ต่างประเทศ
เลือกตั้งกลางเทอม หรือการเลือกตั้งกลางวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หลงเหลือเวลาอยู่อีกเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น ปัญหาใหญ่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลานี้คือ ความผิดหวัง คับข้องใจต่อสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเริ่มแพร่ระบาดออกไปในหมู่อเมริกันทุกระดับ ตั้งแต่ชาวไร่ชาวนา ไปจนถึงคนขับรถบรรทุกและผู้บริโภคโดยรวม ส่งผลให้พรรครีพับลิกันต้องทำงานหนักกว่าที่เคยคาดไว้เมื่อสัปดาห์สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้
ปัญหาใหญ่ของรีพับลิกันในเวลานี้คือ ราคาสินค้าพุ่งขึ้นสูงแล้วนิ่งอยู่อย่างนั้น
ผลคือในเขตเลือกตั้งใดก็ตามที่พรรครีพับลิกันและทรัมป์เคยชนะอย่างง่ายดายในปี 2024 ตัวแทนพรรคกลับต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเอาใจและโน้มน้าวความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง
แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปอย่างที่ใจต้องการนัก
ปัญหาของรีพับลิกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติ
ในตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ทรัมป์เจอกับปัญหาความไม่พอใจต่อการขยายขอบเขตของการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นในรัฐที่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรแต่เดิมอย่างโอไฮโอ และมิชิแกน เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มที่สูงเป็นประวัติการณ์ในเวลานี้ ทั้งๆ ที่ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวเต็มแก่
ส่วนในรัฐทางตอนเหนือ ความไม่พอใจต่อรัฐบาล รวมศูนย์อยู่ที่ราคาแพงลิบลิ่วของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับทำความร้อนสำหรับหน้าหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา
คอลลิน รีด นักยุทธศาสตร์ของพรรครีพับลิกันยอมรับว่า ในสภาพที่ประธานาธิบดีที่อัตราการยอมรับมีเพียงแค่ 30% เศษๆ ในความเป็นจริงทั้งหมดจึงยากต่อพรรครีพับลิกัน ที่จะลงแข่งขันแล้วเอาชนะให้ได้ในเลือกตั้งที่จะถึงนี้
ทรัมป์ดูเหมือนจะกระสากับกลิ่นความยากลำบากที่กำลังเกิดขึ้น มาตรการชั่วคราวสารพัดถึงได้หลั่งไหลกันออกมา เพื่อดึงคะแนนจากฐานเสียง
ตั้งแต่การประกาศแจกเงิน 90 ดอลลาร์ สำหรับผู้ชราภาพที่อยู่ในโครงการเมดิแคร์
ต่อด้วยการจะแจกอีก 500 ดอลลาร์ ต่อลูกค้าในโครงการแอฟฟอร์เดเบิล แคร์ แอคต์ เรื่อยไปจนถึงการประกาศจะแจก 5,000 ดอลลาร์ให้กับทุกคน ถ้าหากพรรครีพับลิกันยังคงครองอำนาจอยู่ในสภาคองเกรส
นี่ยังไม่นับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการใช้อำนาจในฐานะประธานาธิบดีสั่งการให้ลดความเข้มงวดในการใช้น้ำมันดีเซลปลอดภาษีในรัฐเนบราสกา เมื่อต้นสัปดาห์ เป็นอาทิ
อันที่จริง โดยภาพรวมแล้วรีพับลิกันได้เปรียบพรรคเดโมแครตอยู่ในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องเงินทุนในการหาเสียง หรือการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงของผู้สมัคร แต่ก็ยังเผชิญปัญหาในหลายๆ พื้นที่ที่ไม่ควรจะเป็น จนถึงขนาดอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต้องออกปากว่า ไม่คิดว่าตนเองจะต้องตระเวนช่วยหาเสียงในหลายพื้นที่มากขนาดนี้มาก่อน หลังจากไปช่วยระดมทุนหาเสียงในรัฐอย่าง เวอร์จิเนีย เท็กซัส แคนซัส และเนบราสกา เป็นต้น
ตัวทรัมป์เองก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่งเฉยได้ เขาวิ่งล่องหลายต่อหลายเที่ยว รวมทั้งการไปเท็กซัส 3 ครั้งติด แถมยังมีอีก 1 ครั้งตามที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีวางแผนเอาไว้ว่าจะมีการชุมนุมขึ้นในสัปดาห์หน้านี้
สิ่งที่ทรัมป์พยายามบอกกับฐานเสียงเหล่านี้คือ ขอให้คิดเสียว่าคนที่ลงแข่งขันนั้นชื่อ ทรัมป์ ก็แล้วกัน
ปัญหาก็คือ ตัวผู้สมัครไม่ได้เป็นปัญหา นักยุทธศาสตร์ของพรรคยืนยันว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือสภาพเศรษฐกิจในเวลานี้ต่างหาก และชาวอเมริกันส่วนใหญ่เลือกที่จะลงคะแนนด้วยเหตุและผลทางเศรษฐกิจ
สูตรสำเร็จที่เคยใช้ได้สำหรับทรัมป์ อย่างเช่น แรงงานที่มีรายได้น้อย ที่เคยมีส่วนสร้างความสำเร็จให้ทรัมป์ก่อนหน้านี้ ได้รับผลกระทบอย่างสาหัสสากรรจ์จากการที่ราคาน้ำมันดีเซลแพงลิ่วในตอนนี้
โพลล่าสุดของนิวยอร์กไทม์สระบุด้วยว่า ตัวแทนพรรคเดโมแครต ยัง “ทำได้ดี” ในหมู่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงกลุ่มหนุ่มสาว, ผู้ชราภาพ, กลุ่มอิสระและกลุ่มละติโน ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงสำคัญของทรัมป์เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา
ไมค์ จอห์นสัน เตือนว่า ทางฝ่ายเดโมแครตพยายามทำให้การเลือกตั้งหนนี้เป็นเหมือนการลงประชามติว่าด้วยรัฐบาลทรัมป์ ในขณะที่รีพับลิกันพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นการลงประชามติว่าด้วยการฉ้อฉล
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันในที่สุดว่า ฝ่ายที่จะได้รับชัยชนะคือฝ่ายที่สามารถโน้มน้าวผู้คนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้มากกว่า
วินซ์ บีจอร์ลิ่ง นายแพทย์เกษียณอายุชาวเนบราสกา เปิดเผยว่า เตรียมลงคะแนนให้กับพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งที่จะถึง
เขายืนยันว่า ปัญหาเรื่องกำแพงภาษีของทรัมป์เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนสงครามกับอิหร่านก็เป็นความผิดพลาดในการคาดคะเนเหตุการณ์ แถมยังเป็นการนำที่ผิดพลาดมหันต์อีกด้วย
คนอย่างนี้ ประวัติอย่างนี้ ไม่สมควรได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
