bg-single

นอนหงายท้องมองเพดาน

23.10.2026

เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต

วันเบาๆ ไม่เศร้าไม่คึกคัก วันที่ไม่ได้พยายามจดจำว่าเป็นวันคู่หรือวันคี่ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมไปว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดูจะสายโด่งของวัน กับอำนาจไร้พลังที่มีอยู่ หาลู่หาแนวทางหวังควานหาบางสิ่ง กับบางสิ่งที่ควรจะเป็น “อะไรดี” ให้ตัวเองรู้สึกดีได้ไม่มากก็น้อย ขณะหนึ่งกับวังวนของความว่างและเปล่า ไม่มีการกระทำใดๆ อันมีสาระ ช่องทางความคิดค่อนตีบ ไม่ลื่นไหล อาจเป็นเพราะปัญญาอ่อนนุ่มละมุน หนืดเหนียว คงยังยืดยานยึดอยู่กับวิถีของการเสาะแสวง

วันหยุดยาวในวาระสั้นๆ ใครต่อใครจะได้ชื่นมื่นตามอัธยาศัย และชีวิตจะยังไม่คับขัน จนกว่าจะถึงเวลาเป็นการเป็นงาน แต่สำหรับอิสรชนคนว่างงาน วันหยุดของเขาและเธอจะยังคงยาวไปและยาวต่อไป

สำหรับผม วันหยุดย่อมพอมีบ้าง ลุ่มๆ ดอนๆ คลับคล้ายเช่นเขาและเธอ และเกือบบ่อยที่ลมหายใจถูกใช้ไปกับเสรีภาพ ในท่า “นอนหงายท้องมองดูเพดาน”

เพดานสีลอกด่างพร้อยชี้ชวนให้เห็นมโนภาพซี้ซั้วในหมวดแฟนตาซี

บนเพดานห้องมีรอยร้าวไม่ลึก ร่องรอยลอกล่อนสร้างลวดลาย ดูคล้ายแผนที่แบ่งดินแดน ในแบบไม่มีใครเดินทางไปถึง ทว่า เวทมนตร์แห่งจินตนาการก็ไม่ทำให้แนวคิดนึกนี้เลยเถิดเตลิดไป ให้มองดูคล้ายกับว่ามันมีเส้นทางไปสู่สรวงสวรรค์แปะไว้อยู่บนเพดาน และน่าประหลาดใจอย่างเหลือเชื่อ เพราะมองดูอีกครั้งดินแดนเมื่อครู่กลับดูคล้ายกับภาพมังกรปีกหัก

วันเบาๆ ไม่เศร้าไม่คึกคัก กับการหงายท้องมองเพดาน ชวนให้รู้สึกเหมือนนอนมองดูมวลเมฆลอยอยู่บนผืนนภาขุ่นมัว หากแต่ดูซอมซ่อกว่า แต่ถึงแม้มันจะไม่งดงามตระการตา อย่างน้อยมันก็ทำให้คนว่างๆ คนหนึ่งเพลินไปได้ชั่วขณะ อยู่กับความเหลวไหลของตัวเอง

หรือว่าจะดีกว่านี้หากจะชวนใครอีกคนมานอนหงายท้องมองเพดานเป็นเพื่อนกัน เราทั้งสองอาจนอนสนุก ชี้มือชี้ไม้บอกเล่าเรื่องราวจากภาพที่เห็นบนเพดาน เราคงมีความสุขอยู่กับช่วงเวลา ได้ฉาบทาสิ่งนี้สิ่งนั้นด้วยความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง แล้วเราจะทะเลาะโต้เถียงซึ่งกันเพราะภาพที่เห็นต่างด้วยหรือเปล่า เราจะเข้าใจกันในท้ายที่สุดหรือไม่

หรือว่าจะดีกว่ากับการนอนหงายท้องมองดูเพดานอยู่คนเดียว

วันเบาๆ ไม่เศร้าไม่คึกคัก กับการหงายท้องมองเพดาน ชวนให้รู้สึกเหมือนนอนมองดูมวลเมฆลอยอยู่บนท้องนภาขุ่นมัว หากแต่ดูซอมซ่อกว่า แต่ถึงแม้มันจะไม่งดงามตระการตา อย่างน้อยมันก็ทำให้คนว่างๆ คนหนึ่งเพลินไปได้ชั่วขณะ อยู่กับความเหลวไหลของตัวเอง / เทคนิค : f/5.0 1/800s ISO200 / สถานที่ : ย่านสะพานอ่อน กรุงเทพฯ

และเมื่อวาระสมควรแก่เวลามาถึง ก็ยังไม่มีอะไรดีมีประโยชน์เกาะอยู่บนเพดาน พอแล้วกับเวลาที่จ่ายไป ไม่จำเป็นที่จะต้องเห็นเป็นจริงเป็นจังกับภาพลวงตาที่ประดับประดาอยู่บนเพดานห้องเก่าๆ

ว่าแล้วจึงผุดลุกเพื่อนั่งทบทวนอดีตเมื่อครู่ และตระหนักได้ว่า ยังมีการกระทำที่มีคุณประโยชน์มากกว่าการนอนหงายท้องมองดูเพดาน

เพราะเสียงจากสื่อแว่วมาว่า ช่วงนี้ควรออกไปหาของดีมีประโยชน์ให้ตัวเองและผู้อื่นบ้างตามถนัด ได้แล้วที่ “บูธมติชน J02” กับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00-21.00 น.

ขอบคุณมากมายครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

นอนหงายท้องมองเพดาน
หากไม่เลิกราซะก่อน…ปลาคงปีนต้นไม้ได้ | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
น้องโนรากับกีตาร์ไฟบิน | กวีกระวาด : ชิตะวา มุนินโท
ร็อคสตาร์ | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
มองการเมืองแคนาดาจากอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก
กระแสการเมืองขวาจัดจากฝรั่งเศสถึงอังกฤษ
ปมการศึกษา-ค่าครองชีพ ชนวนเหตุจุดประท้วงฝรั่งเศสครั้งใหญ่
GREEN เดียร์
โง่… ห่วย… เลวแต่ได้เป็นรัฐบาลอีก 2 ปี
ไอเดียร์กับทุนเทาในรัฐล้มเหลว
‘ไอเดียร์’ บนเส้นทางหนาม เคลียร์ปมหุ้นเว็บพนัน คัตเอาต์โยง ‘บิ๊กสีน้ำเงิน’
ศึกซักฟอก 18 รมต.ประดาบในทุกกระบวนท่าตั้งแต่จำนวนวันอภิปรายไปถึง ‘เนื้อหา’ เชือด