bg-single

‘ความโลภ’ เป็นโรคระบาดร้ายแรง กำลังทำลายสังคมมนุษย์ให้ล่มจม

14.08.2026

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

1.”โลภระบาด” คือเชื้อโรคที่ติดต่อได้ไม่เลือกชนชั้นหรือชนชาติ

โรคติดต่อธรรมดามีตัวเชื้อโรค มีการแพร่ระบาดผ่านอากาศ น้ำ ผ่านสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ หรือพืช ผ่านการเคลื่อนย้ายสินค้า วัตถุสิ่งของ และการเดินทางของผู้คน เราพอหาวิธีการสกัดกั้นระงับหรือจำกัดวงให้แคบและก็หายามาแก้ไข หรือทำลายเชื้อโรคนั้นได้

แต่ความโลภคือเชื้อโรคที่อยู่ในจิตสำนึก ทำให้เกิดการต่อสู้ แข่งขัน คดโกง แม้กระทั่งทำสงคราม จึงสามารถทำลายโครงสร้างสังคมและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมที่ดีงาม ทำลายเศรษฐกิจและทำลายชีวิต

ความโลภที่กำลังระบาดอยู่นี้ คือความอยากได้เงินทอง หรือทรัพยากร ที่ดิน วัตถุ และความอยากมีอำนาจและชื่อเสียง

ความโลภไม่ได้จำกัดเฉพาะคนรวยหรือคนจน คนรวยมีแล้วก็อยากมีเพิ่มขึ้นอีก คนที่มีร้อยล้าน-พันล้านอยู่แล้วก็อยากจะมีเป็นหมื่นล้าน

ส่วนคนจนนั้นเริ่มแรกก็ขอให้มีอาหารพอยังชีพ มีที่อยู่อาศัยให้ซุกหัวนอน พร้อมประกาศตัวเป็นคนจน และเมื่อเริ่มตั้งตัวได้ก็อยากจะมีรถมอเตอร์ไซค์ จากนั้นก็อยากมีรถยนต์ ถึงตอนนี้ก็ไม่สามารถขอบัตรคนจนได้

แล้วเมื่อเปิดโทรศัพท์มือถือมองเห็นสินค้าหรูหราก็คิดอยากมีบ้าง ตามค่านิยมผ่านการโฆษณา

ดังนั้น ทั้งคนจน คนชั้นกลาง และคนรวยจึงพยายามทำให้บรรลุเป้าหมายของตนเองในขณะนั้น คนที่มีสติสัมปชัญญะดี มีความรับผิดชอบ มองเห็นว่าศีลธรรมยังเป็นกรอบในการดำรงชีวิต ก็จะต่อสู้กับความโลภความอยากได้ แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งไม่สนใจ แม้รู้ว่าไม่ถูกต้องแต่ก็พ่ายแพ้ต่อความโลภความอยากของตนเอง

“โลภระบาด” ทำให้การคดโกงนั้นสามารถแพร่กระจายข้ามแดนไปยังประเทศต่างๆ ได้ ที่เคยติดสินบนในประเทศหนึ่งก็นำวิธีนี้ไปใช้ในอีกประเทศหนึ่งได้

เพราะความโลภไม่จำกัดสัญชาติ ไม่ต้องมีวีซ่า

“โลภระบาด” เหล่านี้จึงเวียนไปทั่วโลก

ทุนสีเทาและสีดำไม่ว่าจะไปที่ประเทศไหนก็จะเสนอสินบนและวิธีคดโกงไปทั่ว

2.”โลภระบาด” แพร่อย่างรวดเร็วเพราะระบบสื่อสารสมัยใหม่

ยุคนี้สามารถเผยแพร่สิ่งของสินค้าและมีวิธีโฆษณาให้คนอยากได้อย่างกว้างขวาง ต่อให้เป็นสิ่งของที่ไม่จำเป็นในชีวิตก็สามารถสร้างค่านิยม ทำให้เกิดกระเป๋าใบละ 100,000 หรือใบละ 1,000,000 ทั้งๆ ที่อาจใช้ประโยชน์ได้ไม่เท่ากับถุงพลาสติกหนาๆ ใบเดียวซึ่งทั้งกันน้ำได้และบรรจุของได้มากกว่า

ความโลภความอยากเหล่านี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับระบบทุนนิยมที่ได้ขยายกว้างไปอย่างรวดเร็ว และพัฒนาให้เป็นทุนนิยมแบบสะสมไม่สิ้นสุด มีทั้งการแข่งขันในระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม และแบบการเก็งกำไรหรือที่บางคนเรียกว่าทุนนิยมกาสิโน ซึ่งไปดำเนินการผ่านตลาดหุ้น ตลาดการค้าโภคภัณฑ์ในระดับสากล

ผู้คนในโลกจึงสามารถเก็งกำไรทั้งธุรกิจของบริษัทและโรงงานผู้ผลิตต่างๆ เก็งกำไรทั้งสินค้าวัตถุดิบ ตั้งแต่น้ำมัน อาหาร ธัญพืช โลหะที่จำเป็นในอุตสาหกรรม และโลหะมีค่า เช่น ทองคำ

โดยระบบสื่อสารสมัยใหม่ที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ข้อมูลทางการค้า การตกลงกันทางการค้า การเสนอซื้อเสนอขายทุกอย่างทำได้รวดเร็วในพริบตา จากนั้นการตอบสนองทางการเงินก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

เช่น สามารถเงินโอนเงินเป็นพันล้านหมื่นล้านได้ โดยระบบโลกสมัยใหม่ไม่มีความจำเป็นต้องหอบทองคำหรือเงินตามมูลค่าไปแลกเปลี่ยน

ดังนั้น เมื่อเชื่อถือตัวเลขและระบบ ทุกอย่างจึงกลายเป็นระบบที่สร้างความมั่งคั่งให้กับคนที่ได้เปรียบในสังคม

3.ความโลภทำให้เกิดการคดโกง
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมพังทลาย

ระบบสื่อสารยุคใหม่กระตุ้นความโลภ เรื่องราวข่าวสาร เพลง ความบันเทิง ส่งผ่านคลื่นสัญญาณตั้งแต่ 2G ถึง 6G สามารถนำภาพของสินค้า ความสวยงาม และอบายมุขไปกระตุ้นความอยากของผู้คนทั้งโลก สามารถนำพาความสุขและอันตรายไปสู่หน้าจอโทรศัพท์และโทรทัศน์ได้ทั่วโลก

ทุกสิ่งมี 2 ด้าน เมื่อมีประโยชน์ก็มีอันตราย เมื่อก่อนไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีเชื้อโรคที่ติดต่อผ่านสิ่งที่ไม่มีชีวิตเช่นโทรศัพท์ได้ แต่แล้วเราก็พบว่าเมื่อเราใช้โทรศัพท์กลับมีไวรัสที่แพร่เข้ามาทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบ และก็มีคนใช้การสื่อสารเป็นช่องทาง ปล้นชิง ฉ้อโกงทางโทรศัพท์

ความโลภที่เข้ามาเกาะกินหัวใจทำให้มีการทำผิดตั้งแต่เล็กน้อย ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจากการโกงเล็กโกงน้อยกลายเป็นการกินการโกงขนาดใหญ่ขึ้น และมีการทำกันเป็นขบวนการ เช่น การโกงเลือก ส.ว. มีคนเกี่ยวข้องนับหมื่น การโกงสอบบรรจุราชการท้องถิ่นก็มีคนเกี่ยวข้องเป็นหมื่นคน

การโกงงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล มีผู้เคยค้นคว้าระบุว่า ตัวเลขเงินทอนตั้งไว้เป็นมาตรฐาน 30 เปอร์เซ็นต์ของราคากลาง หมายความว่า ถ้าจะใช้งบประมาณแสนล้านก็จะต้องสูญเสียไปให้คนโกง 30,000 ล้าน พวกคนตัวเล็กที่ได้เงินใต้โต๊ะไปก็เอาไปใช้จ่าย เงินอาจกลับเข้ามาในสังคมทั้งใต้ดินเหนือดิน

แต่พวกตัวใหญ่เมื่อได้เงินจำนวนมาก ไม่กล้าไปฝากธนาคารเพราะจะถูกตรวจสอบ เวลานี้แม้ซื้อทองคำยังมีการตรวจสอบ จึงเก็บเงินซ่อนไว้เฉยๆ

จึงเกิดปรากฏการณ์แบงก์พันหายไปจากตลาดนับแสนล้าน แทนที่จะหมุนเวียนผ่านมือของคนอีกจำนวนมาก ส่งผลให้ความจนแผ่กระจายเพิ่มเข้าไปอีก ยิ่งจนมากคนยิ่งคิดทำความผิดมากขึ้น

ในระดับประเทศ…โลภระบาด…ติดต่อได้เร็ว เพราะเมื่อลูกน้องเห็นเจ้านายโกงได้เยอะ ตัวเองก็พยายามทำบ้างแม้ได้เงินน้อยกว่าแต่ก็ยังดี ต่อมาก็ทำร่วมกับเจ้านาย กลายเป็นขบวนการโกง

4.วงจรเศรษฐกิจระดับโลก ทำให้เกิดความโลภขนาดยักษ์
และสงครามการผลิตหลายอย่างมีลักษณะเป็นวงจรระดับโลก
สินค้าบางชนิดจำเป็นต้องพึ่งวัตถุดิบ
จากบางประเทศนำไปผลิตอีกประเทศหนึ่ง และส่งไปขายทั่วโลก

ถ้าผู้ที่มีอำนาจระดับผู้นำ เช่น ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีเกิดความโลภ จะมีผลกระทบทางนโยบายของประเทศ และกระทบต่อโลก เพราะผู้มีอำนาจจะคบกับคนรวยหรือกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ความโลภต่อทรัพยากร ความอยากในการครอบครองอำนาจ พวกเขาสามารถก่อสงครามเพื่อจะแย่งชิงน้ำมันและทรัพยากรอื่นๆ หรือแย่งชิงดินแดน

ประเทศเล็กหรือประเทศด้อยพัฒนา ถ้ามีทรัพยากรอยู่ก็จะถูกแย่งชิงด้วยวิธีการต่างๆ ถ้ามาแบบเรียบร้อยหน่อยก็จะผ่านเข้ามาในรูปการค้า การลงทุน และกอบโกยเอาผลประโยชน์ออกไป แต่ถ้าปิดประเทศไม่ยอมก็อาจจะถูกโจมตีด้วยกำลัง

ชีวิตของผู้คนไม่มีความหมายสำหรับความโลภขนาดยักษ์

คนจะตายเป็นพันเป็นหมื่นเป็นเพียงแค่ตัวเลข คนที่สั่งการไม่เคยรู้ว่าคนที่เสียชีวิตไปชื่ออะไรบ้าง มีพ่อแม่ญาติพี่น้องกี่คน

“โลภระบาด” ในเมืองไทยได้ปรับตัวจากที่เคยหลบซ่อนมาทำการคดโกงอย่างเปิดเผยเป็นขบวนการ ถ้าวันนี้ทั้งสังคมไม่ต่อต้านก็จะระบาดไปถึงกระบวนการยุติธรรม และจะทำลายสังคมที่เคยยกย่องความดีงามให้ย่อยยับลงไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไซเบอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมคุกคามโลก
ปฏิรูประบบราชการ หรือปฏิรูปรัฐ?
มหาอำนาจต้องการอะไรจากเมียนมา
เปิดแผนเกาหลีใต้ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิป
‘ความโลภ’ เป็นโรคระบาดร้ายแรง กำลังทำลายสังคมมนุษย์ให้ล่มจม
เสื่อมจนกองเชียร์เริ่มแบกไม่ไหว?
กำแพง มี ‘หนู’ ประตู มี ‘เน’
E-DUANG | จินตนาการ ความคิด เศรษฐกิจ การเมือง
ถนนสายนี้เป็นของพ่อคุณคนเดียว | เรื่องสั้น : พิมไม่มีการันต์
เขาวงกตแห่ง ‘การทำลายล้าง’ | ปราปต์ บุนปาน
ไพร่ผี ขบถ | วายุ จารุรัศมิ์ : กวีกระวาด
สุ่มเสี่ยง