“ธนาธร” เปิดตัว “O2P” จ่อเข้าไลน์ผลิตกว่าร้อยเครื่อง หวังเห็นต่อยอดสู่ตลาดเพื่อช่วยคนมากขึ้น

“ธนาธร” ไลฟ์เปิดตัวเครื่อง “O2P” เตรียมเข้าไลน์การผลิตกว่า 100 เครื่อง – พร้อมเปิดข้อมูลสู่สาธารณะ หวังผู้มีศักยภาพนำไปต่อยอดผลิตสู่ท้องตลาด ช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น
วันที่ 20 สิงหาคม 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จัดเฟซบุ๊กไลฟ์รายการ “คิดไปข้างหน้ากับธนาธร” เปิดตัวเครื่อง O2P (Oxygen to People) หรือเครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศ ที่บัดนี้ทดสอบการใช้งานได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว
.
โดยนายธนาธร ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการ O2P นี้ ระบุว่าโครงการ O2P ของเราเริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ที่ตนได้ไปเห็นเฟซบุ๊กโพสต์ของ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหะอุดมพันธ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตเครื่องออกซิเจน ที่สามารถช่วยชีวิตคนได้
.
เนื่องจากปัจจุบัน ออกซิเจนถังที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ไม่สามารถผลิตออกซิเจนเองได้ และเมื่อใช้หมดก็ต้องนำกลับไปเติมใหม่ ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งออกซิเจนให้ถึงตัวผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่สามารถเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศได้ทันที ก็จะทำให้สามารถลดภาระการขนส่งนี้ลงไปได้
.
ตนจึงได้ปรึกษากับ พ.ต.ต.ชวลิต ว่าตนและคณะก้าวหน้าน่าจะมีศักยภาพพอที่จะทำได้ จากนั้นจึงได้นำองค์ความรู้ที่มีการเปิดไว้ในลักษณะ open source โดยสมาคมเมกเกอร์แห่งประเทศไทย มาต่อยอดกับสิ่งที่ พ.ต.ต.ชวลิตคิดไว้แล้วเริ่มทำการทดลอง
.
นายธนาธรระบุว่าเราเริ่มสั่งซื้ออุปกรณ์ประกอบขึ้นมาเป็นต้นแบบ ใช้เวลาประมาณ 3-4 วันแล้วจึงทำการทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยลักษณะการทำงานของเครื่อง O2P จะมีตัวปั้มลมอัดอากาศเข้าสู่ระบบ ไปผ่านกระบอกซึ่งอัดไว้ด้วยสารเคมีที่ชื่อซีโอไลต์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับไนโตรเจน อากาศที่ปกติมีไนโตรเจน 70% และออกซิเจนประมาณ 20% เมื่อผ่านกระบอกซีโอไลต์ก็จะถูกดูดไนโตรเจนออก กลายเป็นอากาศที่มีค่าออกซิเจนเข้มข้นเกิน 90% พร้อมใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่มีภาวะปอดอักเสบรุนแรงจนเนื้อปอดไม่สามารถดูดซับออกซิเจนได้เต็มที่หากหายใจโดยใช้อากาศปกติ
.
“สิ่งที่เราได้ทำก็คือการหาปริมาตรกระบอกสูบที่เหมาะสมกับแรงดันและจำนวนซีโอไลต์ เพื่อให้สามารถกักเก็บไนโตรเจนได้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ที่ผ่านมาเราพยายามหาปัจจัยที่เหมาะสมที่สุด ให้สอดรับกับการเปิด-ปิดของวาล์วแต่ละตัวและอากาศที่อัดเข้าไปในกระบอกสูบลม ให้กระบอกสูบลมทำงานอย่างสัมพันธ์กัน เพื่อให้ค่าออกซิเจนออกมาดีที่สุด เราใช้เวลาตรงนี้ประมาณสองอาทิตย์ จนเมื่อ 3-4 วันที่แล้ว เราสามารถผลักดันค่าออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่มากกว่า 90% ที่เป็นมาตรฐานของเครื่องเพิ่มความเข้มข้นออกซิเจนในอากาศ ซึ่งเราทำสำเร็จแล้ว ณ วันนี้” นายธนาธรกล่าว
เตรียมเปิด open source หวังผู้มีกำลังช่วยกันเอาไปผลิต O2P ออกสู่ตลาดให้มากที่สุด ช่วยชีวิตคนได้มหาศาล
นายธนาธรยังระบุต่อไป ว่าเมื่อทดสอบอุปกรณ์สำเร็จแล้ว จึงได้เริ่มพยายามติดต่อหาซื้อซีโอไลต์เพื่อเตรียมทำการผลิตในปริมาณมาก พบว่าซีโอไลต์ชนิดที่ต้องใช้นี้มีบริษัทต้นทางผลิตอยู่ที่ประเทศจีน ภายในปลายสัปดาห์หน้าน่าจะสามารถนำเข้าซีโอไลต์ชนิดนี้จากประเทศจีนได้
.
โดยขณะนี้ เครื่อง O2P ผ่านการรับประกันคุณภาพว่าสามารถผลิตอากาศที่มีออกซิเจนเข้มข้นไปถึงระดับที่ 90% ขึ้นไป มีความเสถียรแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและมีราคาที่สมเหตุผล เพื่อเอามาประกอบเป็นจำนวนมาก เตรียมแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป ซึ่งน่าจะใช้เวลาในระยะนี้อีกสักหนึ่งสัปดาห์
.
หลังจากนั้น สิ่งที่ตนอยากจะทำต่อก็คือการเปิดข้อมูลชุดนี้ให้เป็นสาธารณะ เนื่องจากว่าเราไม่ได้คิดค้นเครื่อง O2P นี้ขึ้นมาเองตามลำพัง แต่ตั้งต้นมาจากข้อมูลสาธารณะ เมื่อทำสำเร็จเราก็จะไม่เก็บความรู้นี้ไว้ แต่จะเปิดเผยความรู้และการทดสอบที่เราทำมาทั้งหมดให้กับสาธารณชนเข้าถึงได้
.
“หลังจากนั้น ใครที่มีทรัพยากรพอ อยากจะเอาเครื่อง O2P ไปผลิตต่อ ก็สามารถทำได้เต็มที่ ช่วยกันผลิตคนละไม้คนละมือ ก็จะสามารถทำให้เครื่อง O2P นี้ออกสู่ตลาดได้ในปริมาณที่มากขึ้น สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น ต้องขอบคุณทางสมาคมเมกเกอร์แห่งประเทศไทยที่เปิดข้อมูลชุดนี้ออกมาเป็น open source เราไม่ได้คิดค้นเองเพียงลำพัง แต่เริ่มต้นเราหยิบ open source มาพัฒนาต่อ เมื่อเราพัฒนาสำเร็จเราก็ open source ต่อเพื่อให้สังคมนำไปต่อยอดได้อีก” นายธนาธรกล่าว
ชี้จุดอ่อนสาธารณสุขไทยนำเข้าเครื่องมือแพทย์แทบทั้งหมด – หวัง O2P จุดประกายสู่การสร้างอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยเอง
นายธนาธรยังกล่าวต่อไป ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในรอบปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นจุดอ่อนที่สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย นั่นก็คือเครื่องมือ ยา วัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ประเทศไทยล้วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทบจะทั้งหมด เป็นจุดอ่อนในด้านความมั่นคงทางการแพทย์ของประเทศเรา
.
แต่เราทำให้เห็นแล้ว ว่าคนไทยมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์เองได้ หากนำเอาความรู้เหล่านี้มาตอบโจทย์ปัญหาของสังคมไทยเรื่องความมั่นคงทางการแพทย์ เราจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้
.
“หลังจากนี้ ผมหวังว่าจะมีคนเอาความรู้ตรงนี้ไปสร้างเครื่องมือทางการแพทย์ต่อยอด ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งซัพพลายเชน ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทย ทำให้เกิดการจ้างงาน เครื่องมือทางการแพทย์เป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง หมายความว่าเราจะสามารถจ้างงานที่มีคุณภาพ งานที่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับพนักงานในอัตราที่สูงได้ ถ้าเราทำเช่นนี้ได้ เราก็จะเกิดซัพพลายเชนใหม่ จะเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นของคนไทยเอง และจะทำให้คนมีงานทำมากขึ้น ทำให้ระบบสาธารณสุขของเรามั่นคงพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น นั่นก็คือเป้าหมายระยะไกลที่ผมอยากจะเห็น” นายธนาธร กล่าวทิ้งท้าย
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
