ต่างประเทศ
ในห้วงที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เกาหลีใต้วางยุทธศาสตร์ครั้งใหม่เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และปัญญาประดิษฐ์กายภาพ
โดยตั้งเป้าหมายเป็น 1 ใน 3 ของชั้นนำของโลกในด้านดังกล่าวให้ได้ภายในปี 2030
เกาหลีใต้กำหนดจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในภูมิภาคโฮนัม พัฒนาศูนย์กลางการบรรจุและทดสอบชิปขั้นสูงในภูมิภาคชุงชอง และขยายศูนย์ข้อมูล AI ทั่วประเทศ ภายใต้การสนับสนุนอย่างครอบคลุมจากกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การจัดหาพลังงานและทรัพยากรน้ำเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ที่หนุนนำความสำเร็จของนโยบายนี้
รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า เอสเคกรุ๊ป จีเอสกรุ๊ป และเนเวอร์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของประเทศ จะร่วมลงทุนรวมประมาณ 550 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 12.81 ล้านล้านบาท เพื่อก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ที่มีกำลังไฟรวม 8.4 กิกะวัตต์ ในระยะแรก
โดยตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างภายในครึ่งแรกของปี 2028
ด้านรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ระบุว่า มูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมข้างต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,000 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 23,400 ล้านบาท ภายในราวปี 2035
นอกจากนั้น เกาหลีใต้จะมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ AI สำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน และตั้งเป้าเริ่มนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ออกแบบให้เหมาะกับ 10 อุตสาหกรรมหลัก ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2028 รวมถึงการจัดตั้งโรงงานข้อมูลส่งเสริมการพัฒนาโมเดลพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์กายภาพของเกาหลีใต้ และฝึกอบรมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และหุ่นยนต์ 10,000 คนภายในระยะเวลา 5 ปี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมย้ายฐานทัพอากาศที่เมืองควังจูภายในกลางปี 2028 เพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในพื้นที่ดังกล่าว
ด้านรัฐบาลท้องถิ่นที่ของควังจูกล่าวว่า คาดว่าจะสามารถสรุปพื้นที่จัดตั้งฐานทัพแห่งใหม่ได้ภายในสิ้นปีนี้
โดยมีแผนดำเนินการย้ายฐานทัพและพัฒนาคลัสเตอร์ควบคู่กันไป
พร้อมตั้งเป้าเริ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2030
ขณะเดียวกัน ซัมซุงมีแผนลงทุน 400 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 9.35 ล้านล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในเมืองควังจู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้
พร้อมระบุว่า ควังจูกำลังได้รับการพิจารณาให้เป็นพื้นที่ตั้งโครงการ เนื่องจากคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านไฟฟ้า น้ำ การพัฒนาบุคลากร รวมถึงสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
อีกทั้งซัมซุงยังมีแผนลงทุน 56 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.31 ล้านล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงขั้นสูงในเมืองชอนอันและอนยังด้วย
โดยรวมแล้วนั้น ซัมซุงมีแผนลงทุนภายในประเทศรวม 2,450 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 57.50 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 2026-2040 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
พร้อมกันนี้ เอสเค กรุ๊ป กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีใต้ มีแผนระยะยาวสำหรับโครงการส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่าประมาณ 1,100 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 25,685 ล้านบาท และโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 23,370 ล้านบาทด้วย
โดยนายชเว แท-วอน ประธานของเอสเค กรุ๊ป กล่าวว่า คาดว่าจะลงทุนในเกาหลีใต้โดยเฉลี่ยมากกว่า 100 ล้านล้านวอนต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า
และเผยว่า เอสเค ไฮนิกซ์ ผู้ผลิตชิปที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กับเอ็นวิเดีย มีแผนก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งที่ 4 ในคลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์ที่เมืองยงอินให้แล้วเสร็จภายในปี 2033 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมในปี 2045 ถึง 12 ปี
และนอกเหนือจากการลงทุนในคลัสเตอร์ผลิตชิปที่มีอยู่แล้วในยงอินและชองจู เอสเค ไฮนิกซ์ยังมีแผนลงทุน 400 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 9.32 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างฐานการผลิตชิปแห่งใหม่ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ครอบคลุมทั้งโรงงานผลิตและอุปกรณ์การผลิต โดยจะทยอยดำเนินการตามความต้องการของตลาดและการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทด้วย
เป็นที่น่าจับตาว่า ยุทธศาสตร์นี้ของเกาหลีใต้จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด
แต่หากทำได้สำเร็จ ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
