นิเทศศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนักเรียนราชินีบน ผ่านศาสตร์การแสดง เสริมบุคลิกภาพ–ค้นหาเสน่ห์การสื่อสาร
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนต้อนรับนักเรียนโรงเรียนราชินีบน ในกิจกรรม Campus Visit ถ่ายทอดทักษะด้านบุคลิกภาพ การสื่อสาร และศาสตร์การแสดง ผ่านการเรียนรู้และ Workshop “Glow Up Girl! มั่นให้สุด แล้วหยุดที่ดาว” เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลองค้นหาเสน่ห์และศักยภาพของตนเอง พร้อมนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในการเรียน ชีวิตประจำวัน และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต ณ ห้อง Content Studio 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 4 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
กิจกรรมครั้งนี้ อาจารย์สิญาทิพย์ เพี้ยนภักตร์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชินีบน พร้อมเปิดมุมมองถึงความสำคัญของบุคลิกภาพและการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงวัยที่นักเรียนกำลังเริ่มสำรวจความสนใจและมองหาเส้นทางของตนเองในอนาคต
การจัดกิจกรรมยังสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 4: Quality Education หรือการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เชื่อมองค์ความรู้ด้านการสื่อสารและการแสดงเข้ากับการพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการสื่อสารกับผู้อื่น การสร้างความมั่นใจ การนำเสนอตัวเอง และการทำงานร่วมกับคนรอบข้าง ควบคู่กับการค้นหาความสนใจและศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อ การใช้ชีวิต และการเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคต
อาจารย์สิญาทิพย์ กล่าวว่า โรงเรียนราชินีบนเคยนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกับคณะนิเทศศาสตร์ DPU มาแล้วหลายครั้ง สำหรับครั้งนี้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 เข้าร่วม โดยคณะได้ออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับช่วงวัยและเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานอย่างการทักทาย การยิ้ม การพูด การแสดงออก การใช้สายตาและภาษากาย ไปจนถึงการใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง และเห็นผลจากการทดลองทำด้วยตนเอง
สิ่งสำคัญของกิจกรรมจึงไม่ได้อยู่ที่การฝึกให้นักเรียนทุกคนมีบุคลิกภาพหรือวิธีการสื่อสารในรูปแบบเดียวกัน หากมุ่งให้นักเรียนได้สำรวจตัวเอง มองเห็นสิ่งที่ตนเองทำได้ดี และค้นพบศักยภาพที่อาจยังไม่เคยมีโอกาสแสดงออกมาก่อน เพราะในเด็กแต่ละคนมีพื้นฐาน ความมั่นใจ และความถนัดที่แตกต่างกัน การมีพื้นที่ให้ทดลองจึงช่วยให้แต่ละคนเริ่มมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้น
“เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพของตัวเอง บางคนอาจยังไม่กล้าแสดงออก บางคนยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ แต่เมื่อเปิดโอกาสให้เขาได้ลองพูดหรือลองทำกิจกรรม เราอาจพบว่าเด็กที่นั่งเงียบ ๆ กลับมีเสน่ห์และสื่อสารได้ดีมาก เมื่อเขารู้ว่า ‘เราก็ทำได้’ ความมั่นใจก็จะเพิ่มขึ้น กิจกรรมลักษณะนี้จึงเป็นเหมือนเวทีแรกที่ช่วยให้เขาได้ลองค้นหาตัวเองว่า ชอบอะไร ถนัดอะไร และสามารถพัฒนาต่อไปทางไหนได้บ้าง” อาจารย์สิญาทิพย์ กล่าว
อาจารย์สิญาทิพย์ กล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกระบวนการพัฒนานักศึกษาของคณะนิเทศศาสตร์ DPU ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลอง เรียนรู้ และค้นหาตัวเองตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเรียน ผ่านทั้งรายวิชาและกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้เสียง การแสดง การสื่อสาร การพูดต่อหน้าผู้คน ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาได้สำรวจความสนใจของตนเอง และมองเห็นว่าศักยภาพที่มีอยู่สามารถต่อยอดไปสู่เส้นทางใดได้บ้าง
นักศึกษาบางคนเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ต้องการเป็นนักแสดง นายแบบ นางแบบ หรือนักพูด คณะจึงสามารถสร้างโอกาสและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ได้ฝึกฝนและพัฒนาต่อในทิศทางนั้น ขณะที่นักศึกษาอีกส่วนหนึ่งอาจยังมีความสนใจหลากหลาย หรือยังไม่แน่ใจว่าตนเองเหมาะกับงานด้านใด การเปิดโอกาสให้ได้ทดลองทำจริงในหลายรูปแบบจึงเป็นอีกกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ค่อย ๆ มองเห็นสิ่งที่ตัวเองชอบ จุดที่ตนเองทำได้ดี และเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น
“มีนักศึกษาที่เข้ามาบอกอาจารย์ว่า จากกิจกรรมที่ได้ลองทำ ทำให้เขารู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร สำหรับอาจารย์ สิ่งนี้มีความหมายมาก เพราะยิ่งเราช่วยให้นักศึกษาค้นพบตัวตนที่ใช่ได้เร็วเท่าไร เราก็ยิ่งสามารถส่งเสริมให้เขาเดินไปถึงเป้าหมายได้ตรงกับศักยภาพของตัวเองมากขึ้น” อาจารย์สิญาทิพย์ กล่าว
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยุทธนา บุญอาชาทอง หัวหน้าหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การออกแบบ Workshop ครั้งนี้เริ่มจากโจทย์เรื่อง “การสื่อสาร” และนำมาพิจารณาว่าองค์ความรู้จากศาสตร์การแสดงสามารถนำมาประยุกต์เพื่อพัฒนานักเรียนได้อย่างไร เนื่องจากผู้เข้าร่วมมีช่วงวัยตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงเน้นกิจกรรมที่เข้าใจง่าย ทดลองทำได้ และสามารถนำกลับไปใช้ได้จริง
จากพื้นฐานของนักเรียนโรงเรียนราชินีบนที่มีบุคลิกภาพและมารยาทที่ดีอยู่แล้ว Workshop จึงเน้นเพิ่มเติมเรื่อง “เสน่ห์ในการสื่อสาร” ผ่านการนำเทคนิคจากการฝึกนักแสดงมาปรับใช้ เพื่อให้นักเรียนเห็นว่าแต่ละคนสามารถมีบุคลิกภาพที่ดีในแบบของตัวเอง และสิ่งที่สร้างความแตกต่างคือเสน่ห์ อัตลักษณ์ รวมถึงวิธีนำเสนอตัวตนออกมาให้ผู้อื่นรับรู้
“เราไม่ได้ต้องการเปลี่ยนเด็กให้เป็นคนอื่น แต่ต้องการดึงตัวตนและเสน่ห์ที่เขามีอยู่แล้วออกมาใช้ในการพูดและการสื่อสาร ให้ทุกคนมีอาวุธติดตัวกลับไป โดยเฉพาะเรื่อง First Impression หรือความประทับใจแรก ว่าทำอย่างไรเมื่อคนเห็นหรือพูดคุยกับเราแล้ว เขาจะรับรู้ถึงความเป็นตัวเราได้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุทธนา กล่าว
สำหรับกระบวนการเรียนรู้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุทธนา อธิบายว่า ได้วางองค์ประกอบสำคัญไว้ 3 ส่วน ได้แก่ ร่างกาย ความคิด และจิตใจ เริ่มจากร่างกายที่สะท้อนบุคลิกภาพผ่านการยืน เดิน นั่ง การใช้สายตา สีหน้า และภาษากาย ต่อด้วยการปรับ Mindset ให้เข้าใจว่าบุคลิกภาพที่ดีสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ และส่วนสุดท้ายคือจิตใจ เพราะความคิดและความรู้สึกภายในสามารถสะท้อนออกมาผ่านสายตา สีหน้า น้ำเสียง และท่าทางในการสื่อสาร
องค์ความรู้เหล่านี้มีพื้นฐานมาจากกระบวนการฝึกนักแสดง ซึ่งต้องเรียนรู้การใช้ร่างกาย ความคิด อารมณ์ และการสื่อสารกับผู้ชม เมื่อนำมาปรับให้เหมาะกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จึงสามารถต่อยอดสู่การใช้งานที่กว้างกว่าการเป็นนักแสดง ทั้งการพูดหน้าชั้นเรียน การนำเสนอ การเข้าสังคม การสัมภาษณ์ ตลอดจนการสื่อสารในการทำงานในอนาคต
“เราอยากให้เด็กเห็นว่า การเรียนรู้การแสดงไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นนักแสดง เพราะทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกคน เราไม่จำเป็นต้องสวยหรือหล่อเหมือนใคร แต่สามารถมีอัตลักษณ์และเสน่ห์ในแบบของตัวเองได้ กิจกรรมวันนี้จึงเป็นการจุดประกายให้เขาได้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า นักแสดงฝึกอะไร และสิ่งที่ฝึกสามารถนำมาใช้กับชีวิตจริงได้อย่างไร” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุทธนา กล่าว
พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุทธนา ยังกล่าวถึงการต่อยอดสู่กิจกรรม Experience Day ของหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล ซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้เรื่องการสร้างและนำเสนอตัวตนในรายละเอียดมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้า สี และรูปทรงที่เหมาะกับตนเอง ไปจนถึงการยืน เดิน นั่ง การหายใจ และการใช้ร่างกาย โดยผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายเป็นนักแสดง ผู้ที่ต้องการพัฒนาบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจ หรือค้นหาเสน่ห์ของตัวเองก็สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้
ปิดท้ายด้วยเสียงสะท้อนจาก ด.ญ.จิระภัสสร อมรยุทธ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนราชินีบน ที่กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรม Personal Color ที่ช่วยให้ได้เรียนรู้การเลือกสีให้เหมาะกับตนเอง รวมถึงสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการแต่งหน้าและการเลือกใช้สีเพื่อเสริมบุคลิกภาพ
นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เรื่องการดูแลบุคลิกภาพ การแต่งหน้า และการเดิน ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและต่อยอดในอนาคตได้ โดย ด.ญ.จิระภัสสร กล่าวว่า ปัจจุบันมีความสนใจด้านการแสดง และหลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความตั้งใจศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการแสดง เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและก้าวไปสู่เส้นทางอาชีพที่สนใจในอนาคต
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และข้อมูลหลักสูตรของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ที่ www.dpu.ac.th และเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/CommArtsDPU
