โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
Free and Open Indo-Pacific หรือ FOIP หรืออินโด-แปซิฟิก เสรีและเปิดของญี่ปุ่นกำลังวิวัฒน์สู่กรอบปฏิบัติใช้เพื่อความยืดหยุ่นภูมิภาค
โดยความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียกำลังก่อตัวขึ้นเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของกรอบยุทธศาสตร์สำคัญในเอเชีย-แปซิฟิกนี้
ซึ่งเราควรวิเคราะห์กัน
วิวัฒนาการ
ดั้งเดิม FOIP เป็นกรอบภูมิภาคเพื่อจัดการสินค้าสาธารณะ เป็นการตอบสนองทางโครงสร้างต่อการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัว ความแตกแยกของห่วงโซ่อุปทานและความไม่แน่นอนทั่วภูมิภาค ภายในการเปลี่ยนย้ายนี้ ความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียกำลังก่อตัวเป็น ตัวขับเคลื่อนสำคัญของความยืดหยุ่นภูมิภาคและเสถียรภาพ
การเคลื่อนย้ายของ FOIP ได้สะท้อนอยู่ในความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-อินเดีย ปี 2006 เมื่อนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ และนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน สิงห์ ของอินเดียวางรากฐานยุทธศาสตร์ญี่ปุ่น-อินเดียและพันธมิตรระดับโลกคือ Japan-India Strategic and Global Partnership เพื่อแชร์ความมุ่งหวังก่อสันติภาพภูมิภาค เสถียรภาพและความมั่งคั่ง
เกือบ 2 ทศวรรษต่อมา นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี (Narenda Modi) เยือนญี่ปุ่นสิงหาคม 2025 เน้นย้ำวิวัฒนาการพันธมิตรยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อรวมอย่างชัดเจนกับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
กิจกรรมทางการทูตตามมา รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น Toshieritsu Motegi เยือนอินเดียมกราคม 2026 และนายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิชิ ประกาศทำ FOIP ให้ทันสมัยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ส่งสัญญาณปรับแนวทางนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นกว้างขึ้น ปรับ FOIP ทันสมัยเน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยืดหยุ่นและปฏิบัติผ่านความเป็นพันธมิตรและกลไกความร่วมมือ สร้างกรอบกว้างในความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียภายในกรอบเครือข่ายอินโด-แปซิฟิก
ความร่วมมือทวิภาคีญี่ปุ่น-อินเดียได้ขยายนอกเหนือความช่วยเหลือด้านการพัฒนาและโครงการโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นนโยบายต่างประเทศพื้นฐานของญี่ปุ่นนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด สู่วาระกว้างขึ้นด้านความร่วมมือทางทะเล ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยี พร้อมสนใจความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เซมิคอนดักเตอร์และแร่หายาก
นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิเยือนอินเดียกรกฎาคม 2026 คาดว่า จะจัดให้สภาพต่อไปในประเด็นวาระนี้ ผ่านความร่วมมือลึกขึ้นด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นภูมิภาค
ทำไม FOIP จึงปรับเปลี่ยน
การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ-จีน ความปั่นป่วนของห่วงโซ่อุปทานเพิ่มสูง ความไร้เสถียรภาพทางทะเลและพลังงาน ทำให้ความเปราะบางภูมิภาคเพิ่มขึ้น
FOIP ของญี่ปุ่นกำลังจัดรูปใหม่ กรอบการจัดการประสิทธิภาพภูมิภาค ดูดซับความตื่นตระหนกจากภายนอก ด้วยความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียเล่นบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นภายในสถาปัตยกรรมนี้ โดยเสนอแชร์ความเปราะบางความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พันธมิตรญี่ปุ่น-อินเดียให้ความแข็งแกร่งในความยืดหยุ่น ระเบียบภูมิภาคกว้างขึ้น
ความสำคัญ
ของความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดีย
ประเด็นวาระ FOIP วางเสริมหน้าที่ระหว่างขอบเขตในบทบาทอินเดียและความสามารถความก้าวหน้าเทคโนโลยี การเงินและสถาบันของญี่ปุ่น ตำแหน่งของอินเดียคือ อำนาจทางทะเลและขยายฐานอุตสาหกรรม ส่วนสำคัญกระจายห่วงโซ่อุปทาน
ในขณะที่บทบาทญี่ปุ่นคือ ผู้จัดให้ด้านเทคโนโลยี ริเริ่มแนวทางภูมิภาค และเงินทุน
ความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียเชื่อมโยงแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย เพิ่มความเข้มแข็งเชื่อมโครงข่ายอินโด-แปซิฟิกกว้างขึ้น
การสนทนาในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ QUAD ที่นิวเดลลี อินเดีย พฤษภาคม 2026 ทำให้แข็งแกร่งขึ้นในยุทธศาสตร์ FOIP ของญี่ปุ่น
การประชุมเน้นความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือพลังงานและพันธมิตรแร่หายากกับวิวัฒน์ FOIP ต่อกรอบภูมิภาคแนวทางยืดหยุ่น
มีหลายภาคส่วนที่ความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดียสามารถแข็งขึ้นขัดแย้งกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ควรสร้างความเป็นสถาบันต่อความร่วมมือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน และประสานนโยบายอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีสำคัญ
ความเข้มแข็งขึ้นของความร่วมมือเครือข่ายจะกลายเป็นมีความสำคัญขึ้นคือ วิวัฒน์ของ QUAD กับอาเซียน
ญี่ปุ่นและอินเดียควรนำเสนอ การท้าทายนโยบายโดย กลไกสถาบันเชิงลึกเพื่อความร่วมมือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระชับการประสานระหว่างรัฐกับเอกชน และแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศและความร่วมมือเทคโนโลยี
นี่จะสร้างรากฐานยุทธศาสตร์ทนทานที่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงจากผู้นำทางการเมืองในประเทศ ที่อาจเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญนี้ได้
ไม่มีพันธมิตรเดียวสามารถนำเสนอการเชื่อมต่อกันและกัน ได้เพียงการท้าทายความมั่นคงและเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างเดียว ความร่วมมือเครือข่ายอนุญาตให้ญี่ปุ่นและอินเดียผลักดันความร่วมมือ โดยปราศจากการเรียกร้องพันธะมีแต่ยุทธศาสตร์สมบูรณ์ (Full Strategy) ความร่วมมือเน้นประเด็นจะคงความสำคัญ ที่อนุญาตญี่ปุ่นและอินเดียร่วมมือกันแม้ว่าทั้งสองประเทศมีแนวทางยุทธศสาตร์แตกต่างกัน
FOIP ของญี่ปุ่นยังคงพึ่งพิงเครือข่ายพันธมิตรนอกความร่วมมือญี่ปุ่น-อินเดีย ความร่วมมือญี่ปุ่น-ออสเตรเลียสำคัญโดยเฉพาะเรื่องแร่หายาก ความมั่นคงพลังงานและความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สหรัฐเป็นพันธมิตรหลักของทั้งญี่ปุ่นและอินเดียคือ พันธมิตรสำคัญเพื่อความมั่นคงพลังงานและเศรษฐกิจ
ข้อจำกัดพันธมิตรอื่น รัสเซีย
ความทนทานของพันธมิตร จะขึ้นอยู่กับการจัดการความแตกต่างของความคาดหวัง ความผูกพันอินโด-แปซิฟิกของอินเดีย ยังเผชิญข้อจำกัดใหญ่กว่าเรื่องการขยาย FOIP ของญี่ปุ่น นั่นคือความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศและพลังงานของอินเดียกับรัสเซีย การพึ่งพิงทางเศรษฐกิจกับจีนและการจัดอันดับยาวนานเรื่อง ความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของอินเดีย
เหนืออื่นใด พันธมิตรญี่ปุ่น-อินเดียควรย้ายการควบรวมยุทธศาสตร์มากขึ้น ให้ความร่วมมือทางสถาบันมากขึ้น ผสมความร่วมมือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เครื่องมือตอบสนองวิกฤตโครงสร้างและบูรณาการลึกสู่ เครือข่ายกว้างขึ้นของ FOIP ของพันธมิตรภูมิภาค
สำหรับความเป็นสถาบันจะสามารถทำให้พันธมิตรญี่ปุ่น-อินเดียตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อความปั่นป่วนภูมิภาค ในขณะที่การจัดการแนวทางยุทธศาสตร์แตกต่างของ 2 ประเทศ
การนำเสนอความเปราะบางร่วมในความมั่นคงเศรษฐกิจและเสถียรภาพยุทธศาสตร์ พันธมิตรญี่ปุ่น-อินเดียก่อความยืดหยุ่น ระเบียบภูมิภาคมากขึ้น
คู่แข่งสำคัญ จีน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนสำคัญของญี่ปุ่นเยือนอินเดียและลงนามร่วมมือกับอินเดีย แล้ว FOIP ของญี่ปุ่นขยายบทบาท
คนที่สะดุ้งคือ จีน ลำพังอินเดียก็เป็นคู่แข่งขันสำคัญของจีน นี่ญี่ปุ่นมีความเคลื่อนไหวทั้งนโยบายต่างประเทศ เสนอ FOIP แล้วญี่ปุ่นยังพาดพิงเรื่องไต้หวัน จุดอ่อนไหวที่สุดของจีนอีก จีนตีความญี่ปุ่นว่า remilitarize หรือฟื้นฟูลัทธิทหารนิยม จริงหรือไม่
จีนจึงมุ่งไปทางต่อต้านญี่ปุ่น ได้แก่
จีนสั่งควบคุมส่งออกไปยัง 20 หน่วยงานญี่ปุ่น อ้างการฟื้นบทบาททหารและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่าหน่วยงานเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกระดับขีดความสามารถทางทหารของญี่ปุ่น กระทรวงพาณิชย์จีนได้ควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังหน่วยงานญี่ปุ่น 20 แห่งเพื่อยับยั้งการฟื้นบทบาททางทหารของญี่ปุ่นและพยายามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ จีนอ้างว่ามีขึ้นเพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติจีน รวมทั้งปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ จีนมุ่งเป้าเฉพาะหน่วยงานญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ได้ทั้งพลเรือนและทางทหาร (Dual-Use Item) ไม่กระทบต่อการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าปกติระหว่างจีน-ญี่ปุ่น
หน่วยงานของญี่ปุ่นที่จีนเพิ่มเข้าอยู่ในบัญชีห้ามส่งออก ส่วนหนึ่งได้แก่ สถาบัน Institute of Defence Studies ของกระทรวงป้องกันประเทศญี่ปุ่น, บริษัทย่อยของ Mitsubishi, Fujitsu
และเมื่อดูรายละเอียดบริษัทเหล่านั้น ได้แก่ Mitsubishi Heavy Industries (บริษัทผลิตเหล็กและอาวุธตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) Shipbuilding Co., Ltd. (บริษัทสร้างเรือแบบไหนก็ได้) บริษัท Fujitsu Defence & National Security Ltd. (ไม่ใช่ผลิตกล้องถ่ายรูปเท่านั้น แต่ผลิตเพื่อใช้ด้านความมั่นคงแห่งชาติด้วย), NEC Aerospace System (ไม่ใช่ผลิตโทรทัศน์แต่คือ ระบบอากาศยาน) ดูแล้วนับเป็นบริษัทที่สามารถและผลิตอาวุธและผลิตภัณฑ์ทางการทหารได้
ขณะที่อินเดียสัมพันธ์กับมหาอำนาจทางการทหารเช่น รัสเซียอยู่ จีนก็ตระหนก แล้วญี่ปุ่นยังมีบริษัทที่ผลิตสินค้าที่ใช้ได้ทั้งกิจการพลเรือนและทหารได้
เมื่อผู้นำญี่ปุ่นเยือนอินเดีย แล้วประกาศผลักดัน FOIP จะไม่ให้จีนตอบโต้ได้อย่างไร
