bg-single

เลือกตั้งเมียนมากับวิกฤตความหิวโหย

02.01.2026

ภาพ : AP

ต่างประเทศ

เลือกตั้งเมียนมากับวิกฤตความหิวโหย

เริ่มกันแล้ว สำหรับการเลือกตั้งในพม่า หรือเมียนมา ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2569

เป็นการจัดการเลือกตั้งท่ามกลางสงครามกลางเมือง ที่ทำให้หลายพื้นที่ของเมียนมาต้องพังพินาศ และทำให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ เมียนมาแต่เดิมถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองก็ยิ่งทำให้ประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่เหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่กองทัพได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

รอยเตอร์รายงานว่า วิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมในเมียนมาถือเป็นหนึ่งในวิกฤตที่รุนแรงที่สุดในเอเชีย อันมีปัจจัยกระตุ้นมาจากสงครามกลางเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้น และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ที่ผ่านมา คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองได้ปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ความมั่นคงทางอาหารที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ โดยมีการกดดันบรรดานักวิจัยไม่ให้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความอดอยากหิวโหยของประชาชน และสั่งห้ามเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการปราบปรามสื่อมวลชนอย่างหนัก นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เป็นต้น

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเมียนมา เป็นหนึ่งในโครงการที่ขาดแคลนงบประมาณมากที่สุดในโลก และได้รับเงินทุนสนับสนุนเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น

โดยรายงานพิเศษของยูเอ็น ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ระบุว่า การที่สหรัฐอเมริกาตัดงบประมาณความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวเมียนมา ซึ่งยูเอ็นประมาณการว่า ประชากร 20 ล้านคน จากทั้งหมด 51 ล้านคนในเมียนมา กำลังต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและการอ่อนค่าของเงินเมียนมาอย่างหนัก ได้ผลักดันให้ประชากรราวครึ่งประเทศอยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน

นอกจากนี้ ข้อมูลของยูเอ็นยังระบุว่า มีประชาชนมากกว่า 3.6 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และยังมีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 6,800 ราย จากความขัดแย้งที่มีชนวนมาจากรัฐประหาร

ขณะที่โครงการอาหารโลก หรือดับเบิลยูเอฟพี แห่งยูเอ็น ระบุว่า ความรุนแรงที่ทวีคูณมากขึ้น ได้บีบบังคับให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องอพยพหนีภัย และส่งผลให้ประชาชนในเมียนมากว่า 12 ล้านคน เผชิญกับภาวะหิวโหยขั้นรุนแรงในปีหน้า ในจำนวนนี้มีถึง 1 ล้านคน ที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเพื่อต่อลมหายใจ

โดยดับเบิลยูเอฟพีประมาณการว่า ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 16 ล้านคนทั่วเมียนมา ที่กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างเฉียบพลัน

ซึ่งการขาดแคลนอาหารของคนเหล่านี้กำลังคุกคามทั้งชีวิตและช่องทางการทำมาหากิน พร้อมระบุว่า ประชากรกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือที่มีขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก ที่ทำให้เมียนมากลายเป็น “จุดวิกฤตความหิวโหยที่น่ากังวลอย่างยิ่ง”

และดับเบิลยูเอฟพีระบุอีกว่า ปีนี้คาดว่าจะมีเด็กมากกว่า 540,000 คนทั่วเมียนมา ที่ต้องทนทุกข์จากภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะร่างกายผอมแห้งจนเป็นอันตรายถึงชีวิต และอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงไปตลอดชีวิต โดยตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วถึง 26 เปอร์เซ็นต์

และว่า ปัจจุบันมีเด็กในเมียนมาที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 1 ใน 3 คน กำลังประสบปัญหาภาวะแคระแกร็น หรือการเจริญเติบโตไม่สมส่วนตามวัย

ในเรื่องของเศรษฐกิจนั้น รอยเตอร์ระบุว่า เศรษฐกิจของเมียนมา ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกลที่สุดในภูมิภาค แต่กลับต้องดิ้นรนอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากผลกระทบของสงครามกลางเมือง ภัยธรรมชาติ และการบริหารงานที่ผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ธนาคารโลกได้ระบุไว้ในเดือนธันวาคมนี้ว่า เศรษฐกิจเมียนมาเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว และคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี จะกลับมาเติบโตได้ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ในปีงบประมาณหน้า

ซึ่งการเติบโตที่คาดไว้นี้มีแรงขับเคลื่อนมาจากการบูรณะซ่อมแซมบ้านเมือง หลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเดือนมีนาคม 2568 และการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด แม้ว่าจะคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า หลังการเลือกตั้งแล้วเมียนมาจะเดินหน้าไปทางไหนต่อไป และจะสามารถแก้วิกฤตความหิวโหยของประชาชนได้หรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ภาพสะท้อน ประชาชน กรณี AI PASSPORT
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”