bg-single

สรุปกรณี ‘ครูทราย’ สูญเสียสามี คลิปเขย่าดุลพินิจแพทย์ หมอไม่ตรวจ-หัวใจวายดับ ผู้คนกังขาระบบคัดกรอง

24.07.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญา ข่าวสด

โศกนาฏกรรมทางการแพทย์ครั้งสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อ ‘ฟูม’ ภาณุพงศ์ มีสุข วัย 31 ปี พนักงานบริษัทเอกชนและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ

ทุกคนที่รับรู้เรื่องแบบนี้ล้วนต้องเศร้าใจ แต่อาจมองเป็นการเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วนที่พบเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

แต่ไม่ใช่กับภรรยาของเขา ‘ครูทราย’ เบญญาภรณ์ พานเพชร ครูสอนภาษาอังกฤษและอินฟลูเอนเซอร์สายการศึกษาชื่อดัง ครูสาวผู้สร้างคอนเทนต์สอนภาษาอังกฤษ จูงใจให้เด็กๆ เปลี่ยนความเบื่อหน่ายเป็นการเรียนรู้ที่สนุกสนาน

‘ครูทราย’ อัดคลิประบายความอัดอั้นตันใจที่ในช่วงเวลาที่ชีวิตครอบครัวเพิ่งเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์ หลังคบกัน 13 ปี แต่งงานอยู่กินกัน 2 ปี และให้กำเนิดทายาทตัวน้อยกำลังน่ารักวัยแค่ขวบครึ่ง

แต่ความผิดพลาดจากดุลพินิจและการวินิจฉัยโรคของแพทย์ กลับพรากสามีอันเป็นที่รักไปตลอดกาล

เรื่องราวของเธอถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ สร้างกระแสสั่นคลอนต่อความเชื่อถือในระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะสถานพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคม

‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย เชิญเธอมาบอกเล่าเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ในรายการ ‘โหนกระแส’ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 โดยมี รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาร่วมวิเคราะห์และแชร์ความคิดเห็น

ครูทราย ย้อนเหตุเศร้าของครอบครัวกลับไปในวันที่ 16 กรกฎาคม เหตุการณ์เริ่มต้นขณะสามีนั่งทำงานกับเพื่อนร่วมงานในยามเช้า เมื่อมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกและเจ็บร้าวไปถึงไหล่ และเหงื่อตกพลั่กต่อเนื่อง

เพื่อนๆ รีบนำส่งโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคมทันที

เมื่อเธอตามไปถึงโรงพยาบาล เห็นสามีนั่งบนรถเข็นให้พยาบาลซักประวัติซึ่งมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลสูงต้องรับประทานยาประจำ ก่อนที่พยาบาลจะเข็นสามีไปรอรับการตรวจจากแพทย์อายุรกรรม

ระหว่างนั่งรอ ‘ครูทราย’ เสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับคอเลสเตอรอล เพราะรู้มาบ้างว่ามีผลต่อหัวใจ และคำตอบจากเอไอก็ให้คำตอบกลับมาว่ามีความเชื่อมโยงกับอาการเจ็บแน่นหน้าอกและเจ็บร้าวของสามี

โดยเฉพาะอาการเหงื่อแตกของสามีที่เป็นมานานนับเดือน โดยที่เธอไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

ไม่นานพยาบาลเดินออกจากห้องตรวจแจ้งว่า หมอไม่ตรวจให้เนื่องจากไม่มีผลตรวจคอเลสเตอรอล และวันนั้นไม่สามารถตรวจได้เนื่องจากสามีเธอรับประทานขนมปังเป็นอาหารเช้าไปแล้ว

ทั้งยังแจ้งว่า อาการแน่นหน้าอกอาจเป็นผลจากคอเลสเตอรอล ส่วนเรื่องเจ็บร้าวแขนมีประวัติเคยพบแพทย์เรื่องเอ็นกระดูก เพราะอุ้มลูกนาน แนะให้รอพบแพทย์กระดูกและข้อ

หลังจากหมอกระดูกตรวจแล้ว ไม่สอดคล้องกับอาการของสามี พร้อมแนะนำให้ไปพบแพทย์อายุรกรรมอีกครั้ง

วินาทีนั้นครูทรายตัดสินใจโทร.หาน้าสาวที่เป็นพยาบาล หลังเล่าเรื่องราวทั้งหมดและได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการตรวจคลื่นหัวใจทันที แต่พยาบาลของโรงพยาบาลดังกล่าวกลับแจ้งให้รอคิวรับการตรวจจากแพทย์ทั่วไป

พบ 3 หมอในวันเดียว!!?

ทว่า เมื่อเข้าพบแพทย์ทั่วไป สามีกลับไม่ได้รับการฟังเสียงหัวใจและไม่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตามที่ร้องขอ

แม้พยายามแจ้งประวัติสุขภาพทางครอบครัวว่า บิดาของ ‘ฟูม’ มีประวัติป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจากภาวะคอเลสเตอรอลสูงเช่นเดียวกัน

แต่แพทย์กลับกล่าวตัดบทว่า อายุแค่นี้โอกาสการเป็นโรคมีเพียงร้อยละ 3 ถึง 5

ทั้งยังเอ่ยคำซ้ำเติมว่า หากเป็นโรคหัวใจจริงคงไม่มานั่งยิ้มร่าอยู่บนรถเข็น ป่านนี้คงรู้สึกเหมือนมีอะไรทับอกจนน็อกไปแล้ว

ก่อนจะหันมากล่าวใส่หน้าครูทรายว่า ผู้ป่วยปกติดี แต่คนที่ป่วยคือครูทรายเพราะเป็นประสาท และแนะนำให้กลับบ้านไปแยกห้องนอนกับสามี ไม่เช่นนั้นสามีจะประสาทตามไปด้วย

ด้วยความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและเชื่อมั่นในมาตรฐานเพราะใช้สิทธิ์ประกันสังคมอยู่ที่นี่ อีกทั้งตัวเองก็ไม่ใช่แพทย์จึงต้องฟังคำแนะนำ สามีจึงปักใจเชื่อว่าตนเองไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ก่อนจะเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน

แต่หลังจากกลับบ้านได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็เกิดอาการตาเหลือกค้างและหมดสติลงต่อหน้าลูกสาววัย 1 ขวบครึ่ง

ทุกคนในบ้านและเพื่อนบ้านรีบช่วยกันทำซีพีอาร์และผายปอด พร้อมประสานงานไปยังโรงพยาบาล

แต่รถพยาบาลกลับเดินทางมาถึงล่าช้ากว่าบิดามารดาของครูทรายที่เดินทางมาจากระยะทางที่ไกลกว่า ทั้งที่โรงพยาบาลอยู่ห่างจากบ้านเพียงระยะเดิน 4 นาทีเท่านั้น

เมื่อนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลพยายามปั๊มหัวใจอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะเดินมาขอให้ครูทรายยินยอมยุติการปั๊มหัวใจ ปล่อยผู้ป่วยให้จากไป

ครูทรายถ่ายทอดความอัดอั้นตันใจว่า ในวันที่ขอร้องให้แพทย์ทำการตรวจรักษากลับถูกปฏิเสธและหาว่าเป็นประสาท แต่พอสามีหมดสติกลับมาบอกให้พูดปล่อยเขาไป

เป็นเรื่องที่ใจร้ายอย่างยิ่ง!!?

ด้านคุณณิชชา มีสุข มารดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยบรรยากาศในการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลในวันถัดมาว่า แพทย์ผู้รักษายังคงตอบด้วยท่าทีสบายๆ ว่า ประเมินด้วยสายตาแล้วผู้ป่วยยังไม่ถึงขั้นคอพับจึงน่าจะไม่เป็นอะไร

ทั้งยังอ้างสถิติว่าผู้ป่วยอายุน้อยเกินกว่าจะเป็นโรคหัวใจ จนคุณแม่ต้องย้อนถามว่า หากประเมินด้วยสายตาได้จะมีเครื่องมือแพทย์ไว้ทำไม

คุณแม่ยืนยันว่า ในคลิปเสียงการบันทึกประชุม แพทย์ผู้รักษายอมรับกลางที่ประชุมว่าวินิจฉัยผิดพลาดจริง แต่กลับไม่มีท่าทีสลดและไม่เคยปรากฏตัวมาขอโทษครอบครัวอีกเลย

ครูทรายเปิดเผยด้วยน้ำตาว่า เหตุผลที่ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำเพื่อทิ้งคำตอบไว้ให้ลูกสาวในวันที่โตขึ้น ได้รับรู้ว่าพ่อรักลูกมากเพียงใด และแม่ได้สู้เพื่อพ่ออย่างถึงที่สุดแล้ว

การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ยังส่งผลให้กระแสสังคมต่างร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวอย่างล้นหลาม

ในรายการ รศ.นพ.วีระศักดิ์ให้ทัศนะและข้อคิดเห็นทางการแพทย์ว่า ผลผ่าชันสูตรศพยืนยันชัดเจนว่าผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบจำนวน 2 เส้น

เส้นหนึ่งเกิดการอุดตันอย่างหนัก และอีกเส้นหนึ่งกำลังจะอุดตัน ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจเต้นผิดจังหวะจนหยุดเต้น

การประเมินผู้ป่วยด้วยสายตาหรือนำช่วงอายุมาตัดสินเป็นเรื่องที่ผิดหลักการแพทย์โดยสิ้นเชิง เนื่องจากภาวะคอเลสเตอรอลสูงส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจและสมองโดยตรง และสามารถเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นพื้นฐานที่แพทย์ทุกคนต้องทราบ เมื่อผู้ป่วยมาด้วยอาการจุกแน่นหน้าอกและร้าวลงแขน เพื่อแยกโรคจากกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ อีกทั้งเป็นหัตถการที่พยาบาลทำได้ง่ายและใช้เวลาเพียง 5 ถึง 10 นาที

หากได้รับการตรวจตั้งแต่แรก ย่อมพบความผิดปกติและนำไปสู่การรักษาได้ทันท่วงที

ด้าน ดร.ธนกฤตระบุว่า การอ้างว่ารับประทานอาหารมาแล้วตรวจไม่ได้ ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

เพราะการเจาะเลือดตรวจเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจและตรวจ EKG สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องงดอาหาร

สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมักแสดงออกผ่านอาการแน่นหน้าอก เจ็บร้าวขึ้นไปถึงคาง หรือร้าวลงไปที่แขนซ้าย ร่วมกับภาวะเหงื่อออกมาก เป็นอาการคลาสสิคที่ปรากฏในตำราแพทย์

คนไข้ไม่สามารถแยกประเภทความเจ็บปวดได้เอง เป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์โดยตรงที่ต้องฉุกคิดและตรวจสอบให้ครอบคลุม

พร้อมเตือนโรงพยาบาลว่า หากมีการดัดแปลงเวชระเบียนจะมีความผิดทางอาญาถึงขั้นจำคุก

ส่วนบริบทเกี่ยวกับการดำเนินการลงโทษและการเยียวยา โรงพยาบาลต้นสังกัดนายแพทย์รายดังกล่าวออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้แพทย์อายุรกรรมพาร์ตไทม์วัย 70 ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ (ไล่ออก) ทันที

หลังพบว่ามีการสื่อสารไม่สุภาพและผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

ขณะที่ ดร.ธนกฤตประสานงานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา และสภาการพยาบาล

เพื่อดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 291 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล มาตรา 66 ฐานปล่อยปละละเลยผู้ป่วยฉุกเฉิน

โดยได้นำหลักฐานทางเวชระเบียนและคลิปเสียงประสานงานร่วมกับ นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ รองอธิบดี สบส. เอาผิดกับสถานพยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องใน 3 ส่วน คือ นิติบุคคลโรงพยาบาล ในข้อหาละเมิดทางแพ่ง พยาบาลคัดกรอง ในข้อหาประเมินผู้ป่วยฉุกเฉินบกพร่อง และแพทย์ผู้รักษา ในข้อหากระทำโดยประมาท

ด้าน รศ. (พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า จะตรวจสอบดุลพินิจและการสื่อสารของแพทย์ หากมีมูลจะรับเป็นคดีจริยธรรมทันทีโดยไม่ต้องรอการร้องเรียน

ทั้งนี้ นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และ ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ รองโฆษก สปส. เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสั่งจ่ายเงินเยียวยาจำนวน 400,000 บาท ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมเร่งตรวจสอบมาตรฐานของโรงพยาบาลคู่สัญญา หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพจะดำเนินการตามกฎหมายและยกเลิกสัญญาจ้างทันที เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกันตนในระบบสุขภาพของประเทศต่อไป

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ต้องแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูประบบคัดกรอง ยกระดับจริยธรรม และขันน็อตมาตรฐานสถานพยาบาลประกันสังคมทั่วประเทศอย่างจริงจัง

เพื่อคืนความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และการันตีว่าจะไม่มีครอบครัวใดต้องสูญเสียคนรักจากความละเลยเช่นนี้อีกในอนาคต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก