หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
ทําไมคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลง มีคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 52.73% เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าครั้งก่อนซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ์ 60.73% มากพอสมควร
1. อาจเป็นเพราะสภาพของการแข่งขันไม่ดุเดือดเร้าใจ หลายคนในทีมวิเคราะห์คำนวณคะแนนไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้อง คือที่ประมาณ 1,500,000 คะแนน
2. สภาพดินฟ้าอากาศก็มีฝนตกทุกพื้นที่ในช่วงบ่าย ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจออกมาลงคะแนนของกองเชียร์ทุกเบอร์
มีบางคนสงสัยเรื่องการทำโพลว่าทำไมครั้งนี้การสำรวจคะแนนเสียงล่วงหน้าของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จึงค่อนข้างแม่นยำ
เหตุผลคือไม่มีปัจจัยเบี่ยงเบนอะไรมาแทรก ครั้งนี้ไม่มีการซื้อเสียงหรือชักจูงนอกกติกา จากทุกเบอร์ เพราะไม่มีประโยชน์
ความนิยมมากกว่าเดิม
จากครึ่งหนึ่ง เป็น 2 ใน 3
เมื่อเทียบผลคะแนน เดิมปี 2565 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะเลือกตั้งครั้งแรกได้คะแนน 1.386 ล้าน คะแนนคิดเป็น 51.84% ของผู้มาใช้สิทธิ์ ครั้งนี้ปี 2569 ได้ประมาณ 1.538 ล้าน แต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วได้ประมาณ 68.7% ของผู้มาลงคะแนน
จำนวนคะแนนที่เพิ่มขึ้นอาจจะไม่มากแต่ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ได้คะแนนไปถึง 2 ใน 3 ของคะแนนรวม คล้ายกับคนที่เลือก ส.ก.เกือบทุกพรรคทุกกลุ่ม ส่วนใหญ่ลงคะแนนผู้ว่าฯ กทม.ให้ ดร.ชัชชาติ
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่มีสภาพการแข่งขัน ที่ 1 ทิ้งห่างทุกเบอร์ เพราะที่ 2 คือนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้เพียง 3 แสนคะแนน ที่ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน (ปชน.) 1.88 แสนคะแนน ที่ 4 นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ 1.06 แสนคะแนน
คะแนนของ ดร.ชัชชาติ 1.5 ล้าน บอกอะไร
1.คน กทม.ยังเชื่อว่า ดร.ชัชชาติจะช่วยแก้ปัญหาใน กทม.ได้บ้าง ซึ่งเขาหวังแก้ปัญหาหน้าบ้าน เช่น น้ำท่วม ขยะในซอย ผิวถนนไม่เรียบ ไฟส่องทาง คนส่วนใหญ่ไม่หวังว่าอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.จะจัดการโครงการใหญ่อะไรได้
2. คน กทม.ชอบความตั้งใจทำงานและความขยัน
3. ยังมีคนจำนวนมากไม่อยากให้พรรคการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะกลัวความขัดแย้ง จึงเกิดกระแสนิยมผู้ว่าฯ แบบอิสระ ที่ผ่านมา 4 ปีคนที่เคยเลือกและไม่เลือก ดร.ชัชชาติก็พอมั่นใจแล้วว่าเขาวางตัวเป็นกลางในระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จริง
การยืนยันว่าไม่ส่ง ส.ก แม้จะมีกลุ่มที่ประกาศว่าหนุน ดร.ชัชชาติ แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาเป็นอิสระ เพราะคงไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มและพรรคต่างๆ ในระหว่างหาเสียง
และก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกกลุ่มหลังจากผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว
ผลคะแนน
ชี้ว่ามัลลิกาคือตัวแทน
ของฝ่ายอนุรักษนิยมไม่ใช่ ปชป.
มัลลิกาเคยเป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวไอทีวี ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ หลังการรัฐประหาร 2549 ชีวิตทางการเมืองส่วนใหญ่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 2550 เคยเป็นทั้งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ในปี 2565 แต่การเลือกตั้งปี 2566 ไม่ได้รับเลือก และได้ลาออกจากสมาชิก ปชป.ปี 2566
การลงสมัครในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.แบบอิสระ ได้คะแนน 3 แสนถือเป็นคะแนนหลักของฝ่ายอนุรักษนิยม เพราะมากกว่าคะแนนของผู้สมัคร ปชป.ซึ่งได้ประมาณ 1 แสน
ถ้าดูจากประวัติการทำงานการเมืองของเธอแล้ว ก็พอถือได้ว่าสามารถเป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษนิยมได้
สำหรับ ปชป.นั้นการได้ ส.ก.ถึง 8 คนถือว่าบรรลุเป้าหมายพอสมควร เพียงแต่คะแนนของผู้สมัครผู้ว่าฯ ในนามพรรค น้อยไปจนไม่สามารถเป็นตัวแทนของฝ่ายอนุรักษนิยมได้
การคิดฟื้นฟูฐานที่มั่นใน กทม.ของ ปชป.จึงไม่ใช่เรื่องง่าย คงจะต้องเจาะเป็นบางพื้นที่เพื่อเอาชนะในการเลือกตั้งใหญ่ให้ได้ ส.ส. 2-3 คน
ทางเลือกพรรคเพื่อไทย (พท.)
การมีนโยบายไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง กทม. ในนามพรรค ไม่รู้ว่าเดินเกมถูกหรือผิด
อาจเป็นเพราะถือว่า ดร.ชัชชาติเป็นแนวร่วมใกล้ชิด ขณะเดียวกันในเรื่อง ส.ก.ก็ปล่อยให้อดีต ส.ก.เก่าเลือกวิธีการลงสมัครเอง คือจะสมัครในทีมคนทำงานเพื่อพ่วงไปกับกระแสของ ดร.ชัชชาติ หรืออยากจะสมัครโดยใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยต่อท้ายก็ได้
ตอนนี้แม้จบเลือกตั้งแล้วก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเพื่อไทยได้มี ส.ก.เข้าไปอยู่ในสภา กทม.กี่คนกันแน่
และการไม่ส่ง ส.ก. ในสนามใหญ่ทำให้ฐานเสียงหายไปหรือไม่
พรรคประชาชน
เก่งกว่าทุกกลุ่ม
แต่ต้องแข่งกับตัวเอง
ถ้าพิจารณาจากการได้ ส.ก.ถึง 22 คนถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรแม้ไม่ได้เกินครึ่งตามเป้าหมาย แต่พอจะชี้ได้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น กระแสการเมืองไม่สามารถกลบความต้องการแก้ปัญหาหน้าบ้านของประชาชนได้
ในขณะเดียวกัน ถ้าพิจารณาจากคะแนนที่ได้จาก ส.ก.ทั้งหมด จะพบว่า มีคะแนนจาก ส.ก.เขตที่ชนะที่ 1 ถึง 22 เขต และในเขตที่แพ้แต่ได้ที่ 2 ถึง 27 เขต ได้ที่ 3 เพียง 1 เขต
เมื่อรวมคะแนน ส.ก. 50 เขต จะได้ 706,034 คะแนน
มีคำถามว่า ทำไมคะแนนของผู้ว่าฯ จากพรรคประชาชนจึงได้เพียงแค่ 1.88 แสน เรื่องนี้ก็เป็นไปตามที่ บก.ลายจุด กล่าวไว้ คือมีคนจำนวนมากอยากเลือก ดร.ชัชชาติให้เป็นผู้ว่าฯ และก็อยากเลือกพรรคประชาชนให้เป็น ส.ก. เพราะเขามองว่าตำแหน่งผู้ว่าฯ เหมาะกับ ดร.ชัชชาติมากกว่า เขาไม่ได้มองว่าต้องเป็นคนของพรรคใด
ดังนั้น น่าจะมีประมาณ 5 แสนที่ไปลงคะแนนให้กับ ดร.ชัชชาติ
ศึกชิง ส.ก. พรรคประชาชนดูแล้วเก่งกว่ากลุ่มอื่นมาก แต่ถ้าย้อนไปดูผลเลือกตั้ง ส.ส.ที่กวาดหมดทั้ง กทม. 33 คน ถือว่าตกต่ำลง ยังต้องหวนกลับมาทำการบ้านให้มากขึ้น ต้องแข่งกับเงาตัวเอง
งานนี้ทุกพรรคการเมืองมองเห็นงานหนักอยู่ข้างหน้า
