bg-single

เสียง แห่ง ความคิด เสียง แห่ง ความรู้สึก ‘ใหม่’ มากับ ‘เทคโนโลยี’

05.11.2025

บทความพิเศษ

เสียง แห่ง ความคิด

เสียง แห่ง ความรู้สึก ‘ใหม่’

มากับ ‘เทคโนโลยี’

ทัศนะที่ก้าวหน้าต่อเสรีภาพในเรื่องความรักคล้ายกับเป็นอารมณ์และจิตวิญญาณแห่งยุคสมัย เพราะแม้แต่ดอกไม้สดก็เห็นด้วยและเรียกร้องอย่างนุ่มนวลตามแบบฉบับของเธอให้มีการถามความสมัครใจเสียก่อนมิให้บังคับในเรื่องการแต่งงาน

ดังนวนิยายเรื่อง “นิจ” ซึ่งเขียนในระยะไม่ห่างจาก “ศัตรูของเจ้าหล่อน” มากนัก

เมื่อสรุปและเขียนผ่านบทความขนาดยาว “วิเคราะห์รสวรรณคดีไทย” มล.บุญเหลือ เทพสุวรรณ น้องสาวของดอกไม้สดใช้คำในการวิเคราะห์รสได้อย่างถูกต้องมากที่ว่า

นวนิยายเรื่อง “นิจ” เป็นนวนิยายแบบโรแมนติก (ซึ่งเธอใช้คำว่า “พาฝัน” ตามหลักของตะวันตกอย่างแท้จริง)

แม้น้ำเสียงในประโยคต่อมา มล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ จะว่า “เป็นหนังสือโรแมนติกในความหมายที่ไม่ดี คือยั่วยุให้เยาวชนมีความเข้าใจชีวิตอย่าง “ตื้น”

ทั้งๆ ที่ “ชีวิตอย่างตื้น” คือชีวิตที่กล้าคัดค้านประเพณีโบราณ

อย่างไรก็ตาม กล่าวสำหรับหญิงในวัย 20 เศษๆ ที่กำลังแตกเนื้อสาวและมีชีวิตอยู่ใน “วัง” ซึ่งถูกครอบด้วยความคิดโบราณอันเป็นกระแสหลักและครองอำนาจนำมาแต่อ้อนแต่ออก

การกล้าเสนอทัศนะต่อเสรีภาพในความรักเพียงแต่ “ไม่ยอมให้บังคับ” ก็นับว่ายิ่งใหญ่

อ่าน ยศ วัชรเสถียร

อ่าน ป.อินทรปาลิต

ไม่เพียงแต่จะแสดงความไม่พอใจกับทัศนะอันคับแคบต่อความรักของประเพณีเก่าคร่ำครึที่เป็นกระแสหลักและครองอำนาจนำเท่านั้น นักเขียนรุ่นหนุ่มบางคนเจาะลึกลงไปอีก

ถึงกับแสดงความไม่พอใจต่อภาวะความเหลื่อมล้ำที่ดำรงอยู่ในสังคม

ยศ วัชรเสถียร ค่อนข้างจะดุเดือดและตรงไปตรงมา ถึงกับให้ตัวละครในนวนิยายเรื่อง “ชาติชาย” พูดออกมาว่า

“…ใครจะรับรองได้ว่า นายจุ่น ทิดจั่น กับท่านเจ้าคุณเสนาบดีและลูกสาวของ เขาไม่ใช่คนเหมือนกัน เจ้าคุณเสนาบดีเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่ชาติเพราะหน้าที่ราชการ

นายจุ่นและทิดจั่นก็ทำประโยชน์ให้แก่ชาติในฐานะที่แกเป็นชาวนา

แล้วมันเป็นความชอบธรรมแล้วหรือที่นายจุ่นและทิดจั่นถูกเหยียดหยามเสมือนหนึ่งว่าไม่ใช่คน”

และ ป.อินทรปาลิต ในระยะต่อมาก็ให้ตัวละครในเรื่อง “ยอดสงสาร” ของเขาซึ่ง เป็นชาวไร่ชาวนาพูดในเชิงตัดพ้อต่อชีวิตว่า “…ถึงเราจะปรารถนาใฝ่ฝันอย่างไรเราก็ไม่มีหวังมีฐานะให้ดีไปกว่านี้ได้

ชดหรือฉันไม่ใช่ชาวกรุงเทพฯ เราไม่มีวงศาคณาญาติเป็นเชื้อสายขุนนาง

เราเกิดมาในหมู่กสิกร พวกที่ต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ หาเช้ากินค่ำ มีเกียรติยศไม่ผิดอะไรกับแมลงตัวหนึ่ง”

จะโดยบังเอิญหรือโดยจงใจก็ตาม เหล่านี้คือการแสวงหา “พันธมิตร” ของปัญญาชนคนรุ่นใหม่ โดยความพยายามแสดงความเห็นอกเห็นใจกับชาวไร่ชาวนาและคนยากคนจน

ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะและการดำรงอยู่ของชนชั้นสูงซึ่งครองอำนาจโดยอัตโนมัติ

สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค

สะท้อน ผ่าน วรรณกรรม

ความคิดเช่นนี้ การเรียกร้องต้องการเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียมกันเช่นนี้เกิดขึ้นกับปัญญาชนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในแวดวงของคนเขียนหนังสือได้อย่างไรและมีรากฐานความเป็นมาอย่างไร

ทางหนึ่ง คือ การเติบใหญ่ขยายตัวของชนชั้นใหม่ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า ผู้ประกอบการ หรือที่เป็นข้าราชการอันเป็นองค์ประกอบใหม่ในสังคม

ที่สำคัญก็คือ การเข้ามาของ “ทุน” ไม่ว่าจะเป็นจากต่างประเทศหรือในประเทศ

ตัวอย่างในทางวรรณกรรมจะเห็นได้จากบทบาทอันสะท้อนผ่านตัวละครเช่น แผน ไวทยวิทย์ แห่ง “ชาติชาย” ซึ่งทำงานห้าง

ตลอดจนบทกวีกระตุ้นในเรื่องการค้าขายของครูเทพ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้สะท้อนปรากฏการณ์ใหม่ อาชีพอย่างใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นและเริ่มมีบทบาทในสังคมไทย

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นของ “สำนักพิมพ์” หลายแห่งนับแต่ พ.ศ.2470 เป็นต้นมา ทำให้การเขียนและการทำหนังสือพิมพ์เริ่มมีลักษณะค่อนข้างเป็น “อาชีพ” อย่างหนึ่ง

ดังที่ ยศ วัชรเสถียร ได้ยืนยันไว้ในบทความเรื่อง “เหลียวมองข้างหลัง”

เพราะสำนักพิมพ์นอกจากซื้อเรื่องจากภายนอกแล้วยังจำเป็นต้องจ้างนักเขียนประจำเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีเรื่องตีพิมพ์ออกมาได้อย่างสม่ำเสมอด้วย

อีกทางหนึ่งก็คือ การได้อิทธิพลความคิดที่ก้าวหน้าจากนักคิดนักเขียนชาวต่างประเทศและคนร่วมสมัยที่เป็นของสังคมยุคเดียวกัน เห็นได้จาก ยศ วัชรเสถียร ถึงกับให้ตัวละครของเขาโยนหนังสือ “สัญญาประชาคม” ของรุสโซลงบนเตียง

เพื่อแสดงถึงรากฐานแห่งความคิดของตัวละครผู้ห้าวหาญสมกับเป็น “ชาติชาย”

ในนวนิยายเรื่อง “ชาติชาย” นี้เขาถึงกับนำเอาบทกวีชื่อ “ทหารเอกสยามสู้ เศรษฐสยาม” ของครูเทพ มาพิมพ์อย่างยาวเหยียด

ส่วนศรีบูรพาก็ประทับใจต่อ ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้ นักเขียนรัสเซียถึงกับให้ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ แห่ง “สงครามชีวิต” เผยความใฝ่ฝันว่า “ฉันอยากแต่งหนังสือให้ได้ รับความสำเร็จอย่างเขา”

นั่นก็คือ “โดยการเขียนที่ถูกต้องกับความจริงเท่านั้นที่ทำให้เรื่อง “พัวร์ พีเพิล” มีค่าสูงสุดและเป็นที่โปรดปรานของคนทั่วไป”

สิ่งเหล่านี้เองที่ผลักดันให้เขาเขียน “สงครามชีวิต” ออกมา

และที่สำคัญอีกประการหนึ่งดังการยืนยันของ สุพรรณี วราทร ที่ว่า ผลจากการได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนอันเริ่มตั้งแต่ปี 2414

พัฒนาการ การศึกษา

จาก ระบบ “โรงเรียน”

จากนี้จึงเห็นได้ว่า การที่ความคิดเสรีนิยมมีบทบาทสูงขึ้นเป็นลำดับ และการที่งานวรรณกรรมประเภทเรื่องสั้นและนวนิยายมีฐานะที่สำคัญและได้รับความสนใจมิได้มา จากความปรารถนาส่วนตัวของคนใดคนหนึ่งเพียงด้านเดียว

หากแต่เป็นสภาพการณ์อันเกิดขึ้น ดำรงอยู่ ดำเนินไป อย่างสอดคล้องกับการ คลี่คลายขยายตัวของสังคมในขณะนั้นด้วย

ประการหนึ่ง เนื่องจาก “การปฏิรูป” ในด้านต่างๆ ของสังคม

โดยเฉพาะทางด้านการศึกษาเพื่อให้ประสานรับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ทุนจากต่างประเทศโถมทุ่มเข้ามา ที่ตามมาก็คือการเข้ามาของเทคโนโลยีโดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเข้ามาของ “แท่นพิมพ์”

จำเป็นต้องมีการสร้างคนเพื่อขานรับกับการเปลี่ยนแปลง กล่าวเฉพาะทางด้าน วัฒนธรรม เห็นได้จากการเกิดขึ้นของโรงเรียน มหาวิทยาลัย

บรรดาข้าราชการจึงไม่เพียงแต่ได้รับการบ่มเพาะผ่านโรงเรียนนายร้อยทหารบก โรงเรียนนายเรือ หากแม้กระทั่งโรงเรียนอย่างสวนกุหลาบวิทยาลัย อย่างเทพศิรินทร์ ก็ดำเนินไปอย่างคึกคัก

กระทั่งในที่สุดก็นำไปสู่การจัดตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นำเข้า เทคโนโลยี

นำเข้า “ความคิด”

การเปลี่ยนแปลงจึงปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องนับแต่แรกจัดตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ จนเข้าสู่ยุคแห่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ก็เริ่มสัมผัสได้ในรูปธรรมใหม่

ได้มีการนำ “แท่นพิมพ์”เข้ามา ได้มีการริเริ่มออก “หนังสือพิมพ์” เมื่อเข้าสู่ยุคแห่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ยิ่งเมื่อมีการลงนามผ่านสนธิสัญญาเบาว์ริงยิ่งสร้างเงื่อนไขให้การเปลี่ยนแปลง

ภายในการเปลี่ยนแปลงนั้นนอกจากเป็นการสร้างอาชีพใหม่ยังจำเป็นต้องมีคน ที่สนองรองรับกับอาชีพอย่างใหม่

รวมถึงคนในแวดวงวัฒนธรรม วรรณกรรมและการเขียนหนังสือ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ล็อกเป้าเช็กบิลย้อน 7 ปีโกงสอบ ลุ้น! ป.ป.ช.ลงดาบล้างบาง บช.ก.หอบสำนวน 3,000 หน้าเอาผิด
“พิชัย” เตือน อย่าสะเปะสะปะในการเจรจาสหรัฐ หวั่นยิ่งล้มเหลว ชี้ อย่านำ “คอบร้าโกลด์” มาต่อรองเรื่องภาษี หวั่นไทยเสียหาย แนะปัญหาอาจอยู่ที่ทีมเจรจา ควรพิจารณาปรับทีม
เด็ก บาดแผลที่มองไม่เห็น และหนทางสู่การเยียวยา
ย้อน โศกนาฏกรรมช็อกประเทศ ด.ช. 14 กราดยิงสยอง 9 ศพ ปมกดดัน-เสพสื่อรุนแรง เซฟโรงเรียน-วาระชาติ
ความสัมพันธ์เมียนมา-ไทยวันนี้และอนาคต ไทยจะได้อะไร
ไซเบอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมคุกคามโลก
ปฏิรูประบบราชการ หรือปฏิรูปรัฐ?
มหาอำนาจต้องการอะไรจากเมียนมา
เปิดแผนเกาหลีใต้ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิป
‘ความโลภ’ เป็นโรคระบาดร้ายแรง กำลังทำลายสังคมมนุษย์ให้ล่มจม
เสื่อมจนกองเชียร์เริ่มแบกไม่ไหว?
กำแพง มี ‘หนู’ ประตู มี ‘เน’