bg-single

ร็อคสตาร์ | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี

23.10.2026

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า เรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนบางคนก็ดูบังเอิญเกินไป เราจึงต้องสมมุติใครสักคนเป็นตัวละคร เพื่อหลอกตัวเองว่าได้ลดทอนแผลหนองของความจริงลงบ้างแล้ว

เอาละ…ตัวละครเป็นร็อคสตาร์ และไม่ใช่ผู้ชาย

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า หลานสาวของตัวละครถูกข่มขืน ชะตากรรมของตัวละครดูเหมือนจะไม่พ้นไปจากวังวนแห่งความปวดเจ็บ หลายปีก่อนตอนหมกตัวซ้อมวงกันอยู่ในห้องเช่า รอวันร้านเดิมเรียกตัวไปเล่นดนตรีหลังจากโควิดผ่านพ้น ตัวละครรับรู้เรื่องราวจากเพื่อนนักดนตรีคนหนึ่ง หลานสาวของเพื่อนท้องไม่มีพ่อกลับมาจากชลบุรี รู้จากเพื่อนสาวว่าสามีของเด็กสาวเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เขาเดินทางออกจากประเทศไทยก่อนโควิดระบาดถึงขีดสุด ถูกกักตัวที่ญี่ปุ่นแล้วไม่เคยกลับมา เด็กสาวอุ้มท้องกักขังตัวเองด้วยอาการซึมเศร้า ไม่พูดไม่จากับใคร

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า เด็กสาวพยายามใช้สายแจ็คกีตาร์พาตัวเองพ้นไปจากโลก มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ทุกคืน เพื่อนของตัวละครฝันเห็นเด็กในท้องของหลานสาวคลานออกมาร้องไห้ ทั้งบ้านเต็มไปด้วยน้ำตาของทารก

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครสะเทือนใจ โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก พร้อมชวนสมาชิกในวงมาไลฟ์สด เพื่อนของตัวละครได้รับเงินบริจาคมากมายหลังจากนั้น มีคนสะท้านสะเทือนไปกับเรื่องราวของสาวน้อยกลับบ้าน มันน่าเศร้าตรงที่ว่า เพื่อนของตัวละครไม่คิดเรื่องผลกำไรที่มันเกินตัว จึงไม่ใคร่ใส่ใจบริหารจัดการเงินบริจาคให้ยั่งยืนอย่างที่ตัวละครแนะนำ เพื่อนของตัวละครแบ่งเงินให้กับพ่อของหลานสาวและญาติพี่น้องคนอื่นๆ ไปเป็นทุนทำกินจนเกลี้ยง มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ไม่มีใครลืมตาอ้าปากได้สักคน ไม่ถึงปีเงินหมื่นเงินแสนไม่เหลือสักแดง ขณะน้ำตาของเด็กทารกที่คลานออกมาจากมดลูกของเด็กสาวยังคงอยู่ ทุกคืน ทุกวัน

ตัวละครแบกรับความเศร้าต่อเรื่องนี้มาหลายปี และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่แบกรับความเศร้าใดอีก

กระทั่งตัวละครกลับสู่หมู่บ้านริมทะเล

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ทะเลเวิ้งว้างถูกวางเข้ามาในฉาก เสียงของหมู่บ้านริมทะเลไม่เหมือนเสียงกลางแหลมที่ออกจากลำโพง Line array speaker หรือเสียงทุ้มต่ำของ Subwoofer เสียงทะเลทำให้ตัวละครเหงา ตัวละครไถติ๊กต็อกเผลอไปเจอเรื่องเล่าเกี่ยวกับราดิกายาดาฟ เด็กสาววัยเบญจเพสชาวอินเดีย เด็กสาวถูกพ่อใช้มือที่ควรปกป้องแปลงให้เป็นมือที่หยุดลมหายใจของเธอ มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครปัดล่างต่อไปอีก ไปเจอเรื่องของมูรติ เด็กสาววัย 14 กับพุชพาวัย 15 ปี ถูกคนร้ายข่มขืนฆ่าก่อนนำร่างไปแขวนไว้บนต้นมะม่วงกลางทุ่งนา มันน่าเศร้าตรงที่ว่า พ่อของเด็กสาวไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ถามว่า พวกคุณอยู่ในวรรณะอะไร

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า มูรติกับพุชพาแค่ปวดท้อง เพียงออกไปหาที่ปลดทุกข์เท่านั้นเอง

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ความทุกข์ของครอบครัวชาวอินเดียเลื่อนไหลมาถึงตัวละคร

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครบอกตัวเองว่า ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย จะไม่อ่อนไหวอะไรแบบนี้อีกแล้ว ชีวิตของตัวละครเศร้าเกินกว่าจะรับรู้ความเศร้าอื่นใดอีก โดยเฉพาะความเศร้าโศกที่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นพันกิโลเมตร

แต่แล้ว ความบังเอิญของเรื่องจริงที่ไม่ควรปรากฏในเรื่องเล่ามากเกินไปกลับกำหนดให้ตัวละครพบเจอเรื่องราวของ ‘อรชุน’

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า อรชุนย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษก่อนพบรักกับ ‘ภารตี’ ซึ่งอพยพจากอินเดียมาเช่นกัน มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ทั้งคู่แต่งงานและมีลูกสาวสองคน ชีวิตควรจะสงบงาม และจับมือจากโลกนี้ไปด้วยกันตอนชรา แต่แล้วภารตีกลับถูกมะเร็งคร่าชีวิตไปก่อน ก่อนตายภารตีสั่งเสียให้อรชุนนำเถ้ากระดูกของเธอกลับไปโปรยที่แม่น้ำนัมทา บ้านเกิดของเธอ มันน่าเศร้าตรงที่ว่า เครื่องบินลำที่อรชุนกอดคำสัญญาไว้เป็นเพื่อนเดินทางประสบอุบัติเหตุ มันน่าเศร้าตรงที่ว่า มีคนรอดชีวิตเพียงคนเดียว

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า คนนั้นไม่ใช่อรชุน

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ภารตีทำให้ตัวละครคิดถึงคนรักคนแรก

เขาเป็นนักดนตรีฝีมือดีประจำโรงเรียน เขาเป็นคนจับนิ้วเรียวๆ ของตัวละครวางลงบนคอกีตาร์ เขาสอนตัวละครไล่สเกล เริ่มจากสเกล Cmj ไป Cm ตัวละครหลงใหลในความพลิ้วไหวของลูกโซโล่ และต่อมาก็ถอนตัวไม่ขึ้นกับริทึ่มหนักหน่วงที่ส่งทอดจากคนรัก

อายุย่างสิบแปด ตัวละครไปส่งเขาขึ้นรถไฟ เขาต้องไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ในยุคที่เอไอครองเมือง ฉากนี้ควรเป็นฉากคลาสสิก ควรเป็นฉากคลาสสิกในเรื่องเล่าที่แทบไม่สมจริงกับยุคสมัย แต่เราควรให้มี เพื่อให้ตัวละครดูไม่สมจริงเกินไป ด้วยเหตุผลเดิม เพื่อลดทอนแผลหนองในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเจ็บปวด

เอาละ…ก่อนไปเขายื่นจดหมาย กำชับให้ตัวละครเปิดอ่านตอนรถไฟลับสถานี

และเก็บมันเอาไว้ตลอดไป

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ในจดหมายที่เป็นอุปกรณ์ไม่สมจริงต่อยุคสมัย เขาบอกรักตัวละคร ตัวละครเป็นคนรักคนแรกของเขา เขาสัญญาว่าจะรักตัวละครตลอดไป และเมื่ออ่านจบ ไม่แปลกที่ตัวละครร้องไห้ หรือจะไม่ร้องไห้ก็ได้เพื่อให้ตัวละครของเราดูลึกและน่าติดตาม

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครไม่รู้ว่ารถไฟจะไม่พาใครกลับมา

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ทุกอย่างเรียบร้อยดี สองสัปดาห์ผ่านไป เขาป่วยหนัก ถูกส่งตัวกลับโรงพยาบาลประจำจังหวัด มันน่าเศร้าตรงที่ว่า หัวใจตัวละครว่างเปล่าอย่างไม่สมจริงเป็นอย่างยิ่ง ตัวละครใช้เวลาทั้งหมดไปกับการซ้อมกีตาร์ ว่ากันว่า ฝนตกมาในวันหนึ่ง และตกติดต่อกันถึงสามวัน ตัวละครจูนสายกีตาร์เงียบๆ จากนั้นเปิดตู้แอมป์ ว่ากันว่า วันนั้นเสียงโซโล่เพลง November Rain ของ Guns N’ Roses บาดเม็ดฝนกระจุยกระจาย

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครยังกรีดสายกีตาร์ทิ่มแทงลงในสายฝน สลับริทึ่มหน่วงหนัก

เพื่อให้วิญญาณคนรักไม่แหลกสลาย หรือเพื่อรักษาวิญญาณตัวเอง ใครจะรู้

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า มีตัวละครตัวใหม่โผล่เข้ามาอย่างบังเอิญอีกแล้ว ว่ากันว่า ในเรื่องเล่าไม่ควรมีอย่างพร่ำเพรื่อ แต่เพราะเรื่องเล่าบางเรื่องก็จริงเสียจนถ้าตัดบางอย่างออกไปจะเป็นความไม่รับผิดชอบของนักเขียน อาจถูกวิจารณ์ว่ามุ่งเขียนเอารางวัลเพียงอย่างเดียวจนอายที่จะเอ่ยอ้างแผลเปื่อยของสังคม

น้องชายของตัวละครต้องเข้าโรงพยาบาล เรื่องนี้เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ผลสะเทือนนั้นราวคลื่นเสียงที่กระเพื่อมมาจากอดีต ตัวละครมีน้องชายไม่เต็มเต็งคนหนึ่ง ชื่อไอ้ก้อง ไอ้ก้องมีบัตรคนพิการ ตั้งแต่แพทย์ลงความเห็นว่ามันมีความบกพร่องทางสติปัญญา ไอ้ก้องก็กลายเป็นคนพิการที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพความพิการเดือนละแปดร้อยบาท

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ไอ้ก้องเป็นคนพิการทางสมองที่ทำงานก่อสร้างเก่ง หลายปีก่อนมีแต่คนเรียกมันว่า ช่างก้อง ช่างก้องได้เมียหน้าตาดีมาคนหนึ่ง ว่ากันว่า เมียของช่างก้องเคยเป็นนักร้องในผับ ช่างก้องได้มาตอนไหนไม่มีใครรู้

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ช่างก้องมีความสำคัญพอให้คนพูดถึงเฉพาะตอนเกิดเรื่องร้ายๆ อย่างเช่นตอนเมียหายไป ทิ้งลูกสาวตัวแดงๆ เอาไว้ เป็นต้น

ตั้งแต่นั้นมา ช่างก้องก็เป็นคนเดียวดายอย่างสมบูรณ์แบบ มันเงียบขรึมไม่สุงสิงเล่นหัวกับใคร โดยเฉพาะกับผู้หญิง ก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกโดยมีตัวละครประคับประคอง เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนม ล้างขี้เยี่ยว ดูดน้ำมูกโดยใช้ปาก และเหลาขมิ้นสวนรูทวารตอนท้องผูก

อ้อ ช่างก้องเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งด้วย

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ช่างก้องงานล้นมือ ต้องมีคนช่วย ตอนนี้เองที่จ่าหมู ญาติห่างๆ เข้ามาเป็นตัวละครตัวใหม่ จ่าหมูรับบทบาทเป็นลูกมือช่างก้อง มันน่าเศร้าตรงที่ว่า จ่าหมูเป็นลูกของตัวละครอีกชุดหนึ่ง จ่าเป็นลูกชายตาพรกับยายสี ตาพรกับยายสีมีลูกสองคน จ่าหมูเป็นพี่คนโต น้องชายของจ่าหมูชอบเลี้ยงนก มันน่าเศร้าตรงที่ว่า แมวนรกแหกกรงเข้าไปสวาปามลูกนกต่อหน้าต่อตาจ่าหมู จ่าหมูไล่ตีแมวไปทั่วบ้าน กระทั่งพลาดเหยียบเอาด้ามพลั่วตักปูน จ่าหมูล้มเข่ากระแทกพื้น เจ็บร้าวไปถึงกระดูกดำ

มึงตาย ไอ้แมวจัญไร! จ่าหมูด่า

จ่าหมูเกลียดแมว ใครๆ ก็รู้ แมวทำให้จ่าหมูเดินกระโดกกระเดกไม่เหมือนคนปกติ แต่ช่างก้องไม่คิดว่าจ่าหมูจะเอาเรื่องนี้มาเอะอะโวยวายเป็นเรื่องเป็นราว โดยเฉพาะทุกทีที่เมา ทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ช่างก้องเริ่มคิดหาทางออก แม้ช่างฝีมือในหมู่บ้านจะหายาก แต่อาจมีใครสักคนช่วยหาช่างฝีมือจากที่อื่น ไม่ใช่ญาติโกโหติกาก็ไม่เป็นไร

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า จ่าหมูคงมีพลังวิเศษ จ่าได้ยินเสียงในหัวช่างก้อง ร่วมงานกับจ่าหมูได้สามสี่งาน ช่างก้องก็ถูกจ่าหมูตีหัวเอาเงินหนี ช่างก้องนอนโรงพยาบาลห้าวันห้าคืน จากนั้นกลายเป็นคนละคน เริ่มพูดมาก วกไปวนมา จับใจความไม่ค่อยได้

สรุปคือบ้า

ตัวละครถูกเขียนให้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด น่าจะราวๆ ช่วงนี้

ตัวละครพาช่างก้องไปตรวจสภาพความพิการที่โรงพยาบาล เพื่อเอาใบรับรองมาทำบัตรคนพิการกินเงินแปดร้อย มันน่าเศร้าตรงที่ว่า หลังจากมีบัตร ช่างก้องก็กลายเป็นไอ้ก้อง ไม่มีใครจ้างงานอีกต่อไป

มีคนเติมตัวละครเข้ามาอีกตัวหนึ่ง คือป้าลั่นทม มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ป้าลั่นทมออกฉากเดียว แกผูกคอตายที่กิ่งมะม่วงหลังบ้าน ช่างก้องเป็นคนแรกที่ไปพบร่างหญิงชราห้อยต่องแต่งตาถลน มันร้องสุดเสียงก่อนวิ่งตะโกนไปตามยาวถนน ฉิบหายแล้วโว้ยบ้านเมืองนี้ ป้าลั่นทม ป้าลั่นทม ป้าลั่นทมเป็นผี

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า เผาศพป้าลั่นทมไปแล้ว ไอ้ก้องยังเรียกชื่อป้าลั่นทมไม่หยุด แถมยังบอกว่าป้าลั่นทมบอกให้หยุดกินยาแล้วจะพาไปทำผัว ช่างก้องเริ่มถอดเสื้อออกเดินตามถนน ตัวละครบังคับให้หยุดก็ตะโกนด่าเป็นเพลง

“ร็อคปลอมอย่าเสือกให้มันนักแรง…มึงก็เดินตามทางของมึง กูก็เดินตามทางของกู เรื่องของมึงกูก็ไม่รู้ เรื่องของกูมึงคงไม่เข้าใจ…ป้าลั่นทมเป็นผี อย่าเสือก ร็อคสตาร์อย่าเสือก”

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ชมพู่ ลูกสาวของช่างก้อง ซึ่งเป็นหลานสาวของตัวละครถูกย่ำยี ตัวละครหัวใจสลายแต่เก็บงำกล้ำกลืน ตัวละครอยากให้หลานสาวจดจำเธอในภาพของร็อคสตาร์ที่สุดเข้มแข็งต่อไป

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครถูกสร้างมาเพื่อแบกรับความทุกข์ระทม ความทุกข์ระทมที่เกิดจากคนอื่นมากกว่าเกิดจากตัวเอง

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ลมทะเลพัดเอาเสียงกระซิบเข้าหาตัวละคร เสียงกระซิบของใครสักคนในหมู่บ้าน หรืออาจของวิญญาณในทะเล มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครหลับฝันซ้ำๆ เห็นตัวละครตัวหนึ่งมีปีกสีขาว ในอ้อมปีกของตัวละครตัวนั้นปรากฏร่างน้อยๆ แดงอมชมพูราวกับลูกนก มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครพยายามวิ่งตามตัวละครกับลูกนกไป มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ระยะห่างของตัวละครกับตัวละครยิ่งถ่างออกไปทุกที

มันน่าเศร้าตรงที่ว่า ตัวละครพบสายกีตาร์ขึ้นสนิมสายหนึ่งแทงเม็ดทรายออกมา

มีลูกนกดิ้นอยู่ในมดลูก ตัวละครเอามือกุมท้องนูน พยายามนึกถึงชื่อตัวละครไร้ใบหน้าจำนวนหนึ่งซึ่งหันหลังจากไปและทิ้งตัวละครไว้ในทะเลสาบน้ำตา

เสียงโซโล่เพลง November Rain ดังโหยหวนไปทั่วท้องทะเล

ตัวละครเดินลงทะเลตามตัวละครมีปีกไป

ปิดฉากร็อคสตาร์ลงอย่างเงียบๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

นอนหงายท้องมองเพดาน
หากไม่เลิกราซะก่อน…ปลาคงปีนต้นไม้ได้ | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
น้องโนรากับกีตาร์ไฟบิน | กวีกระวาด : ชิตะวา มุนินโท
ร็อคสตาร์ | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
มองการเมืองแคนาดาจากอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก
กระแสการเมืองขวาจัดจากฝรั่งเศสถึงอังกฤษ
ปมการศึกษา-ค่าครองชีพ ชนวนเหตุจุดประท้วงฝรั่งเศสครั้งใหญ่
GREEN เดียร์
โง่… ห่วย… เลวแต่ได้เป็นรัฐบาลอีก 2 ปี
ไอเดียร์กับทุนเทาในรัฐล้มเหลว
‘ไอเดียร์’ บนเส้นทางหนาม เคลียร์ปมหุ้นเว็บพนัน คัตเอาต์โยง ‘บิ๊กสีน้ำเงิน’
ศึกซักฟอก 18 รมต.ประดาบในทุกกระบวนท่าตั้งแต่จำนวนวันอภิปรายไปถึง ‘เนื้อหา’ เชือด