บทเรียน – จุดเปลี่ยนชีวิต “แมน สหัสวรรษ” ผู้สมัคร สส.กทม.เพื่อไทย
จุดเริ่มต้นเข้ามาสู่สนามการเมือง
ย้อนกลับไปตอนอายุ16 ผมได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ที่อเมริกาก่อนหน้านั้นเราเป็นเด็กเกิดแล้วก็โตที่กรุงเทพฯ ชั้นใน (ในเขตที่ผมลงสมัครนี้) ผมเห็นถึงความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของคุณภาพชีวิต การคมนาคม ถนนหนทาง ที่สำคัญที่สุด คือ “เรื่องการศึกษา”
ผมเติบโตในโรงเรียนเอกชน ก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีหลักสูตรการศึกษาที่ดีในระดับนึง แต่ว่าพอเราไปที่อเมริกาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเราได้เห็นว่าแม้กระทั่งชนบท ต่างจังหวัดของเขา กลับมีระบบการศึกษาที่ดีมากดีกว่าโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯอีก เราก็รู้สึกว่า “เฮ้ยทำไมประเทศเราถึงไม่มีอะไรแบบนี้”
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของระบบกฎหมายบ้านเขาเป็นระบบที่ประชาชนให้ความเชื่อถือได้จริงๆ เรารู้สึกว่า มันเท่ดีนะสำหรับการเป็นนักกฎหมายในประเทศนั้นๆ มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำไมผมถึงเลือกเรียนกฎหมาย ก็เหมือนมีอยู่ในใจแล้วว่าวันนึง เราอยากจะกลับมาพัฒนาประเทศ
จากนั้นผมเรียนจบปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์คณะนิติศาสตร์ มาเป็นนักกฎหมายเป็นทนายความที่ปรึกษากฎหมายครับอยู่ได้ประมาณ3ปี แล้วเราก็มีอยู่ในใจตลอดว่าวัน เราอยากเข้ามาทำงานการเมือง ทำไปจนถึงจุดนึง มีจังหวะได้ไปเรียนต่อปริญญาโท เรียนกฎหมายเฉพาะทาง คือผมมองอย่างงี้ว่า “กฎหมายกับการเมือง” มันเป็นของคู่กัน หน้าที่หลักของส.ส.เนี่ยคือเข้าไปร่างกฎหมายเข้าไปอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ
- แรงจูงใจส่วนตัว: ผมมีเป้าหมายในชีวิต (Life Goal) ที่อยากเปลี่ยนแปลงประเทศและทิ้งผลงาน (Legacy) ไว้ให้คนจดจำ นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากการเห็นผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเพื่อนสนิท (ลูกชายคุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง) มาตั้งแต่สมัยมัธยม
เหตุผลที่เลือกสังกัด “พรรคเพื่อไทย”
- ประสบการณ์และความสำเร็จ: คุณแมนเลือกเพื่อไทยเพราะเป็นพรรคที่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ (Mentor) ที่สามารถแนะนำได้ว่าไอเดียไหนทำได้จริงในบริบทของไทย อีกทั้งยังมีนโยบายที่พิสูจน์แล้วว่าทำสำเร็จและส่งผลดีต่อประชาชนจริงๆ เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค
- การให้โอกาสคนรุ่นใหม่: เขาไม่ได้เข้ามาเพราะเป็นทายาทนักการเมือง (ครอบครัวทำธุรกิจแฟลตเอกชน) แต่เข้ามาตามกระบวนการคัดเลือกของพรรค และได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ เช่น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ให้เข้ามาช่วยงานด้านนโยบายเทคโนโลยี
- ความเป็นมืออาชีพ: เขาประทับใจในกระบวนการทำงานหลังบ้านที่มีการถกเถียงเรื่องนโยบายอย่างเข้มข้นบนพื้นฐานของความเป็นจริง
มองจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเอง
- กฎหมายเทคโนโลยี: คุณแมนมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้าน กฎหมายเทคโนโลยี (Technology Law) และ การกำกับดูแล AI (AI Governance) โดยมองว่าเทคโนโลยีไปเร็วกว่ากฎหมายเสมอ
- วิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรม: เขาต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย เช่น เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และการป้องกันไม่ให้บริษัท Big Tech ต่างชาติสูบข้อมูลของคนไทยไปใช้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
- การปรับตัวและพลังของคนรุ่นใหม่: เขามองว่าจุดแข็งของตนเองคือการปรับตัวเก่ง มีพลังล้นเหลือ และชอบออกจาก Comfort Zone
มุมมองต่อสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ และเป้าหมายในอนาคต
- การเมืองเชิงนโยบาย: เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจจากนโยบายที่ทำได้จริง เขาตั้งใจจะเป็นนักการเมืองที่รับฟังปัญหาจากคนทุกระดับ ตั้งแต่ย่านอารีย์ไปจนถึงแฟลตดินแดง เพื่อนำความต้องการของประชาชนมาปรับใช้กับนโยบาย
- การเมืองสร้างสรรค์: เขาตั้งใจจะทำการเมืองแบบใหม่ที่ไม่สาดโคลน แต่เน้นขายไอเดียและความสามารถ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติเชิงลบของสังคมที่มีต่อนักการเมือง
- อุดมการณ์ประชาธิปไตย: อยากเห็นประเทศไทยมีนิติรัฐและนิติธรรมที่แท้จริง โดยให้กระบวนการตรวจสอบและอำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ไม่ใช่องค์กรอิสระ และมองว่าการรัฐประหารเป็นตัวขัดขวางการพัฒนานโยบายระยะยาวของประเทศ เช่น ด้านการศึกษา
ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ชูจุดขายเรื่องความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเทคโนโลยี และเลือกทำงานกับพรรคเพื่อไทย ที่เขามองว่าจะมามีส่วนผสมผสานไอเดียสมัยใหม่เข้ากับประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศผ่านกระบวนการนิติบัญญัติครับ
