bg-single

เปิดท่าทีประเทศต่าง ๆ ต่อภัย Online Scam ในเวทีประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ หลังศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ของไทย คว้ารางวัลที่ 1 ของโลก!

15.07.2025

ภายหลังจากที่ ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ของไทย AOC 1441 คว้ารางวัลที่ 1 ของโลกจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำทีมเข้ารับรางวัลชนะเลิศ The Winners และศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี รับรางวัลระดับ Champions จากโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้จัดพิธีมอบรางวัล WSIS Prizes 2025 ในระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society (WSIS) +20 High Level Event 2025 ณ สำนักงานใหญ่ ITU กรุงเจนีวา ประเทศสวิสแลนด์เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 โดยมีดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ AOC และนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอีเข้าร่วมด้วยนั้น

“โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC)” ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงดีอี ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท การสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จาก ITU ซึ่งเป็น 1 ใน 19 โครงการที่ได้รับรางวัล Winners ที่มอบให้กับโครงการซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้มีโครงการที่ส่งเข้าร่วมการประกวด 973 โครงการจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก”

“รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามของประเทศไทยในการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศทั่วโลก ผมจึงจะใช้โอกาสนี้ในการขอความร่วมมือจากนานาประเทศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว

สำหรับ “ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC)” เป็นกลไกหลักของประเทศไทยในการรับแจ้งเหตุ ป้องกัน และจัดการกับภัยหลอกลวงออนไลน์ โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มี เป้าหมายหลัก 4 ประการ ได้แก่

  1. อายัดบัญชีคนร้ายทันที เพื่อปกป้องความเสียหายของผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน
  2. ติดตามความคืบหน้าทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมและสามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอด
  3. เร่งรัดกระบวนการคืนเงิน เพื่อให้สามารถนำเงินคืนผู้เสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมและขยายผล เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรไซเบอร์อย่างครอบคลุม

จากรายงานของศูนย์ AOC ระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ฯ มีการจัดการคดีแล้วกว่า 1.18 ล้านคดี สามารถป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท และส่งผลให้มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ลดลงถึง 42%

“การได้รับรางวัลชนะเลิศ “WSIS Prizes 2025” ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ แสดงถึงศักยภาพของประเทศในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามออนไลน์ เราจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและความร่วมมือระดับชาติและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าวสรุปท่าทีของประเทศต่าง ๆ ต่อปัญหา Online Scam

และปรากฎว่า ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 8–11 กรกฎาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย รวมถึงเวทีระดับนานชาติที่มีการประชุมที่เกี่ยวข้อง ต่างสะท้อน ภาพรวมประเทศไทยไว้น่าสนใจว่า ไทยและประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ต่างตระหนักถึงความรุนแรงของ online scam ซึ่งเป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และมีการหยิบยกในทุกกรอบการประชุม รวมถึงในบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (digital transformation) ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

ที่ประชุมกรอบต่าง ๆ ย้ำความสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในการต่อต้านปัญหา online scam ผ่านกลไกของอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติและดิจิทัล ทั้งในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างศักยภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแบ่งปันเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

โดยกรอบประเด็นที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  รมว.กต. หยิบยกในกรอบต่าง ๆ มาหารือ ในวงรมต.ตปท.อาเซียน : เช่น การรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ เป็นปัจจัยที่ทำให้สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคซับซ้อนยิ่งขึ้น บั่นทอนความพยายามในการสร้างประชาคมอาเซียน และส่งผลกระทบเชิงลบต่อความมั่นคงของภูมิภาค การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งได้สร้างความเสียหายทางการเงินในภูมิภาค 18–37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาเซียนจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ โดยการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การควบคุมชายแดน และการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างประสานงานกัน นอกจากนี้ ไทยหวังว่า อาเซียนสามารถจะมีข้อสรุปและรับรองแผนความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนอาเซียน (ASEAN Border Management Cooperation Roadmap) ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (AMMTC) โดยเร็วที่สุด เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในการปกป้องภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น

•ระดับ อาเซียน – สหรัฐ: เสนอให้อาเซียนและสหรัฐฯ ร่วมกันเร่งรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์และ online scam ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคและต่อความปลอดภัยของประชาชน

• ระดับอาเซียน – ออสเตรเลีย: เสนอให้กระชับความร่วมมือผ่านศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ (Counter Trafficking in Persons Centre of Excellence) ที่กรุงเทพฯ (เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์)

• ระดับอาเซียน สหภาพยุโรป และ อาเซียน รัสเซีย: เสนอให้มีความร่วมมือทางเทคนิคเกี่ยวกับ scam detection technologies

• ASEAN Regional Forum (ARF): เน้นย้ำความสำคัญของการขยายวาระของ ARF ให้ครอบคลุมภัยคุกคามสมัยใหม่ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์และ online scam ซึ่งทวีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ หยิบยก ประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

• อินโดนีเซีย: ปัญหาเร่งด่วนในปัจจุบันคือการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และยาเสพติด โดยเน้นย้ำว่า ภูมิภาคต้องไม่กลายเป็นแหล่งปลอดภัย (safe haven) ของเครือข่ายอาชญากรรม และเรียกร้องให้มีการประสานงานเชิงปฏิบัติการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล การจัดตั้งจุดประสานงานต่อต้านการหลอกลวง (anti-scam focal points) และการใช้ประโยชน์จาก SOMTC Working Group on Cybercrime and Online Scams อย่างมีประสิทธิภาพ

• เมียนมา: การกระทำของกลุ่มต่อต้านบางกลุ่มมีเป้าหมายเพื่อขยายการควบคุมพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การผลิตยาเสพติด และการหลอกลวงออนไลน์ ทั้งนี้ การปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของเมียนมาและความพยายามในการต่อสู้กับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับความไม่มั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดน

• สหรัฐฯ: สหรัฐฯ เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะ online scam โดยเห็นว่าจำเป็นต้องตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเด็ดขาด (effectively and decisively) โดยเคารพถึงอธิปไตยและหลักนิติธรรม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้เสนอ Joint Statement of the East Asia Summit on Combatting Online Scams and Related Transnational Crime Issues และพร้อมร่วมมือผ่านอาเซียนผ่านกลไก ADGMIN (ASEAN Digital Ministers Meeting) และ SOMTC (ASEAN Senior Officials Meeting on Transnational Crime)

• สหราชอาณาจักร: ย้ำความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงการหลอกลวงออนไลน์ (online scam) ผ่านการสนับสนุนในกรอบการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติของอาเซียน (SOMTC) และได้สนับสนุนอาเซียนในการจัดตั้งคณะทำงานด้านการฟอกเงิน (ASEAN Money Laundering Working Group)

• ออสเตรเลีย: ให้ความสำคัญกับการกระชับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ และจะส่งเสริมความร่วมมือผ่านการฝึกอบรม และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในกรอบอาเซียนที่เกี่ยวข้องต่อไป

• นิวซีแลนด์: ให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการต่อต้านองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติ และจะให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป

• รัสเซีย: ไม่ได้กล่าวถึง online scam โดยตรง แต่ระบุถึงความร่วมมือเพื่อรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล และอาชญากรรมด้านข้อมูลข่าวสาร

• อินเดีย: หยิบยกปัญหาการหลอกลวงผู้สมัครงานไปทำงานให้แก่ scam center ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบข้ามพรมแดน และควรมีความร่วมมือกันในระดับระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไทยสนับสนุนให้อินเดียร่วมมือใกล้ชิดกับอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึง online scam เพื่อให้เกิดพื้นที่ดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับทุกคน

• แคนาดา: แสดงความห่วงกังวลร่วมกับอาเซียนในเรื่อง online scam center และพร้อมร่วมมือกับอาเซียน และพร้อมร่วมมือกับอาเซียนผ่านกลไกการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านดิจิทัล (ASEAN Digital Senior Officials Meeting: ADGSOM) เพื่อร่วมมือกับอาเซียนในด้าน AI และการต่อต้าน online abuse

• จีน: ยินดีต่อความร่วมมือที่มีกับไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ในการปราบปรามการพนันทางออนไลน์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี

• ญี่ปุ่น: ให้ความสำคัญกับปัญหาการ online scam เพราะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน ญี่ปุ่นร่วมกับ UNODC ดำเนินโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ (capacity building) และส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่ และต้องการส่งเสริมความร่วมมือกับอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยดำเนินการผ่านศูนย์ ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre (AJCCBC) ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

• สาธารณรัฐเกาหลี: กล่าวว่าความเชื่อมโยงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทุกประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (cybersecurity) สาธารณรัฐเกาหลีให้การสนับสนุนความร่วมมือกับอาเซียนผ่านโครงการ ASEAN Cyber Shield Project เพื่อเสริมสร้างความสามารถของประเทศสมาชิกอาเซียนในการรับมือกับภัยทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ ตลอดจนการเสริมสร้างทักษะให้เจ้าหน้าที่เพื่อรับมือกับภัยที่อาจจะเกิดจากการใช้สกุลเงินดิจิทัล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)