bg-single

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : อาหารยามจาริก (บทแทรก) – ลาก่อนเชฟ

22.06.2018

อาหารยามจาริก (บทแทรก)

ลาก่อนเชฟ

“…ผมจะไม่กินอาหารในร้านที่ห้องน้ำสกปรก เข้าใจไม่ยากใช่ไหมครับ เพราะเราได้เห็นห้องน้ำอยู่แล้ว ถ้าร้านอาหารไม่ยอมทำความสะอาดโถฉี่หรือรักษาความสะอาดของโถส้วมและพื้นละก็ ลองคิดดูสิครับว่าในตู้แช่และพื้นที่ทำงานของพวกเขาจะเป็นยังไง ห้องน้ำน่ะทำความสะอาดง่ายกว่าครัว แล้วก็ถ้าคุณเห็นเชฟนั่งอยู่ที่บาร์หนวดเคราไม่ได้โกน คาดผ้ากันเปื้อนสกปรก นิ้วข้างหนึ่งจิ้มเข้าไปในรูจมูกครึ่งนิ้ว คุณก็น่าจะสันนิษฐานได้ว่าเขาคงไม่ได้ดูแลอาหารของคุณดีไปกว่านี้หรอก โดยเฉพาะเมื่ออยู่หลังประตูที่คุณมองไม่เห็น คนเสิร์ฟดูเหมือนเพิ่งตื่นนอนลุกมาจากใต้สะพานหรือเปล่าล่ะครับ ถ้าผู้จัดการปล่อยให้เขาเดินเข้าออกในสารรูปแบบนั้นละก็ คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรกับกุ้งของคุณอยู่!…”

Kitchen Confidential

โดย แอนโทนี่ บอร์เดน

แปลโดย โตมร ศุขปรีชา

ผมพบกับแอนโทนี่ บอร์เดน เพียงครั้งเดียวในปี 2002 ช่วงเวลานั้น หนังสือเรื่อง Kitchen Confidential ของเขาเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในกลุ่มเชฟและคนทำอาหารทั่วลอนดอน

ข่าวคราวหนังสือของเขาเดินทางมาถึงครัวของเราในเย็นวันหนึ่งเมื่ออาเม็ด Chef De Partie คนหนึ่งของเราบอกว่ามันเป็นหนังสือที่อ่านสนุกอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำนวนเสียดสีโลกของการทำอาหาร

“อารมณ์ขันของคนเขียนมันร้ายกาจ” อาเม็ดกล่าว

“โดยเฉพาะที่เขาเสียดสีโรงเรียนทำอาหารชื่อดังในสหรัฐอย่าง The Culinary Institute of America ซึ่งเขาเรียนจบมาว่าพวกเรามันก็ CIA ดีๆ นี่เอง”

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตรงไปที่ร้านหนังสือ Borders บนถนนชาร์ลิ่ง ครอส ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาหนังสือเล่มนี้ Kitchen Confidential วางอยู่บนชั้นหนังสือขายดี

แม้กระทั่งในตอนที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ไปเพื่อชำระเงิน เด็กหนุ่มหลังเครื่องคิดเงินพูดว่า

“ผมก็กะจะอ่านมันเหมือนกันคืนนี้ ไม่มีหนังสือเกี่ยวกับอาหารขายดีมานานแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร”

หนังสือ Kitchen Confidential แบ่งออกเป็นภาค แต่ละภาคใช้ชื่อภาคแบบเดียวกับการสั่งอาหารตามเมนู จากอาหารว่างไปจนเมนคอร์ส ตามด้วยของหวานและจบลงที่กาแฟและบุหรี่ ในแต่ละภาคนั้นเล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาของแอนโทนี่ บอร์เดน ในฐานะของเชฟ

หลายบทเมื่ออ่านแล้วก็สมกับชื่อหนังสือที่ว่า “ความลับจากก้นครัว” โดยแท้

เพราะแอนโทนี่ดูจะไม่ยั้งมือในการเขียนถึงความจริงในครัว

การเริ่มต้นชีวิตในครัวที่งานแรกมักมาจากคนล้างจาน การลักของในครัวเป็นว่าเล่นของพวกพ่อครัวชั้นเลว การมีเซ็กซ์กันในครัว การไม่ควรสั่งอาหารทะเลในคืนวันจันทร์

รวมถึงการเล่นยาในเวลาผ่อนคลายของสมาชิกในครัวหลังงานอันหนักหน่วง

เรื่องราวทั้งหมดนี้และมากกว่านี้อยู่ในหนังสือเล่มนั้น

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ของเชฟที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม (แน่นอน ที่แอนโทนี่มีชื่อเสียงพอตัวแต่ในด้านของอาหาร เขาไม่มีชื่อเสียงอย่างมาร์โก้ ปิแอร์ ไวต์ หรือกอร์ดอน แรมซีย์ แน่)

และด้วยความเพลิดเพลินของมัน ผมตัดสินใจส่งมอบมันต่อให้กับป๋อม มิตรสนิทด้านอาหารของผมในลอนดอน

ป๋อมเพลิดเพลินกับเรื่องราวในหนังสือเช่นกัน และเมื่อผมพบว่าแอนโทนี่ บอร์เดน จะเดินทางมาเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่ร้าน Borders แถบ Oxford Street ผมจึงแจ้งกับป๋อมว่าเราน่าจะไปพบกับเขาเสียหน่อย

อย่างน้อยการเอาหนังสือที่เรามีไปให้เขาลงลายมือชื่อและครอบครองมันในฐานะที่ระลึกก็ไม่ใช่เรื่องย่ำแย่เท่าใดนัก

เย็นวันหนึ่งในท่ามกลางฤดูร้อน เราทั้งคู่ปรากฏตัวขึ้นที่นั่น แอนโทนี่มาถึงงานก่อนเวลา แทบจะเวลาเดียวกับเราด้วยซ้ำคือหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลางาน

เขาลงนั่งลงลายมือชื่อให้กับหนังสือของผู้มาร่วมงานอย่างใจเย็น

ผมเองก็มอบหนังสือที่ติดตัวมาให้เขาทำแบบนั้นเช่นกัน

เขากล่าวขอบคุณเรา สำเนียงพูดของเขาไม่เหมือนคนอเมริกันทีเดียวนัก แต่อย่างที่เขาเขียนในหนังสือ Kitchen Confidential แม้ว่าเขาจะพำนักอยู่ในนิวยอร์กเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่พ่อของเขานั้นเป็นคนฝรั่งเศส

ดังนั้น แอนโทนี่จึงมีเอกลักษณ์ทั้งน้ำเสียงและถ้อยคำ

เขามีท่าทีและการใช้ภาษาที่ชอบเหน็บแนมไม่ต่างจากชาวฝรั่งเศสและมีท่าทีเปิดเผยเช่นคนอเมริกัน

เขาถือขวดเบียร์ฟอสเตอร์ไว้ในมือแทบจะตลอดเวลาในวันนั้นและแลดูรื่นรมย์กับมันอย่างยิ่ง

แอนโทนี่เริ่มต้นการบรรยายตรงตามเวลา เขาเล่าเรื่องตามบทของหนังสือ หยอดเกร็ดเพิ่มตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ผนวกกับการวิจารณ์เชฟชื่อดังหลายคน (ซึ่งแน่ละว่าเขาไม่สามารถเขียนมันลงไปในหนังสือได้)

การบรรยายครั้งนั้นกินเวลาราวสามชั่วโมง สองชั่วโมงสำหรับการเล่าเรื่อง และอีกหนึ่งชั่วโมงสำหรับการตอบคำถาม

มีคำพูดที่น่าสนใจหลายอัน อาทิ “ความโหดร้ายของเรื่องราวในครัวที่ผมเขียนถึงนี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นเอง”

มีคำถามที่น่าสนใจหลายคำถาม อาทิ อะไรคือเมนูโปรดของเขา หรือเขาคิดจะทำงานในร้านอาหารอีกนานเพียงใด

แต่คำถามที่ผมชอบมากที่สุดคือเขาทำอะไรให้ภรรยากินที่บ้าน

คำตอบคือไม่ทำอะไรเลย หรือทำอะไรที่พื้นมากๆ เต็มที อาทิ การทอดไข่หรือทำแซนด์วิชให้ลูกๆ เขาบอกว่านี่คือธรรมชาติของเชฟ

ทุกครั้งที่คุณกลับบ้านด้วยความระโหยโรยแรงจากการปรุงอาหารนานนับชั่วโมงให้คนนับร้อย ไม่มีอะไรผ่อนคลายจิตใจมากไปกว่าการได้กินอาหารจากฝีมือที่คนคุ้นเคย อาทิ แม่หรือภรรยาของตัวคุณ

“ผมเชื่อว่าเชฟทุกคนเป็นแบบนั้น พวกเรากลับบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า พูดกับตนเองว่าหมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว และได้โปรด ขออาหารสักจานจากคนที่เรารักให้เราได้กินเถิด”

แอนโทนี่กล่าวความจริงเป็นที่ยิ่ง หลายปีต่อมานับจากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสพบกับเชฟชื่อดังที่ใครต่อใครปรารถนาจะชิมหรือลิ้มรสอาหารของเขาสักครั้ง คำตอบต่อคำถามที่ว่า “คุณทำอะไรให้ครอบครัวของคุณได้กินหลังวันอันเหน็ดเหนื่อย คือการแทบไม่กระทำอะไรเลยในครัว การได้กินอาหารจากฝีมือคนอื่นเป็นสิ่งยอดปรารถนา มันอาจแย่กว่าหรือไม่ดีเท่า แต่อย่างน้อย มันไม่ใช่อาหารตามสั่ง ไม่ใช่อาหารตามเมนู มันเป็นอาหารตามใจของคนคนนั้นซึ่งมันชวนให้เราตื่นเต้นกว่ามากเมื่อได้ลิ้มลองมัน”

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผมจะพลัดพรากและจากลากับแอนโทนี่และหนังสือของเขานับแต่วันนั้น

หนังสือเล่มต่อมาของเขา ไม่ว่าจะเป็นภาคต่อของ Kitchen Confidential อย่าง A Cook”s Tour หรือ The Nasty Bits หาได้ประสบความสำเร็จเช่นเล่มแรกไม่ และดูเหมือนแอนโทนี่ผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนด้วย (เขากล่าวไว้ชัดเจนถึงความฝันนี้ใน Kitchen Confidential) ก็หาได้มุ่งมั่นที่จะเดินทางในทางสายนี้อย่างจริงจังอีกต่อไป

ข่าวคราวเรื่องงานเขียนของเขามีน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นทางใหม่ที่เขาเลือกเดินคือพิธีกรด้านสารคดีอาหาร

รายการ A Cook”s Tour ทางช่อง Food Channel พาแอนโทนี่ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสวงหาอาหารที่มีรสชาติแปลกๆ จากแอฟริกาสู่อเมริกาใต้ สู่เอเชีย สู่โอเชียเนีย

ในปีแรก A Cook s Tour ออกอากาศถึง 35 ตอน และสองตอนในนั้นเล่าถึงการเดินทางของแอนโทนี่ที่มายังเวียดนามและกัมพูชา

เมนูแปลกๆ หลายอันในรายการกลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับคนตะวันตกในเวลาต่อมาทั้งแมลงทอดหรือไข่ข้าว และดูเหมือนว่าแอนโทนี่จะมีความหลงใหลในดินแดนแถบอุษาคเนย์เป็นพิเศษ

เพราะหลังจากที่ A Cook”s Tour ปิดตัวลง แอนโทนี่ก็เข้ามารับผิดชอบเป็นพิธีกรในรายการ No Reservation อันเป็นรายการสารคดีอาหารทางช่อง Travel Channel

เขาออกเดินทางมาอุษาคเนย์อีกครั้ง เจาะลึกลงไปในประเด็นชีวิตผู้คนและการก่อเกิดของอาหารที่กัมพูชา

เขาแนะนำพิซซ่าหน้ากัญชาหรือ Happy Pizza ให้ผู้ชมทั่วโลกได้ชม

ในรายการแอนโทนี่นั่งรอการมาส่งพิซซ่าอยู่หน้าที่พัก หลังจากพิซซ่ามาส่ง แอนโทนี่เริ่มต้นเล่าว่ามีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบของพิซซ่านี้และทำให้เราล่องลอยได้ถ้ากินมันเข้าไปมาก

ที่ประเทศไทย แอนโทนี่เดินทางมาในปี 2009 ที่ทำให้เขานอกจากจะพบกับเรื่องราวของอาหารแล้ว เขายังพบการชุมนุมทางการเมืองในปี 2552 อีกด้วย

และเมื่อเขาย้ายไปจัดรายการอาหารอีกรายการหนึ่งคือ Parts Unknown แอนโทนี่ก็เดินทางกลับมาไทยอีกครั้งในปี 2014 ครานี้เขาลองcv[ชิมทั้งสมองหมู หลู้ ในภาคเหนือ ผัดขี้เมาในภาคกลาง และข้าวขาหมูประตูช้างเผือก

การจากไปของแอนโทนี่ บอร์เดน ด้วยสาเหตุจากการจบชีวิตตนเองอันเนื่องมาจากโรคซึมเศร้านั้นเป็นข่าวที่แสนเศร้า

โลกของอาหารมีเชฟจำนวนมากมาย แต่เชฟที่สามารถเล่าเรื่องของอาหารในรูปแบบต่างๆ ทั้งหนังสือและรายการโทรทัศน์นั้นมีจำนวนไม่มากนัก

และเมื่อนึกถึงจิตวิญญาณผจญภัยของเขาแล้ว คงยากที่จะหาคนแบบเขาได้อีกไม่ง่ายเลย

ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งเมื่อรถโดยสารจากพนมเปญไปยังสตึงเตร็งหยุดจอดที่ท่ารถแห่งหนึ่งในกำปงธม แม่ค้าจากท่ารถพากันนำเสนอแมลงทอดประจำถิ่นให้ผู้โดยสารอย่างเพลิดเพลิน

หนึ่งในเมนูนั้นคือแมงมุมยักษ์ หรือบึ้งในภาษาไทย หรือสควนในภาษาเขมร

ฝรั่งหนุ่มคนหนึ่งหยิบแมงมุมตัวหนึ่งขึ้นมากินอย่างอร่อยก่อนจะพูดกับเพื่อนว่า

“นี่กันกำลังทำรายการ A Cook s Tour อยู่ ผม แอนโทนี่ขอเชิญชิมแมงมุมยักษ์ รสชาติมันดีมาก และผมหวังว่าท่านจะพร้อมสำหรับการผจญภัยด้านอาหารแบบอื่นอีกต่อไป”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“รมช.พลพีร์“ สวนแรง อย่าเก่งแต่ค้านแบบสร้างภาพ ขอหลักฐานด้วย จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วยคนภูเก็ต หลังสส.ส้ม ปูด ภูเก็ต ยังมีรีดส่วยประชาชน
ลิซ่า จี้ ความชัดเจนกรณีโยกย้ายข้าราชการและการขยับฐานอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต