bg-single

Siamese Dream มรดกล้ำค่า แห่งวงการ อัลเทอร์เนทีฟ ร็อก

15.02.2023

ชื่อของ Smashing Pumpkins (ชื่อย่อ SP) วงอัลเทอร์เนทีฟ ร็อกจากเมืองชิคาโกได้ถูกปักหมุดบนแผนที่วงการดนตรีตั้งแต่ Gish อัลบั้มชุดแรกของวงวางจำหน่ายในปี 1991

แต่งานเพลงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มแนว “กรันจ์ ร็อก” ที่ดีที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่เคยมีมาชุดนี้กลับถูกประเมินค่าต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็นมาก

เพราะมันเปิดตัวในปีเดียวกันกับที่ Nevermind อัลบั้มที่ถือเป็นมาสเตอร์พีซแห่งวงการดนตรีกรันจ์ของวง Nirvana วางจำหน่าย

จากความดังแบบถล่มทลายเหมือนระเบิดอะตอมที่บอมบ์ทุกอย่างราบเป็นหน้ากลองทำให้ SP ถูกเรียกว่าจะเป็น ” Nirvana วงต่อไป”

ซึ่งสร้างทั้งความไม่พอใจและสร้างความกดดันให้กับบิลลี่ คอร์แกน มือกีตาร์, ร้องนำและนักแต่งเพลงหลักที่เป็นเหมือนมันสมองของวงเป็นอย่างมาก

เพราะเขาไม่ต้องการให้ SP ถูกนำไปเทียบชื่อชั้นกับวงดนตรีวงไหนทั้งนั้น

นอกจากความกดดันแบบสุดขีดของบิลลี่ คอร์แกน ที่ตั้งใจทำอัลบั้มต่อจาก Gish ที่ดีมากอยู่แล้วให้ดีกว่าเดิม

ในปี 1993 สมาชิกวง SP ยังประสบกับปัญหาหลายอย่าง จิมมี่ ชิมเบอร์ลิน มือกลองติดเฮโรอีนอย่างหนัก

ส่วนเจมส์ อิฮะ มือกีตาร์ และดาร์ซี เวรทซกี มือเบสก็เพิ่งจะจบความสัมพันธ์ในฐานะคนรัก

ในขณะที่บิลลี่เองก็มีปัญหาสุขภาพจิตด้วยโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ก็ยังหมดไอเดียในการเขียนเนื้อเพลงซึ่งถือเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการทำอัลบั้มชุดใหม่

แต่ท้ายที่สุดแล้วทางวงก็ทำลายกำแพงแห่งอุปสรรคที่สูงตระหง่านลงได้อด้วยการเข็นอัลบั้ม Siamese Dream ออกมาในวันที่ 27 กรกฎาคมปี 1993

โดยอัลบั้มชุดนี้ติดอยู่ในอันดับที่ 362 จากลิสต์ “500 อัลบั้มที่ดีที่สุดตลอดกาล” ของทางนิตยสาร Rolling Stone

…คำถามก็คือ SP ทำได้อย่างไร

 

“Siamese Dream เป็นอัลบั้มที่ตัดการใช้ดีเลย์ (เอฟเฟ็กต์สร้างเสียงหน่วงซึ่งทำให้เกิดเสียงซ้ำวนไปมา) รีเวิร์ป (เอฟเฟ็กต์ที่สร้างเสียงสะท้อน) เอฟเฟ็กต์กีตาร์ที่ใช้เน้นไปที่ดิสทอร์ชั่นที่สร้างเสียงคลีนและเสียงแตกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำอัลบั้มชุดนี้ก็คือการประสานเสียงที่ร้อยเรียงโน้ตหลักของบันไดเสียง (Tonic) เพื่อสร้างรูปแบบของบทเพลงให้ออกมาสมดุลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” บิลลี่ คอร์แกน กล่าว

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนชึ้นเพลง Soma มีการโอเวอร์ดับหรือการบันทึกเสียงกีตาร์ซ้ำถึง 40 พาร์ต (จากทั้งหมด 100 พาร์ต) เพื่อเพิ่มมิติเสียงกีตาร์ให้มีเมโลดี้และฮาร์โมนีที่สอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Mayonnaise เพลงที่แฟนๆ เห็นพ้องต้องกันว่าไพเราะที่สุดในอัลบั้มชุดนี้เป็นเพลงที่ขึ้นต้นด้วยเมโดลีที่งดงามก่อนที่ริฟฟ์กีตาร์จะหนักขึ้นเรื่อยๆ

แต่ด้วยไลน์กีตาร์ที่ซ้อนทับกันอย่างประณีตบรรจงก็ทำให้ท่วงทำนองของเพลงยังคงไว้ซึ่งความไพเราะตั้งแต่โน้ตแรกจนถึงโน้ตสุดท้าย

Cherub Rock ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพลงกรันจ์ที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งเป็นเพลงที่บิลลี่เขียนขึ้นเพื่อจิกกัดอุตสาหกรรมดนตรีอเมริกัน

Today ที่มีท่อนกีตาร์โซโล่สุดมันเป็นเพลงที่บิลลี่เขียนขึ้นในวันที่อาการของโรคซึมเศร้าของเขากำเริบหนักจนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย

Quiet เป็นเพลงที่โดดเด่นด้วยจังหวะกลองที่เหนือชั้นของจิมมี่ และซาวด์กีตาร์ที่ไต่ระดับความมันตลอดทั้งเพลงก็ไม่ต่างไปจากการเปลี่ยนเกียร์บิดคันเร่งไล่ระดับความเร็วของบิ๊กไบก์ที่เครื่องแรงสุดๆ

นอกจากนี้ เพลงอย่าง Hummer, Geek U.S.A., Spaceboy, Rocket ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับมาสเตอร์พีซของวงมาจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของสไตล์ดนตรีถึงแม้ว่าจะถูกนิยามว่าเป็นกรันจ์ ร็อก แต่ถ้าหากชำแหละเข้าไปถึงเนื้อในแล้วก็จะพบว่า Siamese Dream ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรี “ทางเลือก” (Alternative) จากยุค 80 และ 90 หลายแนว

ไม่ว่าจะเป็น ชูเกซซิ่ง, ดรีม ป๊อป, เฮฟวี่ เมทัล, ไซคีเดลิก ร็อก, โกธิก ร็อก ไปจนถึงโปรเกรสซีฟ ร็อก จากความซับซ้อนทางด้านรายละเอียดดนตรี

บุช วิก โปรดิวเซอร์ที่เคยทำอัลบั้ม Gish กับ SP กลับมาโปรดิวซ์อัลบั้มชุดนี้ที่เจ้าตัวบอกว่า “ผมกับสมาชิกวงใช้เวลาทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวัน, 6 วันต่อสัปดาห์เป็นเวลาประมาณ 3 เดือนติดต่อกัน 2 เดือนหลังถือว่าหนักที่สุดเพราะเราทำงานกันเฉลี่ยวันละ 14 ถึง 15 ชั่วโมงตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ เพราะกำหนดการวันวางจำหน่ายที่ค่าย Virgin Records วางเอาไว้มันกระชั้นเข้ามาทุกที”

และด้วยความเร่งรีบนี้นี่เองที่ทำให้บิลลี่ คอร์แกน บันทึกเสียงกีตาร์และเบสเองเกือบทั้งหมด

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้จิมมี่ แชมเบอร์ลิน ติดต่อกับเพื่อนๆ ที่อาจจะพาเขากลับไปใช้ยาเสพติดอีก ทางวงจึงบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้กันที่ Triclops Sound Studios ในเมืองมาริเอตตา รัฐจอร์เจีย

สิ่งที่ทำให้ Siamese Dream เป็นอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซได้นั้นเกิดจากความเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ของบิลลี่ คอร์แกน โดยแท้ เขาใช้วิธีบันทึกเสียงแบบอะนาล็อกทั้งหมด โดยการบันทึกเสียงแบบอะนาล็อกคือการอัดเสียงเครื่องดนตรี, เสียงร้องและอื่นๆ ผ่านเทปโดยใช้เครื่องอัด 64 แทร็ก

การไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการบันทึกเสียงแต่ได้รายละเอียดของดนตรีที่มีมิติและซับซ้อนขนาดนี้ถือเป็นผลงานของอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย

“บิลลี่เป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองทุกๆ อย่างกับกีตาร์ มีอยู่หลายครั้งเลยที่ผมต้องวาดแผนการบันทึกเสียง, มิกซ์ และทำมาสเตอร์ริงออกมาเป็นรูปแบบคล้ายๆ แผนที่เลย ทุกอย่างผ่านการคิดมาอย่างละเอียดมากๆ อย่างเพลง Soma โครงสร้างคอร์ดและความละเอียดของพาร์ตกีตาร์ในแต่ละท่อนรวมถึงการบันทึกเสียงนับว่าเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา ผมต้องใช้กระดาษเขียนรายละเอียดการใช้ทฤษฎีดนตรีสำหรับเพลงนี้เต็ม 2 หน้ากระดาษ มันคือมหากาพย์ชัดๆ”

คอร์ตนีย์ เลิฟ ที่เคยเดตกับบิลลี่ คอร์แกน ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเคิร์ต โคเบน แห่งวง Nirvana เคยให้สัมภาษณ์ว่า

“ทุกแทร็กในอัลบั้ม Siamese Dream ยกเว้นเพลง Spaceboy มันเกี่ยวกับฉันหมดเลย เพลง Today พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา ซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกสิ้นหวัง”

แต่บิลลี่กล่าวแย้งถึงสิ่งที่คอร์ตนีย์อ้างผ่านการให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร Guitar World ว่า “แรงบันดาลใจหลักในการแต่งเพลงมาจากคริส ฟาเบียน (แฟนสาวที่เขาเคยคบก่อนที่จะเลิกรากันไป หลังจากนั้นทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1993 และหย่ากันในปี 1997) ซึ่งทำให้อัลบั้มนี้เนื้อหาในลักษณะหวานอมขมกลืน”

เป็นที่รู้กันดีในวงการว่า คอร์ตนีย์ เลิฟ ชอบปั่นประสาทคนอื่นและไม่ค่อยมีใครในวงการชอบเธอเท่าไหร่นัก

คิม กอร์ดอน แห่งวง Sonic Youth เคยกล่าวถึงคอร์ตนีย์ ในหนังสือ Girl in a Band ที่เธอเขียนว่า

“คอร์ตนีย์เคยขอคำแนะนำจากฉันเกี่ยวกับการมีความสัมพันธ์ลับๆ กับบิลลี่ แล้วมันจะเป็นความลับได้ไง ถ้ามาเล่าให้ฉันฟัง ส่วนบิลลี่ก็เป็นผู้ชายขี้แยเกินไป และวง SP ก็จริงจังกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากจริงๆ ซึ่งมันดูไม่พังก์เอาเสียเลย”

 

สิ่งที่คิม กอร์ดอน บอกเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนๆ ของวง SP และผู้ที่หลงใหลในดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ ร็อกยุค 90 อัลบั้ม Siamese Dream คือข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้

งานเพลงชุดนี้ทำให้ SP ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 36 สองสาขา

Siamese Dream ติดหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดในทศวรรษที่ 90 จากสื่อดนตรีระดับโลกหลายสำนักไม่ว่าจะเป็น Alternative Press, Pitchfork และ Spin

ด้าน AllMusic ยกย่องให้อัลบั้มชุดนี้เป็นหนึ่งในงานเพลงอัลเทอร์เนทีฟ ร็อกที่ดีที่สุดตลอดกาลเคียงข้างอัลบั้ม Nevermind ของวง Nirvana และ Superunknown ของวง Soundgarden

มีวงร็อกฝีมือดีหลายวงที่เผยว่างานเพลงของพวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก SP และอัลบั้ม Siamese Dream ไม่ว่าจะเป็นวง My Chemical Romance, Silversun Pickups, Deftones, Muse และอีกมากมาย

โดยในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้อัลบั้มสุดคลาสสิคชุดนี้ก็จะมีอายุครบ 30 ปีแล้ว ที่น่าทึ่งก็คือทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้ไม่ได้ล้าสมัยไปตามกาลเวลาเลย

และแน่นอนว่ามันจะยังคงเป็นงานเพลงที่จะส่งอิทธิพลต่อศิลปินร็อกรุ่นหลังไปอีกตราบนานเท่านาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง
ยุคสมัยอันว่างเปล่า เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (3)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)