เมื่อโลกไม่มีที่ว่างให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองแก่ชายผู้พยายามหนีออกจากจีนถึง 4 ครั้ง
คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ชาวประมงในแถบทะเลชายฝั่งตะวันตกของเกาหลีใต้พบเรือยางลำเล็กลอยอยู่กลางทะเล บนเรือมีชายสูงวัยนอนหมดแรง สภาพเกือบหมดสติ
หน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้นำตัวเขาขึ้นฝั่งที่แทอัน แขวงชุงชองใต้ พร้อมกับเรือยางยาว 3.3 เมตร ติดเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ที่พาเขาออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
จากการสอบสวนและตรวจสอบประวัติ พบว่าชายคนนั้นคือ ตง กวงปิง อายุ 68 ปี อดีตนายตำรวจจีน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่ทางการจีนต้องการตัวอย่างมาก พยายามหลบหนีจากแผ่นดินจีนมาแล้วสามครั้ง และล้มเหลวทุกครั้ง
และนี่คือครั้งที่สี่

ตง กวงปิง (Dong Guangping) เป็นอดีตนายตำรวจ เขาเคยทำงานในระบบ เคยสวมเครื่องแบบ เคยรับใช้รัฐบาลที่เขาต่อมาต้องกลายเป็นศัตรูด้วย จุดหักเหเกิดขึ้นเมื่อเขาลงชื่อในคำร้องประท้วงหลายสิบปีหลังเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ปี 2532 ซึ่งทำให้เขาถูกไล่ออกจากราชการตำรวจ และนำไปสู่การถูกจับกุม
เขาถูกจำคุกราวสามปีในช่วงปี 2544 ในข้อหา “ยุยงให้ล้มล้างอำนาจรัฐ” และถูกควบคุมตัวอีกครั้งในปี 2557 เนื่องจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันครบรอบเทียนอันเหมิน
ช่วงปี 2558 ตง กวงปิงตัดสินใจพาครอบครัวหลบหนีออกจากจีน หวังเริ่มชีวิตใหม่ในแคนาดาที่ครอบครัวบางส่วนย้ายไปก่อนแล้ว ประเทศไทยกลายเป็นสถานีพัก เป็นจุดรอระหว่างทาง
เขาพาครอบครัวเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ และยื่นเอกสารต่อ UNHCR ในเดือนตุลาคม 2558 ทุกอย่างดูเหมือนจะอยู่ในกระบวนการที่ถูกต้อง เขามีสถานะผู้แสวงหาที่ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ ครอบครัวของเขาได้รับการส่งต่อไปแคนาดาได้สำเร็จ
แต่เขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ทางการไทยจับกุมและส่งตัวเขากลับจีนพร้อมกับนักกิจกรรมชาวจีนรายอื่น ท่ามกลางเสียงประณามจาก UNHCR และองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก การกระทำดังกล่าวถูกนิยามว่าเป็น “การผลักดันกลับ” หรือ refoulement ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง เพราะเป็นการส่งผู้ลี้ภัยกลับสู่ประเทศที่พวกเขาอาจถูกประหัตประหาร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์อ้างว่า “ทางการไทยไม่รู้ว่าเขามีสถานะผู้ลี้ภัย เพราะเขามีคดีค้ามนุษย์อยู่ที่เมืองจีน ก็ส่งกลับตามปกติ เขาขอมาก็ให้ไป และเรื่องนี้ผมก็ชี้แจงกับทาง UNHCR ไปแล้วว่าผมทำตามหลักสิทธิมนุษยชนทุกอย่าง”
เหตุการณ์นั้นทำให้ประเทศไทยปรากฏชื่อในบันทึกประวัติศาสตร์สิทธิมนุษยชนโลก ในแบบที่ไม่มีใครอยากจดจำ
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า “การกระทำของประเทศไทยในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และเน้นย้ำถึงช่องว่างที่มีมายาวนานในกฎหมายภายในของไทยเกี่ยวกับการรับรองการปฏิบัติต่อบุคคลที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศอย่างเหมาะสม”

เมื่อเขาถูกส่งตัวกลับถึงจีน เขาถูกดำเนินคดีและจำคุกอีกครั้ง ครั้งนี้เขาถูกจำคุกอยู่านานหลายปี ก่อนจะพ้นโทษในปี 2563 หลังพ้นโทษก็ยังถูกติดตามและจำกัดเสรีภาพ
ในปี 2565 เขาตัดสินใจ หลบหนีอีกครั้งผ่านชายแดนเวียดนาม แต่ถูกทางการเวียดนามจับกุมและส่งกลับจีนในปี 2565 ก่อนจะ ถูกตัดสินจำคุก 11 เดือนในข้อหาข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย และได้รับการปล่อยตัวในเดือนตุลาคม 2566
ระหว่างที่เขาหายหน้าไป ครอบครัวในแคนาดาออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะ ยื่นจดหมายต่อรัฐบาลจีนและเวียดนาม อ้อนวอนขอข้อมูลว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ก่อนหน้านั้น เขายังเคยพยายามว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะ Kinmen ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของไต้หวันและอยู่ห่างจากชายฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่เพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ก็ไม่สำเร็จ
เป็นความล้มเหลวของการหลบหนีเป็นครั้งที่ 3
เขาถูกทางการจีนไล่ล่าติดตามต่อเนื่องมายาวนาน ไม่มีใครสามารถติดต่อเขาได้
กระทั่งชื่อของเขาปรากฏสู่สาธารณะอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังเขาพยายามหลบหนีครั้ง ที่ 4
ครั้งนี้ต่างออกไป ไม่มีใครรู้ว่าเขาออกเดินทางจากจุดไหน ทนายความของเขาปฏิเสธที่จะเปิดเผย หน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้ยืนยันว่าชาวประมงพบเรือยางลำนิรนามในคืนวันจันทร์และแจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้โดยสารเป็นชายชาวจีนอายุ 60 กว่าปี ก่อนที่ทนายความ คิม จู-กวาง จะยืนยันตัวตนต่อสื่อมวลชน
ขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคดีกำลังอยู่ระหว่างการส่งต่อให้อัยการพิจารณา
การมาถึงของตง กวงปิงทำให้เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับคำถามที่ยากอย่างเดิม แต่ในบริบทใหม่
การมาถึงของเขาอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้วและพยายามปรับความสัมพันธ์กับจีน โดยเฉพาะในฐานะที่จีนคือคู่ค้าใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้
ยังไม่ชัดเจนว่าตง กวงปิงจะยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยในเกาหลีใต้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดมาก
ขณะที่นักสิทธิมนุษยชน Sheng Xue ได้เขียนจดหมายถึงกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา และเรียกร้องต่อทางการเกาหลีใต้ไม่ให้ส่งเขากลับจีน โดยระบุว่า “จากประวัติของเขา การส่งกลับโดยบังคับจะทำให้เขาเผชิญความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการถูกจำคุก ทรมาน ถูกทำให้หายตัว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต”
เรื่องของตง กวงปิง คือภาพสะท้อนของระบบคุ้มครองผู้ลี้ภัยที่มักพ่ายแพ้ต่อแรงกดดันทางการเมือง ไทยเคยส่งตัวเขากลับจีนทั้งที่อยู่ในกระบวนการของ UNHCR ขณะที่เวียดนามก็เผชิญเสียงวิจารณ์ในลักษณะเดียวกัน
แม้แคนาดาจะให้สถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองแก่เขามานานแล้ว แต่เขายังไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ เพราะหลายประเทศไม่ต้องการขัดแย้งกับปักกิ่ง
สำหรับตง กวงปิง ชายวัย 68 ปีที่หนีตายทางเรือสู่เกาหลีใต้ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเขาเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ แต่คือ โลกยังมีที่ปลอดภัยสำหรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองจริงหรือเปล่า
