โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ไทยพยายามใช้อำนาจทางเศรษฐกิจสร้างอิทธิพลต่อความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชาในปี 2025 ซึ่งส่วนใหญ่ล้มเหลว
เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในเศรษฐกิจกัมพูชา มีผลให้กัมพูชาพึ่งพิงน้อยลงต่อเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านที่ร่ำรวยกว่าเช่นไทยน้อยลง
ความขัดแย้งหลังจากนั้นเป็นอย่างไร เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตและกระจายเพิ่มขึ้น และกันตัวออกจากรัฐบาลภูมิภาคที่ใช้ยุทธศาสตร์ภูมิเศรษฐกิจต่อต้านอีกฝ่ายหนึ่งจะมีผลอย่างไร
พัฒนาการ
กลางปี 2025 ความขัดแย้งทั้งทางทหารและเศรษฐกิจแตกหักกันระหว่างกัมพูชากับไทย ความขัดแย้งชายแดนที่เกี่ยวกับการรบทางภาคพื้นดินและทางอากาศและคุกคามโดยการบล็อกทางทะเล สังหารประชาชน มีพลเรือนอพยพนับล้านคน และจัดรูปใหม่ทั้งการเมืองภายในและจุดยืนนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ
ทิศทางความขัดแย้งทางเศรษฐกิจมีการพูดถึงน้อย แต่ความสำคัญมีไม่น้อย
ภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomic) หมายถึงใช้นโยบายเศรษฐกิจเพิ่มการแข่งขัน หรือความหมายเชิงพาณิชย์ให้รัฐเหนือกว่าผลประโยชน์นานาชาติ ได้รับความนิยมในนโยบายของรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่หลายๆประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมีข้อจำกัดทางทหาร และผูกมัดกับปทัสถานทางการทูตของอาเซียน มันมีเหตุผลสำหรับผู้กำหนดนโยบายที่ชื่นชอบการแข่งขันโดยเครื่องมือทางเศรษฐกิจมากกว่าเครื่องมือทางการทหาร
เมื่อความขัดแย้งชายแดนเริ่มปี 2025 ไทยพยายามใช้ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจเหนือกัมพูชา ผ่านการกดดันทางเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่อำนาจอุตสาหกรรมแซงก์ชั่นประเทศที่มีรายได้ต่ำกว่า เพื่อนบ้านพึ่งพาการค้า
อย่างไรก็ตาม ไม่เหมือนช่วงความขัดแย้งชายแดนสมัยก่อน ตอนนี้กัมพูชาต่อต้านและเอาชนะแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ของไทยปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่
เกิดคำถามสำคัญขึ้น แต่ละประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยทั่วไป กัมพูชารักษาสถานะของตนได้อย่างไร แม้ว่าก่อนหน้านี้กัมพูชาพึ่งพาไทยมากโดยเฉพาะความต้องการพลังงานและการค้าสินค้าอื่นๆ สำหรับยุทธศาสตร์ภูมิเศรษฐกิจทำอย่างไรและทำไม รัฐทำสำเร็จหรือล้มเหลว
ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันด้านการค้าและอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศ และชี้แนะบทเรียนในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นของรัฐบาลไทยและกัมพูชา โดยพื้นฐานมาก
ความขัดแย้งก่อเกิดคำถามสำคัญหลายคำถามว่า รัฐบาลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำอย่างไร เนื่องจากภูมิศาสตร์ ความสามารถทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ สามารถใช้ยุทธศาสตร์ภูมิเศรษฐกิจอย่างได้ผลมากกว่าที่เขาหวัง
นโยบายเศรษฐกิจของความขัดแย้ง
ในประวัติศาสตร์ ไทยเล่นบทบาทใหญ่ในทางการค้าและการพัฒนามากกว่าเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่า ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจไทยกระตุ้นบริษัทท้องถิ่นสร้างเครือข่ายภูมิภาคและรัฐบาลช่วยด้านการเงิน โครงสร้างข้ามพรมแดนใหม่ รวมทั้งถนน รถไฟ และกระแสไฟฟ้า
รัฐบาลชวน หลีกภัย สนับสนุนการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมไทย-กัมพูชาที่สระแก้วและปอยเปต เหมือนเขตไทย-พม่าในจังหวัดตาก ด้วยไทยส่งทุนออกมากนานหลายปีหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี พ.ศ.2540 ปัจจุบันไทยก้าวข้ามญี่ปุ่นไปลงทุนสูงสุดในกัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว
บริษัทไทย เช่น บริษัท ปตท.และบางจากได้เงินกู้จากธนาคารกรุงเทพและกสิกรไทยไปลงทุน
7-eleven และ Minor Food and retail และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ด้านเกษตรอุตสาหกรรมลงลึกในตลาดกัมพูชา
คนกัมพูชามากกว่าล้านคนเข้ามาทำงานในภาคเกษตรไทย ภาคก่อสร้างและหัตถอุตสาหกรรม ที่เขาได้ความชำนาญและเงินส่งกลับบ้าน ส่งเงินกลับไปกัมพูชาตะวันตก จนใกล้เกิดความขัดแย้ง คนกัมพูชาเกือบ 5-8% อาจได้อาศัยและทำงานในไทย
ในทำนองเดียวกัน หลังกัมพูชาฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองช่วง ทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 กัมพูชาพึ่งไทยด้านอุตสาหกรรมพื้นฐาน ดังนั้น โครงสร้างอุตสาหกรรมกัมพูชาส่วนใหญ่มาจากไทย รวมถึงรถไฟสายหลักกัมพูชาตะวันตกเชื่อมรถไฟไทยสายตะวันออก ขณะที่ยังไม่มีรถไฟไป สปป.ลาวและเวียดนาม
ปี 2010 ไทยจ่ายกระแสไฟฟ้าเกือบระดับ 5 ของความต้องการกระแสไฟฟ้ากัมพูชา ที่สนามบินหลักที่พนมเปญและเสียมเรียบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ ผลคือ ไทยสามารถใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจรุนแรงได้และคาดผลได้รวดเร็ว
นักวางแผนการทหารไทยและผู้กำหนดนโยบายใช้การกดดันทางเศรษฐกิจช่วงต้นของความขัดแย้ง
พอความขัดแย้งทะยานขึ้นปี 2025 เจ้าหน้าที่ไทยปิดระเบียงเศรษฐกิจการค้ารอบจังหวัดเกาะกง กัมพูชา และตราด ไทย
การเปลี่ยนผ่าน
ทางเศรษฐกิจและรากฐาน
เพื่อการปรับตัว
ทําไมแรงงัดของภูมิเศรษฐกิจไทยล้มเหลว ต้องดูประวัติศาสตร์เศรษฐกิจกัมพูชาปัจจุบัน ดูผลิตภัณฑ์ แล้วพิจารณาการแตกสาขาการเติบโตและการเมืองกัมพูชา
ในขณะที่อุตสาหกรรมไทยถดถอย ต้นทศวรรษ 2000 เศรษฐกิจไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว แต่เพื่อนบ้านเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2015 กัมพูชาส่งออกไปเวียดนาม จีน และสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การส่งออกของไทยชะงักงัน
ยุทธศาสตร์กดดันของไทยคาดว่าก่อผลทางเศรษฐกิจมากกว่าและมีการสะท้อนกลับทางการเมืองจากการเปลี่ยนแหล่งที่มาของแรงงานย้ายถิ่นและภูมิภาคตะวันตกกัมพูชา 25 ปีหลังจังหวัดตะวันตกกัมพูชาพัฒนา กาสิโน แหล่งบันเทิง เพื่อรับนักท่องเที่ยวไทย ความขัดแย้งอาจทำลายธุรกิจการเกษตรและแหล่งบันเทิงชายแดน ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยลดลง 50-90%
ทหารไทยทำลายศูนย์ Scam ทางตะวันตกกัมพูชาที่ขูดรีดคนไทย แต่ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีผลเล็กน้อยในภูมิภาค
ภาคตะวันตกกัมพูชาอยู่ไกล และไม่ได้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้เศรษฐกิจกัมพูชา
สู่ภูมิรัฐศาสตร์
ในขณะที่ไทยใช้การกดดันทางเศรษฐกิจต่อกัมพูชาได้น้อยลง กระทบเศรษฐกิจกัมพูชาไม่มาก กัมพูชาใช้น้ำมันสำรองและนำเข้าน้ำมันจากที่อื่น เช่น จากรัสเซีย เวียดนาม
กัมพูชาก็เดินยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ทั้งความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ สะสมอาวุธและผลิตอาวุธเอง ใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่เพิ่มเกณฑ์ทหาร
การกดดันทางเศรษฐกิจของไทยต่อกัมพูชาไม่ได้ผล ที่สำคัญมีผลน้อยมากต่อการกดดันความขัดแย้งชายแดนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2024 และรุนแรงขึ้นในปี 2025
สำหรับรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ประเด็นไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งชายแดน แต่เป็นการใช้กติกานานาชาติ UNCLOS เข้ามาจัดการพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
แต่วิกฤตความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามาจากปัญหาชายแดน การอ้างกรรมสิทธิ์ในปราสาทโบราณซึ่งรัฐบาลอุนทินแทบไม่ได้ดำเนินการอะไร แล้วกัมพูชาก็เดินเกมทางการทูตในนานาชาติ
ที่สำคัญ กัมพูชาแสวงหามิตรจากชาติมหาอำนาจที่ทรงพลังที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือจีน
นอกจากฮุน เซน เยือนจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เยือนกัมพูชา 2 ครั้ง 2016 และ 2025 ล่าสุด 25-27 มิถุนายน 2026 ฮุน เซน เยือนปักกิ่ง พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
นี่หมายถึงอะไร เป็นหลักการทูตทั่วไปหรือเปล่า
สีกล่าวกับฮุน เซน ว่า สถานการณ์ระหว่างประเทศและภูมิภาคกำลังก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนมาก และทั้งจีนและกัมพูชาควรเข้ามาทำงานด้วยกัน อัดฉีดเสถียรภาพในสันติภาพและการพัฒนาภูมิภาค
ในรายละเอียดสื่อจีนรายงานว่า จีนมองกัมพูชาเป็นอันดับแรกของการทูตเพื่อนบ้านและจีนหนุนกัมพูชารักษาอธิปไตยและความมั่นคง
สีเรียกให้ 2 ฝ่ายยกขึ้นซึ่งรากฐานความไว้วางใจร่วมกันทางยุทธศาสตร์สู่ระดับสูงใหม่
สีพอใจที่กัมพูชาพยายามทำลายโทรคมนาคมและออนไลน์ผิดกฎหมาย
สียินดีทำงานร่วมกับกัมพูชาลบล้างสิ่งผิดกฎหมายที่บวมออกมา
พร้อมสถาปนาพันธมิตรด้านความมั่นคงกับกัมพูชา11
มีบางฝ่ายในไทยอธิบายว่า การสถาปนาพันธมิตรความมั่นคงของจีน-กัมพูชาคนไทยอย่าคิดมาก จีนก็ทำกับฟิลิปปินส์ด้วย อย่างดีอาเซียนก็แตกแยก ผู้นำฝ่ายความมั่นคงไทยเห็นว่า การมอบอาวุธจีนคือรถถัง เป็นเรื่องไม่น่าสนใจเพราะรถถังเก่าปรับแก้ใหม่2
แล้วขีปนาวุธ PHL-03 ยิงไกล 130 กิโลเมตร 3 จีนให้ปืนไรเฟิลจู่โจมชนิดบูลพัพแบบ QBZ-95 เพิ่มอีก 1,000 กระบอก4 อธิบายอย่างไร เอาไว้ยิงเล่นหรือเปล่า
การสถาปนาพันธมิตรจีน-กัมพูชาเป็นมิติการทูตที่สำคัญมากๆ พอๆ กับการส่งมอบอาวุธทั้งรถถัง จรวดนำวิถี ปืนไรเฟิลแก่กัมพูชา เป็นการจัดรูปภูมิรัฐศาสตร์ของกัมพูชาเชื่อมการทูตและการทหารกับชาติมหาอำนาจสำคัญของภูมิภาคคือ จีน
ไม่ธรรมดาหรอก จะบอกให้
