โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
กล่าวได้ว่า การเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพลเอก อาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ระหว่าง 6-7 สิงหาคม 2569 มีความสำคัญต่อเมียนมาแน่นอนดังจะกล่าวต่อไป
แต่สำหรับไทย เราเห็นภาพพิธีการทางการทูต คำสรรเสริญเยินยอและงานเลี้ยงทางการ
แต่มีคำถามว่า ไทยได้อะไรกันแน่
เราควรมองข้ามพิธีการราชการและพิธีการทูต
แต่ศึกษาข้อตกลงทางการฉบับต่างๆ ระหว่างเมียนมากับไทย
แถลงการณ์ ช่างราชการและสวยหรู
สรุปย่อแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีเมียนมาในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (แปลอย่างไม่เป็นทางการ) 6 สิงหาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทย1 ได้แก่
3. ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง
– พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ
– ยกระดับความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์และปัญหายาเสพติด
3.2 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
– บรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– เปิดจุดผ่านแดนถาวร ณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา (เมียวดี-แม่สอด)
– พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคม
– ความร่วมมือพลังงาน
– ยินดีลงนามบันทึกความเข้าใจด้านแรงงานฉบับใหม่ และความตกลงจ้างงานฉบับใหม่
3.3 ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
– หมอกควันข้ามแดน
– ไฟป่า
– คุณภาพน้ำในแม่น้ำชายแดนและแม่น้ำพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ
4. ความร่วมมือในระดับภูมิภาค
– เสริมสร้างความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบความร่วมมือภูมิภาคต่างๆ รวมถึง BIMSTEC, ACMECS และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ทั้งครอบคลุมและสวยหรู แต่เมื่อดูลึกในทางปฏิบัติจาก MOU และ TOR ของทั้งสองฝ่าย แล้วจะประหลาดใจ
MOU, TOR ลวง ลวงและลวง ทำไม
สรุปผลจาก MOU และ TOR ทั้งเมียนมาและไทยจะร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำในไทยหลายสาย จะร่วมมือกันแก้ปัญหาศูนย์หลอกลวง (Scam) ที่มีฐานในเมียนมาเชื่อมโยงกับไทย รวมทั้งสกัดกั้นการฟอกเงิน นอกจากนี้ ทั้งเมียนมาและไทยจะร่วมกันสร้างเสถียรภาพชายแดน ที่สำคัญมากไทยสนับสนุนบทบาทเมียนมาในอาเซียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดูเหมือนว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นสภาพปัญหาของทั้งสองฝ่ายที่ตรงประเด็นและชัดเจน ครอบคลุม แล้วทางการไทยยังเสนอให้ทางเมียนมาใช้จุดผ่านแดนบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2
ในรายละเอียดของ MOU เกี่ยวข้องกับแรงงานและการจ้างแรงงาน ส่วน TOR เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำร่วม แล้วจะมีการประยุกต์ใช้สำรวจแหล่งแร่หายากเพื่อใช้ในทางสันติ
มีข้อเสนอให้คณะทูตสามารถเข้าถึงพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธุ์เพื่อก่อให้เกิดเครือข่ายของอาเซียนเพื่อผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในเมียนมา
ทำไมจึงเรียกว่า เมียนมาลวงและลวง
การเคลื่อนไหวก่อนเดินทางเยือนไทยครั้งแรกของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ หลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบ 100 วัน หลังจากการทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งมกราคม 2021 ได้มีการเตรียมการอย่างดีในการประกอบสร้างภาพลักษณ์เมียนมาในทางบวก เปิดกว้าง เป็นประชาธิปไตย
ที่สำคัญคือ รัฐบาลเมียนมาเป็นคนจัดการให้ตัวแทนของ ICRC คณะทำงานขององค์การสหประชาชาติเข้าพบกับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งนานาชาติกังวลในเรื่องสุขภาพของเธอ สงสัยแม้ว่า เธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
มีข้อเสนอลดโทษนางออง ซาน ซูจี รวมทั้งการเข้าร่วมประชุมอาเซียนในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของทางการเมียนมา รวมทั้งการเดินทางเยือนไทยของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ครั้งนี้ด้วย
อันนี้เป็นการปูพื้นพัฒนาการทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยในเมียนมา ให้ได้รับการยอมรับในความคืบหน้าทางการเมืองของเมียนมา
แต่รายงานจากสื่อนานาชาติได้ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า รัฐบาลเมียนมายังใช้กำลังทางทหารทั้งเครื่องบิน ทิ้งระเบิด และใช้กำลังถล่มฐานสำคัญของฝ่ายต่อต้าน และเข้ายึดพื้นที่บริเวณเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามกับอำเภอแม่สอดของไทย โจมตีในพื้นที่ขัดแย้งในรัฐชิน รัฐสะกาย เมืองมะเต็ง เมืองพะโค2
ปี 2025 กองทัพเมียนมาใช้การโจมตีระยะไกล 173 ครั้ง และโจมตีเผชิญหน้าแล้วจับตัวฝ่ายต่อต้าน 218 ครั้ง3
ข้อมูลจาก Democratic Voice of Burmar-DVB บริเวณที่มีปัญหาสารพิษ ยาเสพติด กลุ่ม SCAM คือเป้าหมายการโจมตีด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด ปืนใหญ่ และใช้กองกำลังบุกยึดพื้นที่คืนของกองทัพเมียนมาเสียเป็นส่วนใหญ่
เมียนมามากับเหลี่ยม
กลับมาดูที่ MOU และ TOR ซึ่งมีภาพของความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสำคัญระหว่างสองประเทศเรื่องมลพิษในแม่น้ำของไทย ฝุ่นพิษข้ามพรมแดนจากเมียนมามาไทย การแก้ปัญหาด้วยการร่วมมือจัดการกับกลุ่ม SCAM
แต่ที่น่าสนใจมากคือข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญไทยให้ข้อมูลว่า ทางการเมียนมาพยายามแก้ไขข้อความในสาระสำคัญของ MOU และ TOR เช่น4
การจัดการต้นตอการทำเหมืองในเมียนมา
หยุดตรวจสอบต้นตอฝุ่นในเมียนมา
สืบค้นข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ และสารเคมีใช้ทำเหมืองในเมียนมา
ทางการเมียนมาต้องการตัดการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกับองค์การนานาชาติคือ Mekong River Commission-MRC แม้แต่มีความต้องการตัดบทบาทของอาเซียนออกจาก MOU และ TOR เสียด้วย รวมทั้งตัดข้อความผูกพันกับองค์การระหว่างประเทศทั้งหมด นับเป็นการตัดตอนบทบาทการทำงานขององค์การนานาชาติต่างๆ ที่ติดตามพัฒนาการสำคัญในเมียนมา
ไหนว่าเมียนมาอยากกลับมาสู่เวทีนานาชาติ
ไหนว่ารัฐบาลทหารเมียนมาให้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของแก่คนเมียนมา
ไหนว่าทางการเมียนมายอมรับฉันทานุมัติ 5 ข้อของอาเซียน โดยอ้างว่าทำบางส่วนแล้ว เช่น เริ่มหยุดยิงกันแล้ว เริ่มเจรจากับฝ่ายต่อต้านฝ่ายต่างๆ แล้ว แต่หลอกลวงชาวโลกและอาเซียนอย่างชัดเจน
การเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ เมื่อครบ 100 วันของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นมากกว่าความต้องการความชอบธรรมทางการเมืองแก่รัฐบาลเมียนมา
เมียนมาต้องการกลับสู่เวทีนานาชาติ แต่ได้ตัดทอนปฏิสัมพันธ์สำคัญระหว่างนานาชาติกับรัฐบาลเมียนมา ลดทอนแรงกดดันจากนานาชาติ
เมียนมาต้องการได้รับสถานะการเป็นสมาชิกอาเซียนโดยสมบูรณ์เพราะได้ปฏิบัติตามบางข้อของฉันทานุมัติอาเซียน 5 ข้อแล้ว โดยอ้างให้บทบาทนางออง ซาน ซูจี มีการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ซึ่งจริงๆ ล้วนเป็นฝ่ายรัฐบาลเมียนมาอยู่แล้ว และยังเป็นการแบ่งแยกและปกครองกลุ่มชาติพันธุ์อีกด้วย
ส่วนปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องสารพิษในแม่น้ำ ฝุ่น ควันข้ามพรมแดน กลุ่ม Scam การค้ามนุษย์ การฟอกเงินล้วนมีแต่คำกล่าวและข้อความสวยหรูใน MOU และ TOR แต่ไม่เกิดผลจริงจังต่อไทยเลย
คำถามสำคัญคือ ทำไมไทยจึงยอมเป็นสะพานปลอมๆ ให้ผู้นำทหารเมียนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เชิงอรรถ
- อ้างจาก แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสประธานาธิบดีเมียนมาเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ) กระทรวงการต่างประเทศไทย 6 สิงหาคม 2569 ↩︎
- อ้างจาก รายการ หน้าต่างโลก ข่าวค่ำ ช่อง TPBS 6 สิงหาคม 2026 ↩︎
- เพิ่งอ้าง ↩︎
- ข่าวค่ำ ช่อง TPBS 6 สิงหาคม 2026 ↩︎
