลั่งได้สำเร็จ

            แต่ข่าวร้ายที่สั่นสะเทือนหัวใจคนทั้งประเทศกลับตามมาในเวลา 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

            เมื่อโรงพยาบาลหาดใหญ่ยืนยันว่า ผอ.ศศิพัชรได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ จากบาดแผลฉกรรจ์ที่อวัยวะสำคัญ

            ทิ้งไว้เพียงเกียรติประวัติของการเป็น ‘ครูผู้ปกป้อง’ จนวินาทีสุดท้าย

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้บาดเจ็บจากเหตุสลดครั้งนี้ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว

            นอกจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีดำริไปยังคณะกรรมการกองทุนของสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้งบประมาณจากสำนักนายกฯ เยียวยาครอบครัวของ ผอ.ศศิพัชร โดยเห็นว่า เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ และสมควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เป็นจำนวน 1 ล้านบาท

            ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาช่วยเหลือครอบครัวของ ผอ.ศศิพัชร เพื่อเป็นการตอบแทนคุณความดีและยกย่องครูผู้เสียสละ ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 12/2562

            รับ 2 ทายาทเข้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หลังจบการศึกษา

            สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยและสดุดีในความกล้าหาญ เสียสละ การทำหน้าที่ต่อวิชาชีพของความเป็นครู และการอุทิศตนปกป้องและดูแลลูกศิษย์อย่างถึงที่สุด

            นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 12 กุมภาพันธ์

            ขณะที่นายกฯ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ของลูกๆ ญาติ เหล่าศิษย์ เพื่อนครู และประชาชนที่ไปร่วมไว้อาลัยเนืองแน่น วัดยูงทอง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ในเย็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์

ในทางคดีความ ตำรวจแจ้ง 7 ข้อกล่าวหา ต่อเยาวชนชายผู้ก่อเหตุ ประกอบด้วยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, กักขังหน่วงเหนี่ยวฯ, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ, ชิงทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์

            ส่วนประเด็นน้องสาวที่เป็นนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว ถูกครูชั้น ม.3 ทำโทษ จนอาจเป็นอีกปมที่โจ๋คลั่งรายนี้มุ่งเป้าก่อเหตุในโรงเรียน อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

            นอกจากนั้น ยังส่งตัวเข้ารับการตรวจประเมินสภาพจิตอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เพื่อนำผลประกอบสำนวนและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

            พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า แนวทางในการสืบสวนคดีในเบื้องต้นการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้มีแนวทางในการดำเนินคดีทางประมวลกฎหมายในความผิดฐานตั้งแต่เรื่องฆ่าและพยายามฆ่า และขั้นตอนต่อไปคือการส่งตัวไปให้แพทย์ประเมินอาการทางจิต

            ผลการประเมินออกมาอย่างไร ก็จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไป

            ด้านแรงจูงใจในการก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากทางผู้ใหญ่บ้านว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง ส่วนจะมีเหตุจากปัจจัยอื่นหรือไม่ ยังต้องรอการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่

            ขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้ก่อเหตุสามารถแย่งชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ไปได้

            เพื่อพิจารณาว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นเหตุสุดวิสัย พร้อมกำชับให้เร่งสรุปผลโดยเร็ว

            เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม

เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้มีการทบทวนมาตรการป้องกันและระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน

            ผบ.ตร.ระบุว่า การทบทวนจะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเข้าระงับเหตุ การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการป้องกันเหตุซ้ำ โดยเน้นย้ำหลักสำคัญคือ “ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสีย” ทั้งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับให้มีการฝึกซ้อมยุทธวิธีอย่างเข้มข้นและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น

            ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ายุทธวิธีของตำรวจล้มเหลวหรือไม่

            พล.ต.อ.กิตติ์รัฐยืนยันว่า วิธีการไม่ได้ล้มเหลว เนื่องจากการเข้าระงับเหตุตั้งแต่เริ่มต้นเป็นไปตามยุทธวิธีที่กำหนดไว้ แต่สถานการณ์มีความซับซ้อน

            เพราะคนร้ายมีการใช้อาวุธแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องป้องกันตัวเองก่อนจึงจะสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้

            ในช่วงหนึ่งของเหตุการณ์ คนร้ายสามารถแย่งชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ ส่งผลให้การปฏิบัติการมีความเสี่ยงสูงขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการฝึกทบทวนยุทธวิธีให้รัดกุมและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

            ผบ.ตร.ยอมรับว่า เหตุคนคลุ้มคลั่งมีหลายรูปแบบ บางกรณีไม่แย่งอาวุธหรือไม่ทำร้ายผู้อื่น แต่ในเหตุการณ์นี้มีการทำร้ายบุคคลอื่นอย่างชัดเจน

            ตำรวจจึงต้องใช้ดุลยพินิจตามสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

คดีนี้เกิดข้อกังขาถึงความล้มเหลวของระบบติดตามผู้ป่วยจิตเวชหลังการบำบัด

            เมื่อผู้ป่วยกลับสู่ชุมชนเดิมที่มีสิ่งเร้าและขาดการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด สมองที่ถูกทำลายด้วยสารกลุ่มแอมเฟตามีนจะสูญเสียการควบคุมพฤติกรรมอย่างสิ้นเชิง จนเกิดภาพหลอนและอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุอุกอาจ

            เพราะจากการตรวจสอบย้อนหลัง พบความจริงที่น่าตกใจว่า เยาวชนชายรายดังกล่าวเพิ่งออกจากโรงพยาบาลจิตเวชได้เพียง 2 เดือน หลังเข้ารับการบำบัดอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพสารเสพติดจนสมองเสียหายถาวร

            โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคลั่งวิกลจริต แต่เป็นอาชญากรรมจากผลพวงยาเสพติด ที่ลุกลามจากชุมชนเข้าสู่โรงเรียน

            หากรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังไร้มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการขจัดภัยร้ายชนิดนี้จากสังคม

            ‘ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร’ คงมิใช่รายสุดท้าย…

            ที่ต้องสังเวยชีวิต!!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ