ปิดฉาก 2 ปี เออร์ลี่ฯ นายพลกลางปี ถอดบทเรียน ทำไมถึงไปต่อไม่ได้
คอลัมน์ โล่เงิน
หลังจากโครงการเออร์ลี่รีไทร์กลางปี เฉพาะพลตำรวจตรี หรือพลตำรวจโท ได้ดำเนินการ 2 ปี
ในที่สุด ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ได้ลงมติให้ปิดตัวลง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกตำรวจ แถลงว่า ที่ประชุม ก.ตร. มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ทำหน้าที่ประธานแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
รับทราบการยกเลิกโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล หรือเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์เมนต์) สำหรับการพิจารณาในรอบเดือนเมษายน
โดยจะคงไว้เฉพาะรอบเดือนตุลาคม เพื่อให้การบริหารกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการและประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล
เนื่องจากการดำเนินโครงการเออร์ลี่ฯ กลางปี ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปี 2568 และ 2569 พบว่าทำให้ตำแหน่งระดับนายพลเข้าร่วมโครงการว่างลงนานถึง 6 เดือน ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล
ย้อนไปโครงการนี้มีมติ ก.ตร. ครั้งที่ 2/2568 เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2568
ตอนนั้น “ผบ.ต่าย” นั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่แทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งติดภารกิจที่สภาผู้แทนราษฎร
ได้เพิ่มโครงการเออร์ลี่รีไทร์ ในรุ่น 26 อีกรอบ คือ 1 เมษายน จากปกติมีเพียงรอบเดียวเดือนตุลาคม
การเปิดรอบกลางปีนี้ เฉพาะผู้มียศ “พลตำรวจตรี” หรือ “พลตำรวจโท” เท่านั้น
โดยจะต้องครองยศไม่น้อยว่า 6 เดือน นับถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีงบประมาณที่ลาออก
หลังลาออกก่อนเกษียณ 6 เดือนจะได้เพิ่ม 1 ชั้นยศ
ถ้า “พลตำรวจตรี” ก็ขึ้นเป็น “พลตำรวจโท”
เช่นเดียวกับพลตำรวจโทลาออกก่อนครึ่งปี เลื่อนเป็น “พลตำรวจเอก”
“บอร์ดตำรวจ” อ้างว่าเพื่อตอบแทนคุณงามความดี สร้างขวัญและกำลังใจให้นายพลตำรวจใกล้กษียณอายุราชการ ให้เป็นระบบเดียว และสอดคล้องระบบการบริหารงานบุคลในภาพรวม ตร.
ตอนแรกที่ประชุม ก.ตร.จะเปิดเออร์ลี่ฯ ให้เฉพาะ “พลตำรวจโท” ที่อายุราชการเหลือ 6 เดือน ตั้งแต่ 1 เมษายน-30 กันยายน เข้าร่วมโครงการ
แต่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิตอนนั้น คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ และ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ได้เสนอต่อที่ประชุม ก.ตร.ว่า ไหนๆ พลตำรวจโทพได้แล้ว ควรเปิดให้พลตำรวจตรีได้ร่วมโครงการด้วย
เพราะเป็นผู้บริหารระดับสูง ตร. เป็นผู้ที่ได้อุทิศตน เสียสละในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่อย่างเต็มความรู้ ความสามารถ เพื่อองค์กรมายาวนาน
จึงสมควรที่จะตอบแทนคุณงามความดีเป็นพิเศษด้วย
ต่อมา ครม.มีมติ 18 มีนาคม 2568 ไฟเขียวโครงการเออร์ลี่รีไทร์รุ่นที่ 26 กลางปี ตามที่ ตร.เสนอ
ถือเป็นครั้งแรกที่ข้าราชการตำรวจเหมือนข้าราชการทหาร ปกติตำรวจมีเฉพาะปลายปีเท่านั้น
สําหรับรุ่นแรก มีผู้เข้าร่วมโครงการ 25 นาย
-ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 3 นาย 1. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง 2. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย 3. พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ปัจจุบันครองยศพลตำรวจเอก
-ระดับ ผบช. 5 นาย มี พล.ต.ท.บัณฑิต ตุงคะเศรณี จตร., พล.ต.ท.ปราบพาล มีมงคล ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.วราวุธ สกลธนารักษ์ ผบช.สงป., พล.ต.ท.วีรชน บุญทวี ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อภิชาติ สุริบุญญา ผบช.กมค. ได้ติดยศพลตำรวจเอกเช่นกัน
-ระดับรอง ผบช. 8 นาย ดังนี้ พล.ต.ต.จักษ์ จิตตธรรม รอง ผบช.สตส., พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ลาภ ศรีสำอาง รอง จตร., พล.ต.ต.สรรเพชญ สุขภิมนตรี รอง ผบช.กมค., พล.ต.ต.สุเมธ บวรเศวตฉัตร รอง จตร., พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.หญิง กรทอง การพานิช พยาบาล (สบ7) รพ.ตร. ขณะนี้ชั้นยศพลตำรวจโท
-ระดับ ผบก. 9 นาย มี พล.ต.ต.จิตติพันธ์ ผลพฤกษา ผบก.อก.ภ.6, พล.ต.ต.โชคชัย อินทะนิน ผบก.กต.4, พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผบก.อธ., พล.ต.ต.สมนึก มากมี ผบก.กค.ภ.6, พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เอมกมล ผบก.ภ.จว.ตาก, พล.ต.ต.สิทธิ์ ศิริกังวานกุล ผบก.อก.สตม., พล.ต.ต.อนุราช จิตศีล ผบก.ศพฐ.10, พล.ต.ต.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผบก.อก.ภ.4 และ พล.ต.ต.หญิง สุรมภา รอดมณี ผบก.วพ.รพ.ตร. ได้เลื่อนชั้นยศพลตำรวจโท
รุ่น 2 ผู้เข้าร่วมมี 14 นาย
-ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 นาย มี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ได้เลื่อนชั้นยศพลตำรวจเอก
-ระดับ ผบช. 2 นาย พล.ต.ท.ดิเรก ธนานนท์ทิวาส ที่ปรึกษา (สบ9) สพฐ.ตร., พล.ต.ท.วัฒน์ ชัยสังฆะ จตร. ปรับชั้นยศเป็นพลตำรวจเอก
-ระดับรอง ผบช. 3 นาย มี พล.ต.ต.ชวนท์ ประเทศรัตน์ รอง ผบช.ตชด., พล.ต.ต.ปริญ อิ่มเจริญ รอง ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบช.ภ.4 เลื่อนเป็นพลตำรวจโท
-ระดับ ผบช. 7 นาย 1. พล.ต.ต.เทิดพงษ์ สิงห์ทิพย์ ผบก.กต.2 2. พล.ต.ต.บัณฑิต ลีล่อน ผบก.กค.2 3. พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 4. พล.ต.ต.วีระศักดิ์ แย้มแสง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการเดินเรือ (สบ6) บก.รน. 5. พล.ต.ต.วีร์ จิระรัตนวรรณ ผบก.อก.รร.นรต. 6. พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหทินนิลกุล – อาจารย์ (สบ6) กลุ่มงานอาจารย์ รร.นรต.
และ 7. พล.ต.ต.สุระพันธ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.ภ.4 เลื่อนเป็นพลตำรวจโท
ดังนั้น โครงการเออร์ลี่ฯ นายพลกลางปี เริ่มใน ผบ.ตร.คนที่ 15 แล้วก็จบยุคนี้เช่นกัน
แรกๆ ที่คิดขึ้นมาอยากให้ตำรวจเกษียณอายุก่อนกำหนด เหมือนทหารบ้าง แต่ปรากฏว่าไม่เวิร์กเพราะข้อจำกัดหน้างานไม่เหมือนกัน
ในทางปฏิบัติ “โครงสร้างและภารกิจ” ข้าราชการสีกากี กับสีเขียว นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง
กองทัพมีอัตรานายพลในตำแหน่ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ” หรือตำแหน่งลอยค่อนข้างมาก
โครงการเออร์ลี่ฯ กลางปีจึงช่วยลดขนาดกองทัพได้
แต่สำหรับองค์กรสีกากี ตำแหน่งพลตำรวจตรี และพลตำรวจโทส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งหลักในสายปฏิบัติงาน
เมื่อตำแหน่งเหล่านี้ว่างลงกลางปี ตร.ไม่สามารถคัดเลือกแต่งตั้งทดแทนได้ทันที
เนื่องจากไม่ได้อยู่ในช่วงแต่งตั้งประจำปีตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการตั้งแต่งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567
ดังนั้น ทำให้ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารงานในด้านต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นลักษณะงานในความรับผิดชอบหลักของ ตร.
เป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ใช้ประสบการณ์ที่เหมาะสมมาอย่างยาวนาน สรรหาข้าราชการตำรวจมาทดแทนได้ยาก
ที่สำคัญ มีปรากฏการณ์นายตำรวจบางนายเข้าโครงการเออร์ลี่ฯ กลางปี “ยศก้าวกระโดด 2 ชั้นยศในครึ่งปี”
น่าจะเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวางในวงการสีกากี
ไม่รวมข้อครหา “ผู้มีอำนาจ” ผุดเออร์ลี่ฯ กลางปีขึ้นมาช่วยพี่ เพื่อน ผู้ใกล้ชิด ที่อยู่ในตำแหน่ง “ศาลาพักใจสำหรับคนใกล้เกษียณ” ให้ได้รับอานิสงส์
แต่ที่สุดประเมินแล้วสร้างผลกระทบเชิงลบมากกว่าข้อดี
จึงทำให้ ก.ตร.มีมติระงับโครงการปรับเปลี่ยนกำลังรอบเดือนเมษายน
