bg-single

‘อรุณี’ อัด ‘ประยุทธ์’ แก้ยาเสพติดล้มเหลว ทำสังคมเสื่อม-ปัญหาครอบครัวรุนแรง

05.08.2022

‘อรุณี’ อัด ‘ประยุทธ์’ แก้ยาเสพติดล้มเหลว แก้เศรษฐกิจพลาด ชี้ช่องโหว่กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ทำสังคมเสื่อม ปัญหาครอบครัวรุนแรง เกิดวงจรอุบาทว์ จับ ปรับ คุมประพฤติ ไม่จบสิ้น

 

วันที่ 5 สิงหาคม 2565 ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดของยาเสพติดขณะนี้กำลังแพร่หลาย ปัญหายาเสพติดได้ลุกลามกัดกินประเทศไปทั่วทุกพื้นที่ จากปัญหาสังคมกลายเป็นปัญหาครอบครัวขั้นรุนแรง มีเหตุพ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ พ่อ-แม่หนีตายเพราะลูกติดยาจะทำร้ายร่างกาย เพราะการเข้าถึงยาเสพติดทำได้ง่าย ผู้เสพเพิ่มจำนวนมากขึ้นพร้อมกับจำนวนผู้เสพที่กลายเป็นผู้ขายได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย ยืนยันได้จากตัวเลขชี้วัดที่สะท้อนได้จากจำนวนผู้ถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงเท่าตัว อยู่ที่เกือบ 400,000 ราย ซึ่งการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาจมาจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ

1. การบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดมาโดยตลอดนับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อต้องมาเจอกับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่ไม่มีความสามารถอยู่แล้วยิ่งล้มเหลว ทำให้เศรษฐกิจอยู่ภาวะชะงักงัน ปัญหาปากท้องส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ประชาชนตกงานกลายสภาพเป็นคนจนโดยเฉียบพลัน บางส่วนจึงหันมาพึ่งพายาเสพติด หลายคนกลายเป็นผู้ขายเพื่อหารายได้ หลายคนเป็นกลายผู้เสพเพื่อคลายทุกข์ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ปล่อยปละละเลยปัญหายาเสพติด จนมีวาทะ ‘กี่ร้อยนายกฯก็แก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้’ ที่เกิดขึ้นมาก่อนการระบาดของโควิด-19 และล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงพูดในวาทกรรมเดิม แสดงถึงความไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา

2. พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่2) พ.ศ.2564 ที่มีการปรับโทษให้ผู้ต้องหายาเสพติดที่เป็น ‘ผู้ค้าตัวจริง’ ได้รับโทษเบาลง จากเดิมตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หากผู้ใดครอบครองยาเกินปริมาณที่กำหนดให้สันนิษฐานว่า ‘ครอบครองเพื่อจำหน่าย’ และจะได้รับโทษรุนแรง แต่ปัจจุบันได้มีการปรับการชี้วัดผู้ค้าออกจากผู้เสพด้วยปริมาณการครอบครองยาเสพติด เปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองยาแทน กลายเป็นช่องโหว่ทำให้ ‘ผู้ค้ารายย่อยกลายเป็นคนเสพ’ ได้ง่าย เพราะได้รับโทษเบาลง ผู้ขายยอมทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก คนขายตัวจริงยอมถูกจับติดคุกหรือเข้าศูนย์บำบัด เกิด ‘วงจรอุบาทว์’ ในการแก้ปัญหายาเสพติด ที่ทำให้การแยก ‘ผู้ค้าตัวจริง’ ออกจาก ‘ผู้เสพ’ ทำได้ยากมากขึ้น จึงไม่แปลกหากการจับกุมยาบ้าจะทยอยลดลงเรื่อยๆ ในภาพรวม จากที่จับกุมได้ 543 ล้านเม็ดในปี 2561 ลดลงเหลือ 334 ล้านเม็ดในปี 2564 สวนทางกับความเป็นจริงที่ยาบ้าได้ระบาดไปทั่วทุกระแหงและราคาถูกลงเหลือเพียงเม็ดละ 10-20 บาทเพราะมีตัวแทนขายตรงในทุกชุมชน

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดสถานการณ์ ‘คนล้นคุก’ ที่เกิดขึ้นในปี 2561-2564 สัดส่วนผู้ต้องขังทั้งหมดในเรือนจำ 143 แห่งตามรายงานของกรมราชทัณฑ์ เป็นคดียาเสพติด 76% ในปี 2561 และเพิ่มขึ้นทุกปีมาอยู่ที่ 81.5% ในปี 2564 และมีข่าวการตรวจจับยาเสพติดในต่างประเทศ ในปี 2564 เพียงปีเดียว ศุลกากรจาก 4 ประเทศ ตรวจยึดยาเสพติดจากไทยได้ถึง 10 ครั้ง จนถูกสังคมมองว่าประเทศไทยจากที่เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวของโลก กลายมาเป็นผู้ส่งออกยาเสพติดชั้นนำของโลกไปแล้วใช่หรือไม่

ดร.อรุณี กล่าวว่า กฎหมายที่มีช่องโหว่แบบนี้ถือเป็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทยและการแก้ไขปัญหายาเสพติดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งพวกพ้องตัวเองอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆ ได้ ซึ่งทางออกของเรื่องนี้ รัฐต้องเสนอทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายโดยต้องแยกผู้ค้ารายใหญ่และผู้ค้ารายย่อย รวมถึงต้องแยกผู้ค้ารายย่อยออกจากผู้เสพ เพื่อให้สามารถแยกการกระทำผิดและการลงโทษที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้กระบวนการฟื้นฟูผู้เสพยาต้องดูแลทั้งกายภาพและการดูแลด้านจิตใจ รวมทั้งต้องจริงจังกับการจัดการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้ระบบเพื่อทุจริตตามอำเภอใจในสถานที่จับกุมคุมขังและสถานบำบัดได้แล้ว

“พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งอยู่สังคมยิ่งเสื่อม 8 ปีก็มากเกินพอแล้วสำหรับความล้มเหลวทุกด้านที่ท่านสร้างขึ้น ทุกวันนี้คนไทยไม่ใช่แค่จน แต่ความปลอดภัยในชีวิตยิ่งลดน้อย เพราะยาเสพติดครองเมือง แค่เปลี่ยนนายกฯ ที่ชื่อพล.อ.ประยุทธ์คนเดียวก็แก้ปัญหาได้ ” ดร.อรุณี กล่าว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข