วิเคราะห์ผล-ปัจจัยผลการเลือกตั้งที่ชายแดนใต้ และอนาคตจะฝากความหวังพวกเขาอย่างไร ?

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน
ผลการเลือกตั้ง (ที่ไม่เป็นทางการ เวลา 11.00 น. ของวันที่ 25/3/62) ที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ 13 เขตเลือกตั้ง (ว่าที่ ส.ส.ระบบเขต) จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 2 เขตเลือกตั้งจากจังหวัดสงขลา
ประชาชาติ คว้ามา 6 ที่นั่ง พลังประชารัฐ 3 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ (แชมป์เก่า) กับภูมิใจไทย 2 ที่นั่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้
![]()
จ.นราธิวาส
เขต 1 : วัชระ ยาวอหะซัน พรรคพลังประชารัฐ
เขต 2 : สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ
เขต 3 : กูเฮง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ
เขต 4 : กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ
จ.ปัตตานี
เขต 1 : อันวาร์ สาและ พรรคประชาธิปัตย์
เขต 2 : อับดุลบาซิม อาบู พรรคภูมิใจไทย
เขต 3 : อนุมัติ ซูสารอ พรรคประชาชาติ
เขต 4 : สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ
จ.ยะลา
เขต 1 : อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ พรรคพลังประชารัฐ
เขต 2 : ซูการ์โน มะทา พรรคประชาชาติ
เขต 3 : อับดุลอายี สาแม็ง พรรคประชาชาติ
จ.สงขลา
เขต 7 : ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พรรคภูมิใจไทย
เขต 8 : สุรินทร์ ปาลาเร่ พรรคประชาธิปัตย์
ผลคะแนนดังกล่าวหากพิจารณารายพรรค รายบุคคลมีดังนี้
1. 6 ที่นั่งจากประชาชาติพบว่า ได้คะแนนจากกระแสอาจารย์วันนอร์เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นมลายูมุสลิมคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองในพื้นที่และเป็นมุสลิมคนเดียวทั้งประเทศไทยที่ถูกเสนอชื่อ ทำให้ยุทธศาสตร์การหาเสียง คือเลือกแบนอร์ (อาจารย์วันนอร์) เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเลือกพรรคประชาชาติ โดยไม่สนผู้สมัครว่าเป็นใคร
ปัจจัยที่สอง นโยบายพรรคประชาชาติน่าจะเป็นพรรคเดียวที่เสนอการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (โดยเฉพาะการยกเลิกกฎหมายพิเศษ) รวมทั้งการกระจายอำนาจตามความเหมาะสมในสังคมพหุวัฒนธรรม
ในขณะที่ปัจจัยสุดท้าย ว่าที่ ส.ส.ทั้ง 6 คนเป็นผู้ลงพื้นที่ตลอดในการพัฒนาชายแดนใต้ ในขณะที่เขตที่ไม่ได้ ส.ส. ก็มีคะแนนต่อสู้กับคนที่ได้จากพรรคอื่นๆ ทุกเขต (เกินหมื่นคะแนนทั้งนั้น ยกเว้นเขต 7-8 สงขลา)
2. พลังประชารัฐคว้า 3 ที่นั่งที่ชายแดนใต้
นอกจากผลงานเชิงประจักษ์ของว่าที่ ส.ส.ทั้งสามโดยเฉพาะทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ทนายที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านตลอดเหตุการณ์ไฟใต้ จนถูกมองว่าเป็นทนายเข้าข้างโจร จากรัฐไทย หรือคนพุทธส่วนมากในพื้นที่, ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลของอำนาจ คสช.ที่เป็นกลไกอำนาจอย่างครบครันทั้งให้คุณ ให้โทษทุกคนในพื้นที่และต้องยอมรับ
สำหรับสองที่นั่งจากพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย มีการวิเคราะห์ว่าเป็นผลงานส่วนตัวล้วนๆ ของผู้สมัคร
![]()
ไม่ว่าท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีผลงานเด่นชัดด้านพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนาอิสลามทุกมัสยิด
นายอันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย ที่ลงพื้นที่ตลอด
นายอับดุลบาซิม อาบู พรรคภูมิใจไทย ก็เช่นกัน
โดยเฉพาะนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากพรรคภูมิใจไทย (ผู้ล้มวอลล์เปเปอร์นายศิริโชค โสภา) ที่ได้คะแนนจากทั้งวัยรุ่น คนเฒ่าคนแก่เพราะทำงานเป็นอดีต ส.จ.ในพื้นที่โดยที่หลายครั้งท่านออกสื่อ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลทหารมากมายโดยเฉพาะเรื่องราคายาง
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ทุนสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทยลงให้ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ อย่างเต็มที่
อนาคตที่ประชาชนฝากความหวังต่อบุคคลเหล่านี้
ทั้งสี่พรรคจะได้เป็นทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน อย่างแน่นอน
หากพรรคประชาชาติได้เป็นรัฐบาล ก็จะเห็นมิติใหม่ๆ ของการแก้ปัญหาและพัฒนาชายแดนใต้ซึ่งน่าจะสอดคล้องข้อเสนอของทุกเวที ภาคประชาสังคม เครือข่ายวิชาการมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสันติภาพ การพัฒนาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะการศึกษา รวมทั้งการกระจายอำนาจที่เหมาะสมเพราะมี ส.ส.เข้าสภามากที่สุดไม่ต่ำ 6 คน
ในส่วนพรรคอื่นๆ อาจจะยากเพราะมีเสียงเข้ามาน้อย แต่ก็หวังลึกๆ ว่าทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากพรรคพลังประชารัฐจะช่วยสะท้อนนโยบาย ทหารนำการเมือง ที่กระทบเรื่องสิทธิมนุษยชนและเป็นปัจจัยเอื้อของความรุนแรงหรือไฟใต้ตลอด 15 ปี แม้กระทั่งก่อนเลือกตั้งไม่กี่วัน ที่ผู้ต้องหาตายในค่ายทหารอีก
ในส่วนภาคประชาชนต้องสร้างกลไก ตรวจสอบ ถ่วงดุล ติดตาม นโยบายของแต่ละคนที่ได้หาเสียงไว้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

